อ.ธรณ์ ปวดใจเห็น ปลาโรนิน ถูกวางขายกลางตลาดภูเก็ต แค่ 8,000 บาท ทั้งๆ มูลค่าของมันประเมินไม่ได้
วันนี้ (10 ส.ค. 60) โลกออนไลน์ ได้เกิดเป็นที่วิพาษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่ออาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีการเผยแพร่ภาพสุดสลดใจหลังพบเห็นปลาโรนิน หรือ กระเบนท้องน้ำ สัตว์หายาก ถูกวางขายกลางตลาดที่ภูเก็ต ในราคาแค่ 8,000 บาท ทั้งที่จริงมูลค่าของมันประเมินค่าไม่ได้
โดยมีข้อความระบุว่า “#การรอคอยอันยาวนาน ปรกติอาจารย์ธรณ์เป็นคนที่มีความอดทนสูง อีกทั้งเป็นข้าราชการมาตลอด พอเข้าใจว่าระบบบางทีมันก็ใช้เวลา แต่เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น บางหนมันก็ยากทำใจ ดังเช่นภาพปลาโรนินที่ถูกจับมาขายที่ภูเก็ต
โรนิน เป็นปลาหายากมาก ทั้งชีวิตผมเคยเห็นใต้น้ำเพียงหนเดียว ถามนักดำน้ำด้วยกัน เท่าที่รู้มีคนเคยเห็นเพียง 3-4 ราย และเป็นสมัยก่อนทั้งนั้น เพราะปัจจุบัน ปริมาณโรนินน้อยลงจนแทบไม่มีข้อมูล ในยุคที่ผลักดัน วาฬบรูด้า และผองเพื่อนเป็นสัตว์สงวน เราใส่ชื่อปลาโรนินในฐานะสัตว์คุ้มครอง และผ่านทุกกระบวนการในเวลาไม่ถึงปี ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะกรมทรัพยากรทางทะเลฯ กรมประมง และกรมอุทยาน รวมถึงท่านปลัดเกษมสันต์ ท่านรมต.ทั้งท่านดาวพงษ์ และท่านสุรศักดิ์ก็ช่วยผลักดันจนผ่านที่ประชุมครม.สำเร็จ
และแน่นอนว่ายังมีคนรักทะเลจำนวนมากกว่า 50,000 ราย ที่ลงนามเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันครั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง เป็นสัตว์สงวน และยังมีมติให้สัตว์ทะเลอีก 12 ชนิดเป็นสัตว์คุ้มครอง โดยมีโรนินเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น มติครม. มีในวันที่ 21 มิถุนายน 2559 หรือกว่า 1 ปีมาแล้ว โดยส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการต่อไป
ผมในฐานะคนที่มีส่วนในการผลักดัน ก็ตามเรื่องมาตลอด เมื่อได้เป็นกรรมการทะเลแห่งชาติ ก็เคยเรียนถามในที่ประชุมซึ่งมีท่านรองนายกประวิตรเป็นประธาน ซึ่งทุกคนก็ให้ความสนใจ จนบรรจุเป็นวาระสืบเนื่องในที่ประชุมในทุกครั้งที่ผ่านมา
เมื่อผมมาเป็นประธานในคณะทำงานสัตว์ทะเลหายาก ผมก็พยายามติดตามเรื่องนี้ รวมถึงหลายครั้งที่พยายามถามความคืบหน้าอย่างไม่เป็นทางการกับหลายต่อหลายท่าน รวมทั้งท่านที่ทำงานในกฤษฎีกา เพราะผมก็เคยเป็นวิทยากรอบรมให้
ความคืบหน้ามีอยู่บ้าง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังไม่เกิด สัตว์ทั้งหมดยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเสียที ทั้งที่เวลาผ่านไปหลังจากครม.อนุมัติได้กว่า 1 ปีแล้ว ผมมั่นใจว่าภายในปีนี้ ทุกอย่างคงเสร็จสิ้นสมบูรณ์แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นล่ะ ? เพราะปีที่แล้ว ผมก็มั่นใจเช่นนี้
ผมไม่เคยคิดว่าจะต้องเขียนลงเฟซ ไม่อยากให้เรื่องของทะเลต้องเร่งด่วนกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะทุกเรื่องล้วนมีความสำคัญ และกฤษฎีกามีงานมากมายมหาศาล เนื่องจากกฎหมายที่ออกมาเต็มไปหมด แต่ผมเห็นภาพกระเบนราหูโดนจับ ไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ จนสุดท้าย เห็นภาพโรนินถูกนำมาขาย ที่เพื่อนธรณ์ส่งมาให้ดู มันเป็นอะไรที่ทำใจยาก
ผมจึงใคร่ขอร้องว่า รบกวนสักนิดได้ไหมครับ ขอความกรุณาช่วยผลักดันร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้เสร็จสิ้นกระบวนการเสียที เพราะระหว่างที่กฎหมายยังไม่ออก ชีวิตของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้กำลังตาย โดยไม่มีใครทำอะไรได้ ผมไม่ได้อยู่ในวงการธุรกิจดำน้ำ แม้ผมจะเห็นด้วยว่าโรนินมีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อการท่องเที่ยวมหาศาล แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับความภาคภูมิใจของคนรุ่นเรา
ความภูมิใจที่สามารถรักษาสัตว์หายากของโลก ปลาดึกดำบรรพ์กึ่งฉลามกึ่งกระเบน ให้คงอยู่ในทะเลไทยต่อไป ลูกเราหลานเรากำลังจะรู้จักปลาโรนินแต่เพียงชื่อ เหมือนที่คนรุ่นหนุ่มสาวสมัยนี้รู้จักปลาฉนากแต่เพียงชื่อ (ปลาฉนากอยู่ในกม.ฉบับนี้ด้วย แต่ใช้คำว่าสูญพันธุ์ไปแล้วจากน่านน้ำไทยก็พอได้)
เรายังอาจมีหวังน้อยๆ กับปลาโรนิน หากกฎหมายออกมาทันเวลา และการมีหวังน้อยๆ ย่อมดีกว่าไม่มีอะไรเลย จึงใคร่ขอคนรักทะเลทั้งหลาย ช่วยกันแชร์ช่วยกันบอกกล่าวเรื่องนี้ไป เพราะพวกเราไม่อยากเห็นกฎหมายออกมาเมื่อสายเกินไป ดังที่เกิดมาแล้วหลายครั้งคราว
น้ำตาและความเสียใจเมื่อสายเกินไป มันตอบคำถามลูกหลานไม่ได้หรอกครับ
ขอบคุณครับ
ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์“
