ซูเปอร์โพลเผย ต่างชาติยกไทยที่ 1 ง่ายต่อการลงทุน

SUPER POLL เผย ผลสำรวจไทยง่ายต่อการลงทุน เป็นอันดับ1 ที่ร้อยละ 14.9 ขณะมีความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมการลงทุน 13.8% และการส่งเสริมการท่องเที่ยว ร้อยละ 27.1

สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องเสียงสะท้อนของ นักธุรกิจ และนักลงทุนต่างชาติ ต่อความเป็นเลิศด้านบรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนและจีน จำนวน ทั้งสิ้น 651 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 10 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา พบว่า

ประเทศในภูมิภาคอาเซียนและจีนที่มีความเป็นเลิศด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ดีต่อการลงทุนอันดับ 1 คือ สิงคโปร์ร้อยละ 30.7 อันดับ 2 ได้แก่ ประเทศจีน ร้อยละ 16.1 อันดับ 3 ได้แก่ ประเทศบรูไน ร้อยละ 10.6 ส่วนประเทศไทยได้อันดับ 4 ร้อยละ 10.1

สำหรับด้านความเพียงพอของวัตถุดิบ พบว่า อันดับ 1 คือ ประเทศจีน ร้อยละ 18.5 อันดับ 2 ได้แก่ประเทศไทย ร้อยละ 11.0 อันดับ 3 ได้แก่ ประเทศเมียนมา ร้อยละ 10.7 และอันดับ 4 ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย ร้อยละ 10.0 ส่วน ความเป็นเลิศด้าน แรงงานกรรมกร ผลสำรวจพบว่า อันดับ 1 ได้แก่ ประเทศเมียนมา ร้อยละ 15.7 อันดับ 2 ได้แก่ ประเทศไทย ร้อยละ 13.9 อันดับ 3 ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ ร้อยละ 13.0 และอันดับ 4 ได้แก่ จีน ร้อยละ 11.9

ทั้งนี้ ในส่วนของความง่ายต่อการลงทุน ผลสำรวจพบว่า อันดับ 1 ได้แก่ ประเทศไทย ร้อยละ 14.9 อันดับ 2ได้แก่ สิงคโปร์ ร้อยละ 14.1 อันดับ 3 ได้แก่ ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 13.8 และอันดับ 4 ได้แก่ มาเลเซีย ร้อยละ 11.7 ขณะที่ ความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมการลงทุน พบว่า อันดับ 1 ได้แก่ ประเทศไทย ร้อยละ 13.8 อันดับ2 ได้แก่ ประเทศ ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 12.2 อันดับ 3 ได้แก่ สิงคโปร์ ร้อยละ 12.0 และอันดับ 4 ได้แก่ ประเทศจีน ร้อยละ 11.8

ด้านการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของการรณรงค์อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า อันดับ 1 ได้แก่ ประเทศไทย ร้อยละ 19.4 อันดับ 2 ได้แก่ สิงคโปร์ ร้อยละ 18.1 อันดับ 3 ได้แก่ มาเลเซีย และร้อยละ 12.6 อันดับ4 ได้แก่ ลาว ร้อยละ 10.2 นอกจากนี้ ในส่วนของการส่งเสริมการท่องเที่ยว พบว่า อันดับ 1 ได้แก่ ประเทศไทย ร้อยละ 27.1 อันดับ2 ได้แก่ สิงคโปร์ ร้อยละ 19.6 อันดับ 3 ได้แก่ จีน ร้อยละ 9.3 และอันดับ 4 ได้แก่ ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 8.1

ข่าวจาก INN

คนร้ายลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพรานนราธิวาส ที่ อ.ระแงะ

คนร้ายลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพรานนราธิวาส ที่ อ.ระแงะ โชคดีไร้เจ็บตาย เชื่อสร้างสถานการณ์

ร.ต.อ.อภิชาติ ดอเลาะ พนักงานสอบสวน สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อย ทพ.ที่ 4515 กรม ทพ.45 เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านสโลว์ ม.6 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.อ.อิศรา จันทะกระยอม ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นราธิวาส เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบบริเวณโคนเสาไฟฟ้าข้างทาง มีหลุมระเบิดลึกประมาณ 80 ซม.กว้างประมาณ 90 ซม.พร้อมเศษซากของชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบไว้ใน ถังแก๊สปิกนิก หนักประมาณ 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารตกกระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.อ.สั่งสม สุขสะอาด ผบ.ร้อย ทพ. 4515 ได้สั่งการให้กำลังพลจำนวน 1 ชุดปฏิบัติการนำกำลังเดินเท้าเพื่อออกลาดตระเวนเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ และเมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ห่างจากเสาไฟฟ้าประมาณ 50 เมตร ได้เกิดระเบิดจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมดปลอดภัย ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์รายวันของกลุ่มผู้ไม่หวังดีในพื้นที่

นักเรียนชาย ม.5 เข็นรถขายนมเปรี้ยวช่วงวันหยุด เผยอยากแบ่งเบาภาระแม่

นักเรียนชั้นมัธยมชั้นปีที่ 5 โรงเรียนสตรีอ่างทอง เข็นรถขายนมเปรี้ยวช่วงวันหยุด ช่วยแบ่งเบาภาระแม่ ชาวบ้านพบเห็นต่างชื่นชม

ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองอ่างทอง ชาวบ้านต่างชื่นชม นายไตรภพ นามสุโพธิ์ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมชั้นปีที่ 5 โรงเรียนสตรีอ่างทอง อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 42/42 หมู่ 1 ต.ป่างิ้ว อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังได้ใช้เวลาว่างในวันหยุดเรียน มาเข็นรถขายนมเปรี้ยว สร้างรายได้ช่วยเหลือครอบครัว โดยชาวบ้านต่างชื่นชมพร้อมได้ช่วยเหลืออุดหนุน ส่งเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ ที่มีความขยันมานะอดทนและความรับผิดชอบเป็นเด็กที่กตัญญูช่วยเหลือพ่อแม่แบ่งเบาภาระ

ด้านนายไตรภพ เปิดเผยว่า หลังพ่อผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวได้เสียชีวิตลง ตนเองเห็นแม่ทำงานหนักทุกวัน ตนเองอยากแบ่งเบาภาระของแม่ จึงใช้วันหยุดเสาร์และวันอาทิตย์ หลังจากทำการบ้านอ่านหนังสือแล้ว เข็นรถออกมาขายนมเปรี้ยว ขนมปังและกาแฟ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. รอบๆ ตลาดสดเทศบาล 1 และตลาดสดเทศบาล 2 เพื่อให้แม่ได้ผักผ่อน โดยทำแบบนี้มานานกว่า 1 ปี ซึ่งตนต้องขอขอบคุณประชาชนในตลาดสดเทศบาล ที่ได้ช่วยเหลืออุดหนุน ทำให้มีกำลังใจทำต่อไป

ขณะที่ นายวินิต ธนเสนีวัฒน์ สมาชิกสภาพเทศบาลเมืองอ่างทองกล่าวว่า บ้านตนเองอยู่ในตลาดสดเทศบาล และได้พบเห็น นายไตรภพ ช่วยเหลือแม่ขายนมเปรี้ยวนานกว่า 1 ปี ทำให้รู้สึกชื่นชมนายไตรภพ ที่เป็นเด็กดีมีความรับผิดชอบ ซึ่งนายไตรภพ เป็นเด็กที่มีความขยันมานะอดทน และยังอ่อนน้อมถ่อมตน ทำให้เป็นที่รักใคร่ของลูกค้าที่พบเห็นด้วย