ผู้รับเหมาร้องสื่อ! ถูกกลุ่มคนข่มขู่ออกจากพื้นที่ก่อสร้างวัดดัง

ผู้รับเหมาก่อสร้างพระเจดีย์ฯ วัดดังย่านสุขุมวิท ร้องสื่อฯ ถูกกลุ่มคนข่มขู่ ให้ออกจากพื้นที่

นายศักดิ์โชติ ขยันการ ผู้รับเหมาก่อสร้างพระเจดีย์ 84 พรรษา ราชนครินทร์ ซึ่งอยู่ภายในวัดแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ร้องเรียนสื่อมวลชน โดยระบุว่า ถูกกลุ่มคนเข้ามาก่อกวนและข่มขู่คนงานให้ออกจากพื้นที่การก่อสร้าง ภายใน 3 วัน และให้หยุดก่อสร้างพระเจดีย์ดังกล่าว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา

โดยกลุ่มคนดังกล่าว ได้เข้ามาถ่ายภาพคนงานและให้ออกจากพื้นที่ โดยไม่ตัองนำอุปกรณ์และเครื่องมือใดๆ ออกจากบริเวณก่อสร้างด้วย ซึ่งภายในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดและสามารถจับภาพบุคคลทั้งหมดไว้ได้ ก่อนหน้านี้ตนเองได้เข้าแจ้งความไว้ ที่ สน.คลองตัน แต่คดีความยังไม่คืบหน้าซึ่งตนเองและคนงานเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย การก่อสร้างพระเจดีย์ฯ แห่งนี้ ได้ล่วงเลยมากว่า 6 ปี ยังไม่แล้วเสร็จเลย ตนเองเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายที่ 3 แล้ว ที่เข้ามารับงานนี้ก็ถูกข่มขู่และก่อกวนอีกจึงร้องเรียนกับสื่อมวลชน และอยากเรียกร้องให้สำนักงานพุทธศาสนา เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อให้การก่อสร้างพระเจดีย์ฯ แล้วเสร็จตามความประสงค์ของผู้ว่าจ้างต่อไป

ที่มา… INN

รองนายกฯ ตรวจความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศฯ

“พล.อ.ธนะศักดิ์” ตรวจการจัดสร้างพระเมรุมาศ ภาพรวมคืบหน้าร้อยละ 70

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี มีกำหนดตรวจความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศฯ ณ ท้องสนามหลวง โดยมีนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร รายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน ในส่วนของงานก่อสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ ภาพรวมขณะนี้คืบหน้ามากกว่าร้อยละ 70 และเร็วกว่าแผนที่ตั้งไว้

โดยพระเมรุมาศ คืบหน้าร้อยละ 65งานขยายแบบองค์ประกอบสถาปัตยกรรมแล้วเสร็จ พระที่นั่งทรงธรรม คืบหน้ารวมประมาณร้อยละ 85 ขณะนี้ยังคงเหลือการติดตั้งรวยระกาบนจั่วมุข ศาลาลูกขุน คืบหน้ารวมประมาณร้อยละ 80 โดยศาลาลูกขุน 1 และ 2 ทั้งหมดได้ติดตั้ง องค์ประกอบสถาปัตยกรรมแล้วเสร็จ งานประติมากรรม ความคืบหน้าโดยรวมประมาณร้อยละ 70

ส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและราชยาน พระมหาพิชัยราชรถและพระที่นั่งราเชนทรยาน ได้รับการอนุรักษ์ ปิดทองประดับกระจกแล้วเสร็จประมาณร้อยละ 80 ส่วนราชรถน้อยได้จัดทำลวดลายแกะสลักขึ้นใหม่ อยู่ระหว่างปิดทองประดับกระจก คืบหน้าร้อยละ 70 การจัดสร้างราชรถปืนใหญ่

สำหรับอัญเชิญพระบรมศพเวียนอุตราวัฏ และ การจัดสร้างพระที่นั่ง ราเชนทรยานน้อย สำหรับอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร จากมณฑลพิธีท้องสนามหลวง กลับสู่พระบรมมหาราชวังรอบพระเมรุมาศ ขณะนี้งานแกะสลักลวดลายและปิดทองประดับกระจกคืบหน้ามากกว่าร้อยละ 70

