วัยรุ่นอ่างทองดุ! ไล่ยิงคู่อริกลางเมืองวิเศษชัยชาญ

วัยรุ่นอ่างทองขี่รถจักรยานยนต์ ไล่ยิงคู่อริกลางเมืองวิเศษชัยชาญ แต่ถูกคู่อริขับรถไล่ชนบาดจับ 2 ราย 

วันที่ 29 ส.ค. 60 ร.ตท.หญิง นิมมิตตา สุพรรณ พนักงานสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุ วัยรุ่นก่อเหตุไล่ยิงคู่อริ และถูกคู่อริขับรถไล่ชน ได้รับบาดเจ็บ บริเวณ ม.5 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งรุดตรวจสอบ พร้อมชุดสืบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ

ที่เกิดเหตุ บริเวณถนนพบรถกระบะอีซูซุดีแม๊กซ์ 4 ประตู สีขาว ทะเบียน 3กฒ7339 กทม สภาพได้รับความเสียหายกันชนหลุดกระเด็นตกข้างทางและบริเวณด้านหน้า รถพังยับ ใกล้เคียงพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอ็มสแลช สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พลิกคว่ำ และพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายทราบชื่อ นายนิรุต องฮา อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 21 ม.3 ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง อีกรายไม่ทราบชื่อ

เบื้องต้นถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ และ และ บนพื้นผิวถนน พบลูกกระสุน กระจายเกลื่อน จำนวนหนึ่ง ในป่าข้างทาง ยังพบ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้ารุ่น แอลแสลช สีแดงหมายเลขทะเบียน กตน 456 อ่างทอง พลิกคว่ำ ห่างกันประมาณ 5เมตรพบ ปืนลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ลูกระสุนคารังเพลิงจำนวน 3 นัด ตกอยู่

เจ้าของรถกระบะ นายนัฐพล จรตระการ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 117/2 ม.2 ต.วังน้ำเย็น อ.แสวงหา จ.อ่างทอง พร้อมพวก ยืนรอให้การอยู่ที่เกิดเหตุ และเผยว่า ตนเป็นคนขับรถไล่ชนเพราะถูกกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ไล่ยิงก่อน โดยตนพร้อมพวก ออกจากตลาดนัด วัดนางใน อ.วิเศษชัยชาญ จะนำรถมาซ่อมที่ร้าน แถวหน้าวัดม่วง แต่พอขับมาถึงตรงบริเวณ สี่แยกประปา ม.5 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ก็มีวัยรุ่นกลุ่มนี้ จำนวน 3 คนขี่รถจักรยานยนต์มาคนละคันดักรอตนอยู่ พอเห็นรถตนก็ขี่ตามพร้อมชักปืนยิงใส่ จำนวน 3-4 นัด ตนเร่งเครื่องและกลับรถขับไล่ชนกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ 2คัน

ส่วนอีกคันหลบหนีไปได้ ซึ่งตนไม่เคยรู้จักกับวัยรุ่นและไม่เคยมีเรื่องกับกลุ่มนี้มาก่อน แต่มาทราบทีหลังว่า 1 ในวัยรุ่นที่ไล่ยิง เป็นพี่ชาย เจ้าแก่น นายนรินทร์ องศา อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นคู่อริตน เคยมีเรื่องกันมาก่อน และเพิ่งจะชกต่อยกันที่ตลาดนัด เมื่อช่วงเช้า จนมีตำรวจมาห้ามและต่างคนต่างแยกย้าย แต่เจ้าแก่น ก็มีการพูดข่มขู่ตน และหลังจากที่มีเรื่อง นายแก่นพร้อมภรรยาได้เข้าไปแจ้งความเอาเรื่องตนกับพวก มี สภ.วิเศษชัยชาญ

ด้านเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ได้ทำการ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และควบคุมตัว คู่กรณีทั้งหมดพร้อมติดตามวัยรุ่นที่ก้อเหตุไล่ยิงที่หนีไปได้อีก 1 ราย และได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุ จากร้านค้า ที่ตั้งอยู่บริเวณดังกล่าว พบว่า เป็นไปตามที่ นายนัฐพล ให้การ เบื้องต้น ยังไม่ได้แจ้งข้อหา ต้องรอสอบปากคำ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งมีผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บจากการถูกไล่ชน จำนวน 2 ราย

นายกรัฐมนตรีเสียใจ ฝ่ายมั่นคงถูกมองช่วย “ยิ่งลักษณ์” ปัดปล่อยให้หนี

นายกรัฐมนตรี เสียใจฝ่ายมั่นคงถูกมองช่วย “ยิ่งลักษณ์” ปัดปล่อยให้หนี ชี้อาจมีคนช่วย อย่าคิดเรื่องลี้ภัย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าฝ่ายความมั่นคงกลายเป็นจำเลยของสังคม กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีไม่มาฟังพิพากษาคดีรับจำนำข้าวว่า ขออย่าลืมว่าเรื่องคดีความต่างๆ รัฐบาลนี้นำเข้าสู่กระบวนการ และมุ่งหวังให้เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาในศาล จึงรู้สึกเสียใจที่วันนี้ฝ่ายความมั่นคงถูกมองเป็นจำเลยของสังคม

