ครูกำลังข้ามถนน ถูกแท็กซี่ชนร่างกระเด็นอาการสาหัส

รถแท็กซี่พุ่งชนครูที่กำลังข้ามถนนร่างกระเด็น ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณถนนเลียบคลองสามม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

เมื่อเวลา 05.40น. วันที่ 30 ส.ค. 60 ร.ต.อ.เกียรติพงษ์ ติ๊บมา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนเดินเท้าได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วหลบหนี ที่เกิดเหตุถนนเลียบคลองสามคลองหลวง หน้าหมู่บ้านพฤกษา12 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รถกู้ชีพ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ในที่เกิดเหตุกลางถนนมีฝนตกพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย นอนไม่ได้สติได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขาและแขนฝั่งขวาหัก ทราบชื่อต่อมาน.ส.อัจฉรา ภาษีเนตร อายุ51ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่8 ต.ไค้นุ่น อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนพิชญศึกษา อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หน่วยกู้ภัยเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนให้รถกู้ชีพรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรตินำส่งรพ.เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ

นายสิทธิราช บุญเกิด อายุ 19ปี เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังเดินข้ามถนน 4 ช่องทางจราจรเพื่อข้ามมาอีกฝั่งหนึ่งเพื่อรอรถประจำทาง และได้ถูกรถแท็กซี่สีส้มหรือแดง ชนเข้าอย่างแรงก่อนที่รถยนต์คู่กรณีจะไปจอดเลยที่เกิดเหตุประมาณ 10 เมตร โดยที่ไฟหน้ารถแตก เมื่อตนเองเดินเพื่อไปตรวจสอบรถยนต์คู่กรณีก็ขับออกไปอย่างรวดเร็วจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ประสานรถกู้ภัยและสกัดจับกุมรถยนต์ที่เกิดเหตุ

ทางด้าน ร.ต.อ.เกียรติพงษ์ ติ๊บมา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สกัดจับรถยนต์คู่กรณีแต่ยังไม่พบรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อเรียกตัวผู้ขับขี่รถยนต์คู่กรณีมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

สยอง! ถนนหนองคาย-โพนพิสัย 4 วัน ตายแล้ว 2ศพ

สุดเฮี้ยน ถนนหนองคาย-โพนพิสัย เยื้องโรงแรมชื่อดัง เพียง 4 วัน เกิดอุบัติเหตุเก๋งชนรถจยย. ตายแล้ว 2 ศพ

ร.ต.อ.สรวิศิษฐ์ มีเพียร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย,นายแพทย์ทศพล มณีศรีสัจจา แพทย์เวรโรงพยาบาลหนองคาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยกู้ชีพ 191 (ชบา) ออกตรวจสอบเหตุรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ ชนรถจักรยานยนต์ บนถนนหนองคาย – โพนพิสัย เยื้องโรงแรมชื่อดัง มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ รุ่นเดก้า 500 สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-3123 หนองคาย หมายเลขทะเบียนลูกพ่วง 70-3124 หนองคาย ซึ่ง มีนายนุกูล อายุ 29 ปี อยู่ ต.โคกกลาง อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี เป็นคนขับ ที่บริเวณใต้กันชนด้านหน้ารถพ่วงพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ 125 สีขาว-แดง ไม่ติดแผนป้ายทะเบียนติดอยู่ด้านล่าง และพบศพนายวุฒิชัย อายุ 32 ปี อยู่ อ.เมือง จ.อุดรธานี นอนเสียชีวิตอยู่ระหว่างตัวแม่และลูกพ่วงบริเวณฝั่งซ้ายของรถบรรทุก

จากการสอบถามนายนุกูล คนขับรถบรรทุกทราบว่า ได้ขับรถมาจากสี่แยกโรงเรียนเทศบาล 4 ฉลองรัตน มุ่งหน้าไปทาง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เพื่อจะเลี้ยวซ้ายนำรถไปจอดที่อู่รถภายในซอยวรรณอุทิศ และก่อนที่จะเลี้ยวรถตนก็ได้ชะลอรถและเปิดไฟเลี้ยวแล้ว แต่เมื่อเลี้ยวรถเข้าซอย ได้ยินเสียงรถเหยียบอะไรบางอย่างและรู้สึกว่ารถหนืดๆ เหมือนมีอะไรติดล้อ จึงได้จอดรถและลงมาดู พบว่ามีรถจักรยานยนต์ติดอยู่บริเวณใต้กันชนด้านหน้ารถ จึงได้แจ้งไปยังบริษัทให้ เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนพยานแวดล้อมเพื่อหาสาเหตุ ของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป พร้อมแจ้งให้ญาติของผู้เสียชีวิตที่ จ.อุดรธานีได้ทราบ

ขณะเดียวกัน ประชาชนที่มามุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ต่างพูดในทำนองเดียวกันว่าถนนเส้นนี้เฮี้ยนไปแล้ว เพราะเมื่อเวลา 00.20 น. ของวันที่ 26 ส.ค.60 ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์รถจักรยานยนต์ย้อนศรชนกับรถยนต์เก๋งใกล้กับที่เกิดเหตุเพียง 20 เมตร เป็นเหตุให้หนุ่มวัย 37 ปี ชาว อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เสียชีวิตเช่นเดียวกัน

‘สรยุทธ’ ลุ้นฎีกาหา ผู้พิพากษารับรอง ก่อนยื่นประกัน

“สรยุทธ” ยังต้องลุ้นฎีกาต่อ นักกฎหมายระบุต้องหาผู้พิพากษารับรองฏีกา ก่อนใช้สิทธิ์ยื่นประกันตัวใหม่ได้

ผู้สื่อข่าวมีรายงานแหล่งข่าวนักกฎหมายระบุถึงการยื่นฎีกา คดีที่ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรเล่าข่าวชื่อดัง และเจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้มจำกัด กับอดีตพนักงาน บมจ.อสมท ตกเป็นจำเลยในคดีทุริต ว่า ตามหลักของประมวลวิธีพิจารณาอาญาซึ่งมาตรา 218 บัญญัติว่าในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ซึ่งคดีนี้ นายสรยุทธ กับพวก ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ซึ่งหากจะยื่นฎีกาจำเลยจะต้องดำเนินการมาตรา 221 ที่บัญญัติว่าหากจำเลยได้มีผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีนั้น หรือ ผู้พิพากษา ที่ทำความเห็นแย้งคดีนั้นไว้ในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ หรือ อัยการสูงสุดได้ลงชื่อรับรองในฏีกาว่ามีปัญหาสำคัญที่ควรสู่ศาลสูง และอนุญาตให้ฎีกาโดยมีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัยก็ให้ยื่นฎีกานั้นได้ แต่คดีของ นายสรยุทธ ขณะนี้ยังมิได้ดำเนินการในส่วนนี้ ตามหลักกฎหมายที่บัญญัติไว้ ดังนั้นหากทนายความได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้แล้วก็สามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวได้ใหม่อีกครั้ง