สุดยอด! เกษตรกรเมืองคอนเลี้ยง ‘กบเนื้อ’ ส่งออกนอกรายได้นับล้านบาทต่อปี

สุดเจ๋ง! เกษตรกร ต.นาพรุ จ.นครศรีธรรมราช เลี้ยงกบเนื้อส่งออกต่างประเทศ สร้างรายได้นับล้านบาทต่อปี

วันที่ 8 ส.ค.60 นายสนอง แก้วประภาค นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาพรุ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านใน ต.นาพรุ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร สวนยางพารา สวนปาล์ม สวนผลไม้ แต่ประสบปัญหาเรื่องผลผลิตราคาตกต่ำ ดังนั้นแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน ทาง อบต.นาพรุ อ.พรพรหม จ.นครศรีธรรมราช จึงจัดโครงการส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้าน โดยส่งเสริมการเลี้ยงกบเนื้อ โดยทาง อบต.นาพรุ สนับสนุนพันธุ์กบ อาหารและฝึกอบรมการเลี้ยงกบ

ส่วนกบที่นำมาให้ชาวบ้านเลี้ยง ทาง อบต.นำพันธ์กบนา เป็นกบพันธุ์พื้นบ้าน ต.นาพรุ มาผสมพันธุ์กับกบพันธุ์เนื้อต่างประเทศ เพื่อให้มีขนาดใหญ่ เจริญเติบโตดี แข็งแรง และทนต่อโรค ที่สำคัญเป็นที่ต้องการของตลาด พร้อมมีการตั้งชื่อว่า ‘กบนา นาพรุ’ จากนั้นนำแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่ต้องการเลี้ยงกบเนื้อเป็นอาชีพเสริม ในช่วงแรกมีชาวบ้านไม่กี่หลังคาเรือนสนใจนำกบไปเลี้ยง แต่ปัจจุบันได้มีชาวบ้านให้ความสนใจเลี้ยงกบเนื้อเพิ่มขึ้นเกือบ 100 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวบ้านหมู่ 4 และ หมู่ 7 รวมพื้นที่เลี้ยง 94 ฟาร์ม
ผลผลิตเฉลี่ยแต่ละปี 1000 ตัน หรือ 1 ล้านกิโลกรัม ที่ผ่านมาสร้างรายได้ให้ชาวบ้านตำบลนาพรุ เฉลี่ยปีละ 40 – 50 ล้านบาท หรือครัวเรือนละประมาณ 500,000 – 1 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับปริมาณการเลี้ยงกบของชาวบ้านแต่ละครัวเรือน โดยกบที่ชาวบ้านเลี้ยงจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้านกิโลกรัมละ 50 – 55 บาท เพื่อส่งขายต่างประเทศ เช่น ประเทศมาเลเซีย อินโดนิเซีย จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ทำให้ปัจจุบันอาชีพเสริมการเลี้ยงกบเนื้อส่งออก ถือเป็นทางออกในการแก้ปัญหาความยากจนให้ชาวบ้านในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ด้านนายโสภณ จันทรสุวรรณ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 4 ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช กล่าว่า ตนมีอาชีพหลักทำสวนผลไม้ตามฤดูกาล เช่น มังคุด ทุเรียน เงาะ แต่จากปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ตนจึงหันมาเลี้ยงกบเนื้อขายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้ครอบครัว โดยสร้างบ่อเลี้ยงกบบริเวณหลังบ้านจำนวน 18 บ่อ เลี้ยงจำนวน 2 รุ่น ปริมาณกบที่จับขายแต่ละรุ่นเฉลี่ย 11- 12 ตัน และใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 3 – 4 เดือนต่อรุ่นกบ เมื่อถึงกำหนดจับกบขายจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 50 – 55 บาท ต่อกิโลกรัม หรือขายได้เฉลี่ยรุ่นละประมาณ 500,000 – 600,000 บาท จนปัจจุบันนี้ตนหันมาเลี้ยงกบเป็นอาชีพหลักเลี้ยงดูครอบครัว