ทั้งที่อีกฝ่ายไม่มาฟังคำตัดสินตามนัด และที่ผ่านมาก็หลบหนีไปหลายคน ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือจากต่างประเทศว่าจะให้ความร่วมมือหรือไม่ แต่ยอมรับว่าขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงยังไม่สามารถตอบเส้นทางการหายตัวไปได้ เพราะในอดีตมีการออกมาตรา 44 ให้มีการขออนุญาตก่อนจะเดินทางต่างประเทศ แต่ฝ่ายการเมือง สื่อและนักสิทธิมนุษยชนบอกว่าเป็นการละเมิด จึงได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปแล้ว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ส่วนตัวได้สั่งการไปหลายวันแล้วให้ติดตามเส้นทางการหลบหนี ซึ่งต้องเช็คในหลายทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานของกระทรวงต่างประเทศ โดยประสานทุกประเทศรอบทั้งกลุ่มประเทศ CLMV รวมทั้งสิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รวมถึงตรวจสอบด่านตรวจและด่านศุลกากร วิทยุการบินและท่าอากาศยาน ซึ่งหากเป็นภายในประเทศก็สามารถเช็คได้หมด แต่หากในต่างประเทศต้องรอคำตอบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่ฝ่ายความมั่นคงเกาะติดความเคลื่อนไหว น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาโดยตลอดแต่กลับหลบหนีไปได้นั้น ส่วนตัวได้ชี้แจงไปแล้วว่าที่ผ่านมามีความวุ่นวายสับสนในเรื่องการติดตาม กลายเป็นว่าไปไปรังแก จึงสั่งฝ่ายความมั่นคงให้ถอยออกมา แต่ยังมีจุดเข้า-ออกรอบบ้านพัก แต่เมื่อออกนอกบ้านไปแล้ว การติดตามก็เป็นไปได้ยาก เพราะมีรถและทีมตามจำนวนมาก และในเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ใช่ผู้ต้องหาจึงไม่สามารถติดตามตัวได้ตลอด จึงขอให้เข้าใจ ไม่ใช่การแก้ตัว แต่หากออกไปในช่องทางที่เจ้าหน้าที่รู้เห็นก็ต้องมีการลงโทษหมดทุกคนที่เกี่ยวข้องพร้อมยืนยันว่าไม่ใช่ คสช. หรือฝ่ายความมั่นคงพาหลบหนี เว้นแต่มีคนชั่วบางคน ที่อาจได้รับผลประโยชน์

อย่างไรก็ตาม ขออย่าคาดการณ์กันไปก่อนว่ามีการหลบหนีไปยังประเทศใด เพราะอาจมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ส่วนการขอส่งตัวต่างๆ นั้น อดีตนายกรัฐมนตรีอีกคนยังไม่สามารถกลับมาได้ และยังเคลื่อนไหวอยู่ ซึ่งเป็นเคสเดียวกับทายาทกระทิงแดง ที่ต้องประสานกับตำรวจสากลไป 170 ประเทศก็ยังกลับมาไม่ได้ แต่ยืนยันว่าต้องลงโทษให้ได้ตามวิธีทางกฎหมาย

ทั้งนี้ หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีการเคลื่อนไหวในต่างประเทศก็เป็นเรื่องไม่สมควร ในเมื่อได้กระทำความผิด ซึ่งความผิดขณะนี้มีอย่างเดียวคือหลีกเลี่ยงการไปศาล แต่เรื่องคดีต้องรอฟังคำตัดสินในวันที่ 27 ก.ย.นี้ จึงขออย่าเพิ่งขยายความกันมากนัก เพราะจะทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยเสียหาย และหากบอกว่ารัฐบาลนี้เข้ามาไม่ถูกต้องก็จบทั้งหมด เพราะส่วนตัวกำลังทำให้ถูกต้อง แม้จะมาไม่ถูกก็พยายามรับผิดชอบตัวเองอยู่ ขออย่านำเรื่องนี้มาบอกว่า คสช. รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงล้มเหลวทั้งหมด ที่ผ่านมาถ้าไม่ได้ดำเนินการอะไรก็คงไม่หนี หลายคนหนีไปนอกประเทศก็หาขั้นตอนกันต่อว่าจะเอากลับมาได้อย่างไร ส่วนเรื่องลี้ภัยขออย่าเพิ่งพูดในตอนนี้ เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ หนีประกันศาลออกไปแต่ยังไม่ตัดสิน จะลี้ภัยได้หรือเปล่ายังไม่ทราบ และคิดว่าไม่น่าจะได้ ส่วนสถานการณ์ความสงบอยู่ที่ประชาชนทุกคน น่าจะเรียนรู้และเข้าใจ อย่าเอาหลายอย่างมาปะปนกัน

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวยอมรับว่ากังวลกับการหายตัวไปของนางสาวยิ่งลักษณ์ และเจ้าหน้าที่ทุกคนก็กังวล เพราะประชาชนยังให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้มาก แต่ต้องเป็นไปตามกระบวนการ หากหลบหนีคดี ก็ต้องลดการให้เกียรติลงไป เพราะส่วนตัวได้ให้เกียรติมาตลอด และเชื่อมั่นว่าจะอยู่ในวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งหากตัดสินคดีในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ผิดหรือถูกก็ว่ากันตรงนั้น ก็จะเป็นเหมือนอดีตนายกรัฐมนตรีอีกคน เมื่อออกไปแล้ว ก็จะลำบากพอสมควร ขณะเดียวกันวันนี้อย่ายกภาระความรับผิดชอบทั้งหมดให้ตนเอง พร้อมขอร้องอย่าให้สิ่งที่ผมพยายามทำมา 3 ปีล่มสลายไปเพราะคนคนเดียว หากเชื่อมั่นตนเอง ก็จะไม่ให้มีการล่มสลาย