“สมชัย” ยก 5 ประเด็นเห็นต่าง กรธ. ค้านเปลี่ยนวิธีเลือกตั้ง

“สมชัย” โพสต์เฟซบุ๊กยก 5 ประเด็นเห็นต่าง กรธ. ในการเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้ง ส.ส. เผยมีแต่ข้อเสีย

วันที่ 10 ส.ค. 2560 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Srisutthiyakorn Somchai” เกี่ยวกับใน 5 ประเด็นที่เห็นต่างจากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในการเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้ง ส.ส. ประกอบด้วย

1. การใช้หมายเลขผู้สมัครพรรคแตกต่างกันไปในแต่ละเขตนั้น ประชาชนสับสน พรรคการเมืองหาเสียงลำบาก กกต.มีความยุ่งยากในการจับสลากรายเขต, การจัดพิมพ์บัตรรายเขต และ การรวมคะแนนและรายงานผล และไม่สามารถแก้ปัญหาการซื้อเสียงได้

2. การเพิ่มจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนจาก 800 คน เป็น 1,000 คน ต่อหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจาก จำนวนหน่วยจะลดลง ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก ต้องเดินทางไปยังหน่วยใหม่ที่ไกลจากบ้านมากขึ้น จำนวนคนที่ใช้สิทธิมากอาจทำให้เกิดการแออัดในการใช้สิทธิ

3. การกำหนดว่า ไม่ควรใช้เขตหมู่บ้านเป็นข้อจำกัดต่อการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากอาจจะมีการแบ่งครึ่งหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบของผู้สมัคร และ ยิ่งสร้างความสับสนแก่ประชาชนในหมู่บ้านว่า ตนอยู่ในเขตเลือกตั้งใด

4. การเปิดโอกาสให้มีการใช้เครื่องลงคะแนนอีเล็คทรอนิกส์ได้ โดยมีเงื่อนไขว่า ค่าใช้จ่ายจะต้องถูกกว่าการเลือกตั้งแบบเดิม เนื่องจาก เป็นไปไม่ได้ที่การใช้เครื่องจะถูกกว่าการใช้บัตรในการเลือกตั้งคราวเดียว จะต้องพิจารณาถึงการเปรียบในระยะยาว และ พิจารณาถึงประโยชน์ในเรื่องอื่น เช่น ความรวดเร็ว ความถูกต้อง จำนวนบัตรเสียเป็นศูนย์ มิใช่มองในเรื่องต้นทุนอย่างเดียว

5. การปิดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน้าหน่วย โดยไม่ให้ใส่หมายเลขประจำตัว 13 หลักเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจาก เป็นการเปิดช่องทางให้ทุจริตการเลือกตั้ง ดังนั้น จึงควรมีการใส่หมายเลขประจำตัวแต่อาจปิดบางหลัก โดยใช้สัญญลักษณ์ xxxx เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิ แต่ สามารถตรวจสอบในภายหลังได้

ที่มา  Srisutthiyakorn Somchai

“พล.ต.อ.พัชรวาท” น้องชายประวิตร แจ้งความจับผู้สื่อข่าวบุกรุกหอพัก

นักข่าวอิศรา ยืนยันลงพื้นที่หอพักของพล.ต.อ.พัชรวาท เพื่อหาข้อมูล ไม่มีเจตนาบุกรุก ด้าน ตร.จ่อส่งดำเนินคดีที่ศาลแขวงพระนครเหนือ

ผู้สื่อข่าวสถาบันอิศรา เปิดเผย กรณีถูกตำรวจ สน.พหลโยธิน จับกุม ในข้อหา “บุกรุก” หลังลงพื้นที่ดูหอพักของ หจก.สมถวิล เรียลเอสเตรท ย่านซอยพหลโยธิน 32 ถนนรัชดาภิเษก ของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. หลังถูก ป.ป.ช. ไต่สวนการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ว่า ตนเองถูกรับมอบหมายหน้าที่ให้มาลงพื้นที่ทำข่าวหาข้อมูลเกี่ยวกับ ทรัพย์สินของ พล.ต.อ.พัชรวาท

