ราคาทองปรับขึ้น 100 บาท จับตา! ประกาศงบ 2Q60 ทำหุ้นไทยผันผวน

ราคาทองปรับขึ้น 100 บาท จับตา! ประกาศงบ 2Q60 ที่ค่อนข้างย่ำแย่ ทำหุ้นไทยผันผวน คาดดัชนีลงต่อเนื่อง

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 ส.ค.2560 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา09.31 น. ซึ่งปรับขึ้นบาทละ 100 บาท เมื่อเทียบกับราคาวานนี้ โดยราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ19,586.72 บาท ขายออกบาทละ 20,550.00 บาท ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 19,950.00 บาท ขายออกบาทละ20,050.00 บาท

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีแรงขายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกดดัน SET Index วานนี้ปรับลดลง 0.38% มองเป็นผลมาจากแนวโน้มผลประกอบการงวด 2Q60 ที่ค่อนข้างย่ำแย่ ซึ่งทำให้ต้องระมัดระวังการประกาศงบในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ 10 – 11 ส.ค.60 คาดว่า SET Index จะลงต่อเนื่อง โดยวันนี้น่าจะลงมาทดสอบ 1,565 จุด ก่อนที่จะเคลื่อนไหวเชิงลบต่อเนื่องไปถึงสัปดาห์หน้า

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนมองว่าผลจากการที่ SET Index ไม่เหลือ Upside และตลาดกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการ ทั้งหมดน่าจะทำให้ SET ต้องปรับฐานต่อเนื่องไปอีกซักพัก (ดัชนีไม่น่าลงไปต่ำกว่า 1,547 จุด) ในช่วงที่ตลาดปรับฐานดังกล่าว

และควรสลับมาเป็นกลุ่มหุ้นที่คาดผลประกอบการจะมีการฟื้นตัวในไตรมาส 3 -4 PTT PTTEP PTTGC และ KCE HANA รวมไปถึงกลุ่ม Low PER แต่ High Dividend LH PSH และ RATCH นอกนั้นยังคงให้ถือกลุ่มเก็งผลประกอบการเด่น BANPU LH MEGA JWD BEAUTY

สำนักพุทธฯโคราช ปัดไม่ยุ่งคดีอดีตศิษย์พระเกจิดังโกงเงินวัด

สำนักพุทธฯโคราช ปัดไม่ยุ่ง ปมอดีตลูกศิษย์หลวงพ่อเกจิชื่อดัง โกงเงินวัด ชี้เป็นคดีบ้านเมือง

จากกรณีที่ นายธนพัฒน์ สุขเกษม ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูป พร้อมด้วยนายวุธศักดิ์ นิยมนา และนายเชาวลิต เงินรวง ไวยาวัจรกร วัดบุไผ่ หรือ วัดบ้านไร่ 2 อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เดินทางไปร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายตำรวจเกษียณอายุราชการยศ พลตำรวจตรี รายหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตลูกศิษย์ของพระเกจิชื่อดัง ในข้อหายักยอกทรัพย์และฉ้อโกงประชาชน หลังแอบอ้างชื่อ วัดบุไผ่ เพื่อขอรับบริจาคเงินจากพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาในหลวงพ่อคูณ มาซื้อที่ดินจำนวน 11 ไร่ มีชื่อนายตำรวจคนดังกล่าว เป็นผู้ถือครองทั้งหมดนั้น

ล่าสุด นายคำพัน ครองเกษม นิติกรประจำสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ได้ชี้แจงถึงกรณีนี้ว่า ก่อนหน้านั้นเคยมีเรื่องของความขัดแย้งภายในระหว่างวัดบุไผ่กับมูลนิธิ แต่ทางวัดบุไผ่ไม่เคยมาร้องเรียนที่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการวัดบุไผ่ ก็ได้เข้าไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของคดีบ้านเมือง ที่ดีเอสไอรับเข้าพิจารณาดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา จึงไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เพราะจะเสียรูปคดี นอกจากทางดีเอสไอ จะติดต่อประสานงานมา ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเต็ม

ทั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่า กรณีที่นำเอาชื่อวัดไปแอบอ้าง เพื่อขอรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาดูแลเพียงวัดและพระสงฆ์เท่านั้น ประกอบกับการแก้ไขทำได้เพียงประชาสัมพันธ์ให้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะบริจาคเงินหรือสิ่งของต่างๆ ให้กับมูลนิธิ เท่านั้น

ญาติกู้ภัยแปดริ้ว เหยื่อกระบะตีนผี เผยยังทำใจไม่ได้

ญาติกู้ภัยแปดริ้ว เหยื่อกระบะตีนผี ยังทำใจไม่ได้ ด้านภรรยาเผยไม่รู้อนาคตตนและลูกน้อย จะเป็นอย่างไร 

จากกรณีที่ นายณัชพล พรหมนา หรือสอง อายุ 25 ปี ชาว ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว อาสมัครกู้ภัยพนมสารคาม จุดหัวสำโรง 36 ซึ่งเสียชีวิตลงขณะกำลังเข้าไปช่วยเหลือคนเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม จนถูกรถยนต์กระบะขับแซงซ้ายมาตามไหล่ทาง ก่อนปาดเข้าเลนขวาพุ่งเข้าชนอย่างจังจนทำให้ทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ พลเมืองดี และอาสากู้ภัย เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด น.ส.จุฑารัตน์ วรพงต์ อายุ 22 ปี ผู้เป็นภรรยา เผยว่า ขณะนี้ยังคงทำใจไม่ได้จากการสูญเสีย และการจากไปของสามีในครั้งนี้ ซึ่งมันเร็วเกินกว่าที่จะยอมรับได้ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้กับครอบครัว และไม่คิดฝันว่าจะมาเกิดขึ้นกับครอบครัวของตนเอง เพราะเคยได้ยินแต่ข่าวของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้ในพื้นที่อื่น ซึ่งตนก็เป็นอาสากู้ภัยด้วยกันกับสามี เพราะอยู่กินแต่งงานกันมานานถึงกว่า 6 ปี แล้ว จนมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน คือ ด.ช.ปกรณ์ พรหมนา หรือ น้องอะตอม อายุ 3 ขวบครึ่ง โดยสามีนั้นเป็นคนมีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคน และเขายังรักงานอาสากู้ภัยมาก จึงได้เข้ามาเป็นทีมอาสาสมัครกู้ภัย เพื่อเข้าช่วยเหลือคนเจ็บมาเป็นเวลานานถึงกว่า 2 ปีแล้ว หลังจากสูญเสียสามีไปยังไม่รู้อนาคตของตนเองและบุตรชาย ว่าในชีวิตวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกันบรรดาญาติๆ ของ นายณัชพล ผู้เสียชีวิตต่างยังคงทำใจไม่ได้ และอยู่ระหว่างความเศร้าโศก โดยเฉพาะนางทัน พรหมนา อายุ 53 ปี ผู้เป็นมารดาของ นายณัชพล นั้น ถึงกับเข่าอ่อนและเป็นลมล้มฟุบอยู่ตลอดเวลา จนต้องถูกหามนำส่งไปยังโรงพยาบาลอย่างน่าสลดหดหู่ใจ โดยศพของนายณัชพล ได้ถูกนำมาตั้งสวดพระอภิธรรมที่หมู่บ้านอ่าวช้างไร่ อ.แปลงยาว และจะมีพิธีฌาปนกิจศพ ในวันอาทิตย์ ที่ 13 ส.ค. 60 เวลา 16.00 น.