ศาลอินเดียตัดสินจำคุก ผู้นำจิตวิญญาณ 20 ปี ข้อหาข่มขืนผู้ติดตาม

อินเดียระดมกำลังตำรวจนับหมื่นนายควบคุมสถานการณ์ในรัฐทางตอนเหนือของประเทศ หลังศาลตัดสินจำคุก 20 ปี ผู้นำทางจิตวิญญาณชื่อดัง

ศาลอินเดียตัดสินจำคุก นายกูร์มีต ราม ราฮีม ซิงก์ ผู้นำทางจิตวิญญาณชื่อดังในอินเดีย เป็นเวลา 20 ปี เมื่อวานนี้ จากความผิดข้อหาข่มขืนผู้ติดตามของตัวเอง พร้อมกันนี้ ทางการอินเดียยังมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สามารถยิงผู้ประท้วงได้ รวมถึงคำสั่งห้ามออกจากบ้านในเวลากลางคืน และระดมกำลังตำรวจจำนวนมากเพื่อควบคุมสถานการณ์

โฆษกสำนักงานสอบสวนกลางอินเดีย ซึ่งทำหน้าที่สอบสวนคดีนี้ ระบุว่า นายซิงก์ต้องโทษจำคุก 20 ปี จากคดีข่มขืน 2 คดี
ตำรวจนับหมื่นนายเข้าควบคุมพื้นที่ต่างๆ ในรัฐทางตอนเหนือ ได้แก่ รัฐหรยาณา และรัฐปัญจาบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผู้ติดตามจำนวนมากของนายซิงก์

ตำรวจในรัฐหรยาณาออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สามารถยิงผู้ประท้วงได้ ตั้งแต่ก่อนหน้าการพิจารณาคดี และมีคำสั่งให้ดำเนินการพิจารณาคดีภายในเรือนจำ ที่มีการควบคุมตัวนายซิงก์เอาไว้

ก่อนหน้านี้ ผู้ติดตามหลายร้อยคนก่อเหตุรุนแรงหลายครั้ง หลังจากศาลประกาศคำตัดสินว่านายซิงก์มีความผิด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีการโจมตีตามสถานีรถไฟ, รถโดยสาร และรถตู้ของสถานีโทรทัศน์

เหตุรุนแรงหลายครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 ราย บาดเจ็บกว่า 200 คน และทำให้นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ถูกวิจารณ์ว่าไร้ความสามารถ ส่วนนาย “เอ เค พันธ์” ทนายความของนายซิงก์ เผยว่าเขาจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาล พร้อมกับยืนยันว่าลูกความของเขาเป็นผู้บริสุทธิ์

เจ๋ง! อนุบาลคหกรรมฯ ตะลุยทุ่ง ซึมซับเรียนรู้วิถีไทย ปลูกจิตสำนึก

โรงเรียนอนุบาลคหกรรมศาสตร์เกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดโครงการ ‘พาลูกปลูกข้าว’ หวังปลุกจิตสำนึกเด็กๆ เรียนรู้วิถีไทย

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา นางสาวจุไรพร รอดเชื้อ ครูใหญ่โรงเรียนอนุบาลคหกรรมศาสตร์เกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พาเด็กๆ จากโรงเรียน เดินทางไปยังบ้านครูธานี อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เพื่อทำกิจกรรม เรียนรู้ชีวิตตามแบบฉบับวิถีไทย ทั้งขูดมะพร้าว โม่แป้งทำขนม ผาดโผนปีนต้นไม้ ก้าวย่างบนสะพานแขวน ขี่ควาย นั่งเกวียน และขับรถกระแทะ รวมไปถึงการลงพื้นที่จริงเพื่อทำการปลูกข้าว

โดย นางสาวจุไรพร กล่าวว่า เทคโนโลยีและการสื่อสารเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จนทำให้วิถีของคนไทยสมัยก่อน อันเป็นรากเหง้าและแก่นแท้ของการดำรงชีวิตอาจลดน้อยลงไป ดังนั้นเพื่อไม่ให้เด็กๆ ลืมวิถีชีวิตความเป็นไทย จึงได้พามาสัมผัสให้รู้แจ้งเห็นจริง ว่า การดำเนินชีวิตแบบพอเพียง คือชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง

ขณะที่ “นายธานี หอมชื่น”  ผู้ก่อตั้งและสร้างสรรค์แหล่งการเรียนรู้ วิถีชีวิตอย่างไทยชนบท บ้านครูธานี ได้กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่วันนี้มีโอกาสได้ต้อนรับคณะครู และนักเรียนจาก โรงเรียนอนุบาลคหกรรมศาสตร์เกษตร

การเรียนรู้ครั้งนี้  อาจดูเหมือนเป็นการเล่น แต่การเล่นคือการสร้างความจดจำที่ดี อนาคตก็มีแผนที่จะขยายในส่วนของกิจกรรมที่จะเป็นประโยชน์ แยกเป็นสัดส่วนและอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัย ทุกคนจะได้สัมผัสและเรียนรู้ด้วยการลงการปฏิบัติจริง โดยมีตนและชาวบ้านจิตอาสา ในพื้นที่มาเป็นครูสอนให้ดูเป็นแบบอย่าง เพราะเราพร้อมต้อนรับทุกคนที่ตั้งใจอยากเรียนรู้วิถีชีวิตแบบดั่งเดิมของบรรพบุรุษของไทย เห็นทุกคนมีความสุข ตนก็มีความสุขไปด้วย

สภากลาโหม ไฟเขียวกองทัพไทย ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ใช้เอง-ส่งออก

สภากลาโหม อนุมัติร่างยุทธศาสตร์ฯ ให้กองทัพไทยผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ใช้เองในกองทัพและส่งออกต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ยุทโธปกรณ์และกำลังรบ

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 8/2560 ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กห.) เป็นประธาน วานนี้ (28 ส.ค. 60) ที่ประชุม มีมติเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2560 – 2579 ให้กองทัพไทยสามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ใช้เองในกองทัพและส่งออกต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ยุทโธปกรณ์และกำลังรบ

โดย พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เผย มาตรการดังกล่าว กำหนดเป้าหมายให้กระทรวงกลาโหม มีขีดความสามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อความพร้อมในการรบ รวมถึงสนับสนุนให้ภาคเอกชนดำเนินกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อผลิตใช้ในราชการกองทัพไทยและการส่งออกในเชิงพาณิชย์ โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 4 ระยะ แบ่งออกเป็นระยะละ 5 ปี