เกิดอุบัติเหตุที่ระยอง รถบรรทุกน้ำมัน ชนจยย. ไฟลุกท่วมดับ 2 ศพ

เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมัน ชนรถจักรยายนต์ไฟลุกท่วมวอดทั้งคัน วังจันทร์ – จ.ระยอง เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ การจราจรติดขัดสะสม

เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมัน เฉี่ยวชนกับรถจักรยายนต์ จุดเกิดเหตุ ถนนสาย 344 วังจันทร์ – จ.ระยอง ส่งผลให้รถบรรทุกน้ำมันเสียหลักพลิกตะแคง และเกิดระเบิดขึ้น มีไฟลุกท่วมรถอย่างรวดเร็ว และเป็นกลุ่มควันสีดำลอยพวยพุ่งขึ้นบนท้องฟ้า เป็นภาพที่ค่อนข้างน่าตกใจสำหรับผู้พบเห็น และไฟลุกลามติดสายไฟฟ้า

เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ระดมรถน้ำ เข้ามาฉีดสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม ไปติดบ้านเรือนประชาชน เนื่องจากบริเวณใกล้กันมีห้องเช่าที่เป็นอาคารชั้นเดียว จำนวน 20 ห้อง อยู่ใกล้กันดด้วย แต่เพลิงยังไม่ลุกลาม จากอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้คนขับขี่รถจักรยานยนต์ กับคนซ้อน เสียชีวิตทันที ในที่เกิดเหตุ รวม 2 ราย

สำหรับการจราจร ในเส้นทางถางถนนสาย 344 วังจันทร์-ระยอง ช่วง ที่ผ่านจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรในฝั่งขาเข้า เปิดช่องทางพิเศษ ให้รถวิ่งสวนกันในฝั่งขาออก แทน ส่งผลให้การจราจรติดขัดสะสม

เครดิตภาพ จาก จส.100

แม่ผูกคอลูกถ่ายคลิป วอนสังคมหยุดด่าและข่มขู่ ลั่นสำนึกผิดแล้ว

แม่ผูกคอลูกถ่ายคลิป อ้างเครียดจากการทำงาน-น้อยใจสามี วอนสังคมหยุดต่อว่า ด่าทอ เผยสำนึกในสิ่งที่ทำแล้ว

จากกรณีที่มีผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอ หญิงสาวตัดพ้อสามี และอุ้มเด็กชายที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกขึ้นมาแขวนคอ จนเด็กมีอาการหายใจไม่ออก ก่อนจะโยนเด็กลงกับที่นอน จนเด็กร้องไห้ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์

ล่าสุดตำรวจ สน.ฉลองกรุง พร้อมเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ (พม.) เดินทางเข้าตรวจสอบภายในห้องพัก แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง เพื่อติดตามหญิงในคลิป กระทั่งพบตัว นางสาวนก(นามสมมุติ) อายุ 32 ปี และ ลูกชาย อายุ 1 ปี 10 เดือน อยู่ในห้องพัก จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งคู่มาสอบสวนที่ สน.ฉลองกรุง

นางสาวนก เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ตนได้อัดคลิปวิดีโอ เพื่อจะส่งต่อไปให้สามี เนื่องจากเครียดจากการทำงาน ประกอบกับน้อยใจที่สามีไม่สนใจ และกลัวว่าจะไปมีหญิงอื่น จึงลงมือทำเพราะประชดสามี จากนั้นได้ส่งคลิปไปให้สามี และนอนหลับไป จนพี่สาวได้โทรศัพท์มาหาต่อว่า สิ่งที่ทำกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว เมื่อแม่ของสามีได้นำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปโพสต์ลงโซเชียล

ทั้งนี้ นางสาวนก ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายลูก และเหตุการณ์นี้ ถือเป็นบทเรียนแก่ชีวิต ที่ทำลงไปเมื่อเห็นลูกเจ็บ ตัวเองก็เจ็บเช่นกัน พร้อมวอนสังคมหยุดต่อว่า ด่าทอ และข่มขู่เธอ เพราะเธอสำนึกในสิ่งที่ทำแล้ว

ด้าน พ.ต.ท.สามารถ กลิ่นเก้า สารวัตรสืบสวนสอบสวน สน.เฉลิมกรุง กล่าวว่า เบื้องต้น จะส่งเด็กไปตรวจร่างกาย หากไม่มีบาดแผล ก็จะแจ้งข้อหาข่มขู่ให้ตกใจกลัว และทำร้ายร่างกาย จากการสอบสวน พบว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ไม่มีเจตนาทำร้ายร่างกายลูก จึงได้เตือนสติ จากนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาสอบสวน ดูสภาพจิตใจอีกครั้ง ว่าจะสามารถให้เด็กกลับไปอยู่กับครอบครัวได้หรือไม่

