พล.ต.ต. กรไชย นำทีม รับบริจาคช่วยผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

ผู้บังคับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ  ร้อยมือล้านใจ สู้ภัยน้ำท่วม 

วันนี้ (8 ส.ค. 60)  ที่ ลานอเนกประสงค์หน้าอาคาร รซีพี ทาวเวอร์ ถนนสีลม พล.ต.ต. กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ร้อยมือล้านใจ สู้ภัยน้ำท่วม  ซึ่งเป็นกิจกรรมดนตรีการกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสพอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสาน ร่วมมือของ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ จับมือกับกลุ่มชุมชนดนตรี ทำความดีเพื่อสังคม และกลุ่มเพื่อน 07 ที่มาร่วมเป็นพันธมิตรจิตอาสาในครั้งนี้ โดยงานนี้จะจัดจนถึง เวลา 16:00 น. ของวันนี้

ทั้งนี้ภายในงานจะมีกิจกรรมการแสดงดนตรีของกลุ่มคนที่อยู่ในวงการดนตรี ไม่ว่าจะเป็นครูสอนดนตรี นักดนตรี ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับดนตรี นักร้อง นักศึกษาที่มีอุดมการณ์เสียสละเพื่อสังคมมาร่วมขับกล่อมบรรเลง มีการจำหน่ายเสื้อที่ระลึก และรับบริจาคเงินและสิ่งของจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อนำไปมอบให้กับ พี่น้องผู้ประสบภัยอยู่ในขณะนี้

พล.ต.ต. กรไชย เผยว่า นับตั้งแต่เกิดสถานณ์น้ำท่วม ตำตรวจได้ออกช่วยเหลือประชาชนตามนโยบาย ผบ.ตร. ที่สั่งการให้ตำรวจในท้องเที่ยวออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการตั้งโรงครัว การเปิดสถานีตำรวจเป็นที่พักชั่วคราว และป้องกันปราบปรามมิจฉาชีพก่อเหตุซ้ำเติมประชาชนในรูปแบบต่างๆ ซึ่ง ผบช.ก.เองก็ได้สั่งการให้ตำรวจสอบสวนกลางทุกหน่อยในพื้นที่ออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจทางหลวง ตำรวจรถไฟ ดังกล่าว

อินเดีย เปิดฉากยิงปืนใหญ่ขู่ จีน หลังจัดทหาร-สรรพาวุธ เข้าพื้นที่พิพาท

ทหารอินเดียยิงปืนใหญ่ข่มขู่จีน บนที่ราบสูงของรัฐอรุณาจัลประเทศ บริเวณพื้นที่พิพาทของ 2 ประเทศ หลัง จีนได้ขนทหาร – สรรพาวุธไปทิเบตเพื่อซ้อมรบอย่างมีนัยยะ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย 

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า  วันนี้ (8 ส.ค. 60) เมื่อเวลาประมาณ 12:00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ได้เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกองทัพจีน และอินเดีย ขึ้นที่บริเวณพื้นที่ข้อพิพาทดินแดน เมื่อกองทัพอินเดียได้ยิงปืนใหญ่ข่มขู่จีน บนที่ราบสูงของรัฐอรุณาจัลประเทศ ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณพื้นที่ข้อพิพาทพรมแดนของทั้ง 2 ประเทศ

ภายหลังช่วงเวลาที่ผ่านมา จีนได้ส่งกองทัพทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน อาทิ เฮลิคอปเตอร์โจมตี รุ่น Z-19 หลายสิบลำ ของกองพลน้อยที่ 51 ศูนย์การบินทหารบก และรถถังติดอาวุธจำนวนมาก มุ่งหน้าสู่ที่ราบสูงของเขตปกครองตนเองทิเบต เพื่อเข้าร่วมกับกองกำลังทหารที่ประจำการอยู่ในบริเวณพื้นที่ข้อพิพาทพรมแดน และซ้อมรบด้วยกระสุนจริง

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวท้องถิ่นของอินเดีย ได้รายงานว่า รัฐบาลอินเดียมีคํ่าสั่งด่วนถึงกองทัพบกและนาวิกโยธินอินเดียให้ทยอยอพยพประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่ข้อพิพาทพรมแดน ไปพักที่ศูนย์พักพิงของทหาร เบื้องต้นยังไม่มีรายงานของผู้ได้รับผลกระทบ หรือความเสียหาย จากการยิงปืนใหญ่ของกองทัพอินเดียเพื่อข่มขู่จีนแต่อย่างใด

