ธอส.แจ้งปิดบริการชั่วคราว 12-13 ส.ค.นี้

ธอส. แจ้งปิดการให้บริการธุรกรรมทุกประเภทเป็นการชั่วคราว 12-13 ส.ค. 60 เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารแจ้งปิดให้บริการธุรกรรมทุกประเภทเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 12-13 สิงหาคม 2560 โดยสาขาในห้างสรรพสินค้าจะเปิดให้บริการตามปกติ ในวันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม 2560 ทั้งนี้ สาขาทั่วประเทศรวมถึงการทำธุรกรรมผ่านตู้ชำระเงินกู้ (LRM) ตู้ฝากเงิน (CDM) ตู้ปรับสมุดบัญชี และ ATM ทั้งตู้ ธอส. และตู้ของธนาคารอื่นจะเริ่มให้บริการได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป

สำหรับช่วงเวลาปิดให้บริการดังกล่าว ลูกค้าที่ต้องการชำระหนี้เงินกู้ ธอส. สามารถใช้บริการได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสหรือตัวแทนชำระเงินอื่นๆ ได้ตามปกติ ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการธุรกรรมแบบดิจิทัลแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ธนาคารจึงขออภัยลูกค้าทุกท่านในความไม่สะดวกครั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์

บุกจับ! สาว19ปี ลอบผลิตหมึกพิมพ์ปลอม ของกลางกว่า 30 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่บุกจับสาววัย 19 ปี ลักลอบผลิตหมึกพิมพ์ปลอมได้ของกลางกว่า 30 ล้านบาท

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 ส.ค.60 ที่บ้านเลขที่ 72/1 ซอยเต็มรักพัฒนา 9 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พ.ต.อ.อตินันท์ นุชนารถ ผกก.1 ยก.ปอศ. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ พ.ต.ท.ทรงกลด โลพะศิริ รองหัวหน้าชุด ศปรป.ตร.ชุดที่ 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชุดที่ 2 ได้ทำการสืบสวนจนได้ข้อมูลว่ามีการลักลอบผลิตหมึกพิมพ์ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ปลอมรายใหญ่ จึงได้ประสานกับ นายพอล คาร์เตอร์ ตัวแทนบริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด ดีเวลลอปเม้นท์ คัมพานี จำกัด พร้อมชอหมายศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 729/2560 ลงวันที่ 4 ส.ค.60 เข้าจับกุมตัว น.ส.กุลลดา วรรณวิจิตต์ อายุ 19 ปี

พร้อมของกลาง ตลับหมึกปลอมยี่ห้อ HP, แคนนอน, Epson, Brother, Samsung สติ๊กเกอร์ กล่องเปล่า เครื่องพ้นหมึก เครื่องเป่าหมึก ถุงบรรจุหมึก ผงหมีก ชิพตลับหมึก กาวอุปกรณ์ในการผลิต รถจยย.บิ๊กไบค์จำนวน 5 คัน และรถยนต์กระบะจำนวน 2 คัน รวทั้งหมดกว่า 1,000 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของบริษัท ออบิท พริ้นติ้ง จำกัดและเป็นเจ้าของของกลางทั้งหมด โดยกล่าวหาว่า มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร

สืบเนื่องจากมีการจับกุมสินค้าในลักษณะเดียวกันที่ จ.ปทุมธานี ที่ผ่านมาและได้มีการขยายผลติดตามจนทราบว่าที่บ้านเลขที่ดังกล่าวมีการลักลอบผลิตหมึกปลอม จึงได้สืบสวนจนทราบว่าเป็นบ้านเช่าชั้นเดียว ด้านข้างมีโรงผลิตหมึกปลอมและอึปกรณ์จำนวนมาก รวมทั้งมีการนำเข้าชิพสำหรับติดตั้งในตัวตลับหมึกจากประเทศจีน โดยหมึกดังกล่าวมีการส่งขายให้กับตัวแทนร้านค้าในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา มาเลเซีย โดยพฤติกรรมมีกลุ่มแก๊งบิ๊กไบค์ มาเฟีย100% เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและได้ทำการว่าจ้างให้ชาวบ้านรับจ้างเปิดบริษัทผลิตหมึกปลอมดังกล่าว ทั้งนี้จะมีการขยายผลว่ามีส่วนในการฟอกเงินหรือไม่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ ทั้งนี้ผู้ผลิตมีโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 800,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ส่วนผู้จำหน่ายมีโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนังงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีต่อไป

อธิบดีอัยการคดีข้าวมั่นใจหลักฐานมัด ‘ยิ่งลักษณ์’

อธิบดีอัยการสอบสวนชุดทำงานฟ้องจำนำข้าว มั่นใจพยานหลักฐานที่นำเข้าไต่สวน มัด “ยิ่งลักษณ์” ได้แน่นอน อยู่ระหว่างทำแถลงปิดคดีลายลักษณ์อักษรหักล้างทุกประเด็นจำเลย

นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน คณะทำงานในคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อายุ 50 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี 28 เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว กระทั่งทำให้รัฐเสียหายนับแสนล้าน กล่าวถึงความคืบหน้ามนการทำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าในขณะนี้คณะทำงานอัยการได้ทำการร่างแถลงปิดคดีซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก โดยเนื้อหาในแถลงปิดคดีจะมีรายละเอียดเป็นจำนวนมาก และครบถ้วนทุกทุกประเด็น

ในส่วนที่ทางจำเลยมีการค้านเข้ามา และยังชี้ในเรื่องข้อพิรุธของพยานจำเลยที่ได้นำเข้าไต่สวน รวมถึงน้ำหนักในการรับฟังพยานจำเลย โดยขณะนี้เราได้ร่างคำแถลงปิดคดีออกมาครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว เหลือเพียงแต่มีการขัดเกลาเนื้อหาเพื่อให้มีความสมบูรณ์ก่อนยื่นต่อศาลในช่วงอาทิตย์หน้าก่อนที่จะครบกำหนดที่ศาลอนุญาตในวันที่ 15 สิงหาคมแน่นอน

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ทางอัยการ ก็มีความมั่นใจในพยานหลักฐานที่นำเสนอต่อศาล เพราะทำเต็มที่ แต่ผลจะออกมาอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับองค์คณะศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณา ก็ต้องดูว่าศาลจะพิจารณาแนวทางไหนระหว่างลงโทษกับยกฟ้อง ถือเป็นดุลพินิจของศาล

ข้อมูลจาก INN