ตำรวจบุกค้นบ้าน สท.ตระกูลดังเมืองเชียงใหม่ เอี่ยวค้าโคเคน

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่บุกค้นบ้านสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ตระกูลดัง เอี่ยวค้าโคเคน

ช่วงเช้าวันนี้ 12 ส.ค.60 ชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นำหมายค้นเลขที่ ค. 473/2560 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 13 ถนนเกาะกลาง ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านของนายราชิน ตันตรานนท์ อายุ 38 ปี สมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ แขวงเม็งราย และเป็นบุตรชายของนายวรากร ตันตรานนท์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ และนักธุรกิจชื่อดังของ จ.เชียงใหม่

ซึ่งบริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าวเปิดเป็นร้านอาหารชื่อ ร้าน ณ ดีคาเฟ่ ขณะตรวจค้นมีนายราชิน ตันตรานนท์ อายุ 38 ปี สมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ แขวงเม็งราย แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือนายราชินตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเสพติดเบื้องต้นไม่พบฉี่มีสีม่วงแต่อย่างใด

ขณะที่การตรวจค้นภายในบ้านพักพบอาวุธปืนยาว 1 กระบอก และอาวุธปืนสั้น 2 กระบอก พร้อมกระสุนอีกกว่า 100 นัด โดยตรวจสอบอาวุธปืนพบว่ามีทะเบียนถูกต้อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีการเก็บหลักฐานในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงสมุดธนาคารและอื่นๆ ก่อนควบคุมตัวนายราชิน ไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผล โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหา”ครอบครองเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต”

นอกจากนี้ช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้สนธิกำลังบุกค้นเป้าหมายอีก 4 จุด เป็นพื้นที่อำเภอเมือง 2 จุด อำเภอสันทราย 1 จุด และอำเภอดอยสะเก็ด 1 จุด การบุกเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากในห้วง 4 – 5 เดือนที่ผ่านมา มีกลุ่มไฮโซในจ.เชียงใหม่ลักลอบสั่งโคเคนเข้ามาจำหน่ายตามสถานบันเทิง เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติกรรมของขบวนการค้าโคเคนที่มีการส่งมาให้กับกลุ่มไฮโซในพื้นที่ กระทั่งทราบว่ากลุ่มไฮโซจะใช้รถยนต์หรูในการลำเลียงโคเคนไปส่งลูกค้าตามสถานบันเทิง

โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตามนายศุภโชติ มัทซึบารา อายุ 38 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งใช้รถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์วี สีขาว หมายเลขทะเบียน กพ 5568 เชียงใหม่ ขนลำเลียงส่งไปขายตามสถานบันเทิง จนสามารถติดตามจับกุมได้เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 สิงหาคม ขณะนำยาไปส่งบริเวณตลาดสดแม่เหียะ ค้นในรถพบโคเคนบรรจุอยู่ในซองพลาสติกจำนวน 7 ซองน้ำหนักรวม 3.5 กรัม จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจค้นในโทรศัพท์ก็พบว่ามีการตั้งกลุ่มไลน์ ที่ใช้ติดต่อซื้อขายโคเคน โดยมีสมาชิกในกลุ่มไลน์จำนวน 4 คน จากการสอบสวนนายศุภโชติ ให้การรับสารภาพว่ามีโคเคน ถูกส่งมาจากกรุงเทพ โดยมีนายบัญชา ลออชัยรังษี อายุ 38 ปี , นายกานต์ กันทาธรรม อายุ 38 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ เป็นหุ้นส่วนด้วยจึงขยายผลจับกุ่มได้เพิ่มเติมพร้อมของกลางโคเคน จำนวน 2 แท่งน้ำหนัก 20.06 กรัม

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ตั้งกลุ่มไลน์ ขึ้นมาโดยมีสมาชิกทั้งหมด 4 คน จากนั้นจะสั่งซื้อโคเคนมาจากกรุงเทพ ครั้งละ 53,000 บาท ก่อนจะแบ่งขายเป็นซองๆละ 20 กรัมในราคา 2,500 บาท และกระจายส่งให้ลูกค้ากลุ่มไฮโซตามสถานบันเทิง