สำหรับความขัดแย้งเรื่องดินแดนระหว่างจีนและอินเดียนั้นได้ประทุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากการอินเดียส่งทหารเข้าไปซ่อมถนนที่อยู่แถวบริเวณชายแดนติดกับรัฐสิกขิม ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาท จากนั้นได้มีการลำเลียงทหารและสรรพาวุธเข้าสู่พื้นที่เพิ่มอีกผ่านเส้นทางดังกล่าว

ทำให้จีนเกิดความไม่พอใจจึงสั่งระดมกำลังทั้งทหารและสรรพาวุธไปยังทิเบตเพื่อทำการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงอย่างมีนัยยะ และเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา กองทัพอากาศปลดแอกประชาชนจีน นำขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน รุ่น HQ-2B ออกมายิงทดสอบ ที่เขตปกครองตนเองทิเบต ก่อนที่กองทัพอินเดียจะยิงปืนใหญ่ข่มขู่ดังกล่าวในวันนี้

ข่าวจีน, กองทัพจีน, เครื่องบินจีน
เฮลิคอปเตอร์โจมตี รุ่น Z-19 หลายสิบลำของจีน มุ่งหน้าทิเบต

จีนยิงทดสอบขีปนาวุธ

พ่อเฒ่าศรีสะเกษร้อง ลูกสาวหายตัวลึกลับกว่า 1 เดือน คาดถูกอุ้มฆ่าล้างหนี้

พ่อเฒ่าศรีสะเกษ ร้องทุกข์ลูกสาวหายตัวลึกลับกว่า 1 เดือน คาดถูกอุ้มฆ่าล้างหนี้ วอนตำรวจช่วยตามหา

นายบุญมี อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พร้อมด้วย นายบัวกัน อุ่นอ่อน อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.16 บ้านโนนเจริญ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เข้าร้องทุกข์หลัง น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนายบุญมี และ หลานของ นายบัวกัน รับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ได้หายตัวไปพร้อมด้วยรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา โดยปล่อยทิ้งให้ลูกสาว อายุ 8 ขวบ อยู่กับพ่อและตายายมานานกว่า 1 เดือนแล้ว

ด้าน นายบัวกัน กล่าวว่า หลัง น.ส.จุฑาภรณ์ไปส่งลูกสาวที่ ร.ร.อนุบาล พอช่วงตอนเย็นของวันเดียวกัน น.ส.จุฑาภรณ์ ได้โทรศัพท์แจ้งให้ นายบุญมี ไปรับลูกสาวให้ด้วย หลังจากนั้น น.ส.จุฑาภรณ์ได้หายตัวไปโดยไม่ยอมรับโทรศัพท์จากครอบครัวอีกเลย ซึ่งนายบุญมี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู เมื่อวันที่ 20 ก.ค.60 โดยก่อนหน้านี้ มีนายทหารคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ใกล้เขาพระวิหาร ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับ น.ส.จุฑาภรณ์

ทั้งที่นายทหารคนดังกล่าวมีภรรยาอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากที่ น.ส.จุฑาภรณ์ หายตัวไป จากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากธนาคารของ น.ส.จุฑาภรณ์ พบว่า มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของแม่นายทหารคนดังกล่าวหลายครั้ง รวมทั้งมีการส่งไลน์มาขอให้ญาติพี่น้องโอนเงินให้ครั้งละ 20,000 บาท จำนวนหลายครั้ง รวมแล้วเป็นเงินกว่า 300,000 บาท

โดยที่ น.ส.จุฑาภรณ์ไม่ยอมรับโทรศัพท์ของญาติพี่น้องแต่อย่างใด ซึ่งปกติ น.ส.จุฑาภรณ์เป็นคนที่รักลูกสาวมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงคาดว่าลูกสาวอาจจะโดนคนมีสีอุ้มไปฆ่าล้างหนี้ เพราะว่าเคยเข้าไปทวงหนี้กับคนมีสีคนหนึ่งที่ยืมเงินไปจำนวนมาก แล้วไม่ยอมส่งคืน เนื่องจากคนมีสีดังกล่าวมีพฤติกรรมในการติดการพนันฟุตบอลอย่างหนักและมีหนี้สินรุงรัง