DSI ยัน! ให้ความร่วมมือตำรวจทุ่งสองห้อง สอบปม “ธวัชชัย” ตายในคุก

DSI พร้อมให้ความร่วมมือตำรวจทุ่งสองห้อง สอบปม “ธวัชชัย” ตายในคุก หลังศาลชี้มีผู้อื่นทำให้เสียชีวิต

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องหลังศาลอาญามีคำสั่งว่า นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดิน จังหวัดพังงา ผู้ต้องหา ออกเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติกว่าพันแปลง มีผู้อื่นทำให้เสียชีวิต ขณะถูกคุมขังภายในห้องควบคุมของ DSI เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2559

โดยภายหลังการประชุม ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน แต่ออกเป็นเอกสารชี้แจง โดยเนื้อหาสำคัญของเอกสารแถลงข่าว ระบุว่า หลังจากศาลมีคำสั่งว่า ผู้อื่นทำให้ตายย่อมหมายความว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายหลายคน และหลายขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนควบคุมในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา ตลอดไปจนถึงขั้นตอนที่แพทย์ระบุว่าผู้ตายถึงแก่ความตายแล้วเมื่อเวลาประมาณ 04.43 น. ของวันที่ 30 สิงหาคม 2559

โดย พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ต้องสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป ว่าใครเป็นผู้ทำให้ถึงแก่ความตาย ทั้งนี้ DSI จะได้ศึกษารายละเอียดในคำสั่งของศาล และพร้อมให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุในการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อทำความจริงให้ปรากฏแก่สังคมต่อไป

ตำรวจส่งสำนวนคดี ‘เปรี้ยว’ ฆ่าหั่นศพ ให้อัยการแล้ว

ตร.ส่งสำนวนคดีสวยหั่นศพให้อัยการขอนแก่นแล้ว ตั้ง 3 ข้อหาหนัก “เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้-วศิน” ขณะเบนท์ ข้อหาปล้นทรัพย์รับของโจร

วันนี้(4 ส.ค.) ที่สำนักงานอัยการ จ.ขอนแกน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ สุวรรณราษฎร์ รอง ผกก.(สอบสวนส) สภ.เขาสวนกวาง นำสำนวนคดีที่เห็นควรฟ้องผู้ต้องหาฝากขัง ที่มีรวม 706 แผ่น ส่งให้กับสำนักงานอัยการ จ.ขอนก่น หลังการสืบสวนสอบสวนเอาผิดผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม แล้วเสร็จ โดยพนักงานอัยการได้มีการลงบันทึกรับสำนวนคดีดังกล่าวและรับมอบเอกสารต่างๆ จากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยมี นายวิเชตร แสนคำ อัยการ จ.ขอนแก่น ร่วมตรวจสอบเอกสารดังกล่าวด้วยตนเอง

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในสำนวนคดีที่พนักงานสอบสวนได้เห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้นั้นต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน โดย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว,น.ส.กวิตา หรือ เอิร์น, น.ส.อภิวันท์ หรือ แจ้ และ นายวศิน นั้นถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย, ปล้นทรัพย์และรับของโจร ขณะที่ น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนท์ นั้น พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อกล่าวหาว่าปล้นทรัพย์หรือร่วมกันรับของโจรเท่านั้น

โดยขณะนี้ผู้ต้องหาหญิงทั้งหมดนั้นยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น โดยมีเพียงนายวศิน เพียงคนเดียวที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ตามการฝากขังของศาล จ.ขอนแก่น ในผลัดที่ 6 ซึ่งจากนี้ไปขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายนั้นขึ้นอยู่กับพนักงานอัยการ ขณะที่การขอประกันตัวนั้นเป็นสิทธิ์ที่ผู้ต้องหาสามารถที่จะกระทำได้ โดยสามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาล จ.ขอนแก่น โดยการพิจารณาอนุมัติหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล จ.ขอนแก่น เท่านั้น

ชาวเน็ตผุดกระแส พาหมีควายทำร้ายคนกลับบ้าน รับไม่ได้ถูกขังเดี่ยวทั้งชีวิต

ชาวเน็ตผุดกระแสพา “แก้ว” หมีควายทำร้ายคนกลับบ้าน หลังรับไม่ได้ถูกขังเดี่ยวในกรงทั้งชีวิต

วันนี้(4 ส.ค.) มีรายงานว่า ชาวโซเชียลมีเดียรับไม่ได้กับการที่เจ้าหน้าที่นำแก้ว หมีควายเพศเมีย สัตว์เลี้ยงของสำนักสงฆ์สมุนไพรหลวงปู่ละมัย ฐิตมโน ต.บ้านโตก อ.เมืองเพชรบูรณ์ ไปขังในกรงสี่เหลี่ยมเล็กๆ ภายในสถานีเพาะสัตว์ป่าที่เขาค้อ

หลังก่อเหตุทำร้ายชาวบ้านปางตาย จนทำให้หมียักษ์แก้วถึงกับออกการเซื่องซึม เหม่อลอยและกินอาหารน้อย ทำให้ชาวโซเซียลบางส่วน โดยเฉพาะลูกศิษย์หลวงพ่อละมัยที่คุ้นเคยกับหมีแก้วมาตั้งแต่เล็ก พากันร่วมแชร์ภาพหมียักษ์ตอนเล็กๆ ด้วยอากัปกิริยาท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูไม่มีวี่แววความดุร้าย แตกต่างกับภาพที่ปรากฎบนคลิป สำหรับเหตุผลที่ชาวโซเชียลแห่หนุนความคิดที่จะพาแก้วกลับบ้าน มีหลากหลาย ส่วนใหญ่อยากให้นำแก้วกลับไปไว้ยังที่เดิม