สิบเอกปรีชา อ้างเมาปืนลั่น ไม่ได้ตั้งใจยิงใส่นักศึกษา ม.อ.ปัตตานี

สิบเอกปรีชา อ้างเมาปืนลั่น ไม่ได้ตั้งใจยิงใส่นักศึกษา ม.อ.ปัตตานี ขอยอมรับผิดทางวินัยและทางอาญา

จากกรณีที่วานนี้ (8 ส.ค. 60) มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “เสื้อยืด สีขาว” ได้โพสต์ว่า เกิดเหตุนายทหารยศสิบเอกใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ นางสาวฮานาน ซูเดน นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณหอพักนอกของนักศึกษา ถ.เจริญประดิษฐ์ ต.รูสะมีแล อ.เมือง

โดย นางสาวฮานาน ให้การว่า ตนเองจอดรถจักรยานยนต์บริเวณบ้านพักเพื่อจะเข้าไปจัดกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน นายทหารคนดังกล่าวขับรถยนต์มาจอดบริเวณเดียวกันและเฉี่ยวชนจนรถจักรยานยนต์ล้ม จากนั้นตนได้เข้าไปสอบถามคู่กรณี แต่คู่กรณีเกิดโทสะใช้ปืนประจำตัวยิงใส่ตนเอง 3 นัด แต่กระสุนพลาดเป้า ตนจึงวิ่งหนีเข้าบ้านพัก

ต่อมา ทีมงานกิจการนักศึกษา กองกิจการนักศึกษา และทีมงานองค์การฯ 60 ได้สอบถามไปยัง สภ.ปัตตานี ได้ข้อเท็จจริงว่า นายทหารดังกล่าวคือ สิบเอกปรีชา ไม่ได้ปืนลั่น แต่ตั้งใจยิงข่มขู่นักศึกษาจำนวน 3 นัด และเล็งปืนไปยังนักศึกษาอีกคนเพื่อข่มขู่ด้วย ตามด้วยยิงปืนขึ้นฟ้าอีก 2 นัด และวันนี้ (9 ส.ค.) เวลาประมาณบ่ายโมง พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.ปัตตานี จะนำตัวสิบเอกปรีชา ไปทำแผนประกอบการรับสารภาพในพื้นที่จุดเกิดเหตุ

ล่าสุด (9 ส.ค. 60) สิบเอกปรีชา ได้ออกมาขอโทษนักศึกษา ม.อ.ปัตตานี แล้ว โดยอ้างว่าที่ลั่นปืนนั้นทำไปด้วยความเมา ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายนักศึกษา ส่วนที่ยิงปืนขึ้นฟ้านั้น สาเหตุมาจากความมึนเมา เครียดมีปัญหาทางครอบครัว จึงขอยอมรับผิดทางวินัยและทางอาญา

ขอบคุณข้อมูลภาพ Wartani , คนนอกเอก ม.อ.ปัตตานี

ศาลฎีกายืนคุก 2 เดือน “บก.ลายจุด” ขัดคำสั่ง คสช. ไม่ไปรายงานตัว

ศาลฎีกายืนตามอุทธรณ์สั่งจำคุก 2 เดือน “บก.ลายจุด” ปรับ 3,000 บาท ขัดคำสั่ง คสช. ไม่ไปรายงานตัว รอลงอาญา 1 ปี

ศาลแขวงดุสิตอ่านคำพิพากษาในคดีที่ พนักงานอัยการศาลแขวงดุสิตเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เป็นจำเลย ฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ไม่ไปรายงานตัวตามหมายเรียกบุคคลตามกำหนด

สืบเนื่องจาก คสช. ได้ออกคำสั่ง คสช.ที่ 3/2557 ลงวันที่ 23 พ.ค.2557 เรียกบุคคลมารายงานตัว ซึ่ง นายสมบัติ เป็นหนึ่งในรายชื่อตามคำสั่งดังกล่าว แต่ไม่ไปรายงานตัวตามกำหนด จึงถูกจับกุมและดำเนินการฟ้องคดีขึ้นสู่ชั้นศาล

โดยศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษปรับ 500 บาท โจทก์และจำเลยได้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์คดี ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประกาศคสช.ฉบับที่ 25,57 ฉบับที่ 29,57 ลงโทษจำคุก 2 เดือน และปรับ 3,000 บาท รอลงอาญา 1 ปี

ล่าสุดวันนี้ (9 ส.ค.2560) ศาลแขวงดุสิต ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 2 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ มีกำหนด 1 ปี

บันทึกพระชนชีพ ตอน “81 วัน ก่อนการกราบลา”

บันทึกพระชนชีพ ตอน “81 วัน ก่อนการกราบลา”

พ.ศ. 2497 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ชื่อว่า ประเทศประชาธิปไตย ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประกอบกับแนวทางการอบรมอภิบาลของ สมเด็จพระบรมราชชนี ที่ทรงเน้นการบ่มเพาะให้เด็กเข้มแข็ง มีระเบียบวินัย มีความสุจริต และเอื้อเฟื้อเผื่อแพร่ จึงล้วนเป็นปัจจัยเอื้อให้ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เจริญพระชนมพรรษาขึ้นมาในบรรยากาศของการเป็นคนธรรมดา ที่รู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ เคารพระเบียบวินัย ภายใต้บรรยากาศแห่งเสรีภาพ

ที่โรงเรียนเอกชน เอกอล นูเวล พระองค์ทรงเลือกเรียน สายศิลป์ภาษาลาติน และ อังกฤษ โดยมีภาษาเยอรมัน เป็นภาษาบังคับ และทรงภาษาฝรั่งเศสได้แล้วในขณะนั้น วิชาพิเศษของโรงเรียน มีวิชาการทำสวน และวิชาช่างไม้ นับว่าสอดคล้องกับความสนพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง และเป็นปัจจัยหนึ่งที่เสริมสร้างพระอัจฉริยภาพด้านการช่าง อันเป็นประโยชน์ในการทรงงานในภายหลัง ทั้งระบบการศึกษาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้เอง ที่เป็นการเตรียมพระองค์ ให้ทรงพร้อมกับเหตุการณ์ที่จะผันแปรไปอีกมากมายในอนาคต