หลังถูก ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ จึงเดินทางมาตามข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 32 จึงพบว่า ที่ตั้งดังกล่าวเป็นลักษณะอพาร์ตเมนต์ โดยมีประตูรั้วเปิดอยู่จึงเดินทางเข้าไปสอบถาม ผู้หญิงคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นผู้พักอาศัย พร้อมสอบถามเกี่ยวกับที่พักดังกล่าว และถามหาผู้ดูแลสถานที่ ระหว่างรอจึงถ่ายภาพ บริเวณด้านหน้า และใต้ถุนของที่พักดังกล่าว เพื่อรอสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง โดยมีคนบอกให้รอก่อน ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงมีตำรวจ สน.พหลโยธิน มาเชิญตัว เนื่องจากถูกแจ้งบุกรุก โดยปฏิเสธข้อกล่าวหา

นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผอ.บริการสถาบันอิศรา กล่าวว่า ผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่ เพื่อไปหาข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาบุกรุก และไม่ได้เข้าไปในจุดห้ามเข้า แต่ถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก

ด้านพ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า คดีดังกล่าว ผู้เสียหายแจ้งความให้ดำเนินคดีในข้อหา บุกรุก กับผู้สื่อข่าวคนดังกล่าว ซึ่งถือว่า มีอัตราโทษน้อย นำตัวส่งดำเนินคดีที่ศาลแขวงพระนครเหนือ โดยในชั้นพนักงานสอบสวนให้ประกัน 3 หมื่นบาท

ญาติ นศ.รถตกเหวแคลิฟอเนีย บุกสถานฑูตสหรัฐฯ ขอวีซ่านำกู้ภัยไทยไปกู้ศพ

ญาติ 2 นักศึกษา ยื่นขอ VISA สถานทูตสหรัฐ ให้ทีมกู้ภัยช่วยกู้ซากรถยนต์และร่าง 2 นักศึกษาไทยขึ้นจากเหว

จากกรณีที่ “น้องมิน” น.ส.ทิวาดี แสดงสุริยฤทธิ์ อายุ 24 ปี และ “น้องกอล์ฟ” นายภคพล ชัยรัตนทรงพร อายุ 28 ปี 2 นักศึกษาไทยที่ประสบอุบัติเหตุตกเหวลึก บริเวณทางไปอุทยานแห่งชาติคิงส์ แคนยอน รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่มีการกู้ซากรถและช่วยเหลือ 2 นักศึกษาชาวไทยแต่อย่างใดตามข่าวที่เคยนำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (10 ส.ค.) เวลา 10.00 น. นายเอกชัย ไทเดชะ อายุ 63 ปี ได้เดินทางมายังสถานฑูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นคำร้องต่อ นายปีเตอร์ เฮย์มอนด์ อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อฟขอ VISA นำหน่วยกู้ชีพชาวไทยเดินทางไปกู้ศพนักศึกษาทั้ง 2 คน หวังกดดันให้เจ้าหน้าที่เร่งปฏิบัติการกู้ซากรถ และศพ 2 นักศึกษา ซึ่งจนถึงขณะนี้ล่วงเลยเป็นเวลากว่า 14 วันแล้ว

นายเอกชัย ไทเดชะ เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนได้มายื่นคำร้องขอวีซ่านำหน่วยกู้ชีพชาวไทยไปกู้ศพเอง ซึ่งคิดว่าเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าสามารถทำได้ก็พร้อมจะพาหน่วยกู้ชีพจากไทยไปพร้อมกับตนเองโดยยอมเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิตกำลังโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก

รวมถึงรู้สึกผิดหวังกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป้นอย่างมาก เนื่องจากอดทนรอมาหลายวันแล้วแต่กลับยังไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ อยากถามกลับหน่วยงานหากนักศึกษาทั้งสองเป็นชาวอเมริกัน จะปล่อยให้เหตุการณ์เป็นเช่นนี้โดยไม่รีบกู้ภัยหรือไม่ หรือเหตุผลคือคนอเมริกันไม่มีความสามารถพอจะทำการกู้ภัยในลักษณะนี้ได้ ซึ่งตนมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่หน่วยงานจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย