บันทึกพระชนชีพ ตอน “พระราชโอรส 2 พระองค์”

บันทึกพระชนชีพ ตอน “พระราชโอรส 2 พระองค์” 

การเสด็จขึ้นครองราชของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล” ได้ทรงระลอกคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลง มาถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478  พระองค์ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น “สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช” 

เดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ท่านทรงย้ายไปประทับพระตำหนักใหม่ชื่อ “วิลล่า วัฒนา” ซึ่งที่ประทับใหม่เป็นอาคาร 3 ชั้น ล้อมด้วยต้นสนผลไม้เล็กๆ และพืชผักสวนครัวชนิดต่างๆ ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงปลูกไว้ใช้เอง นับว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พระองค์ทรงมีความรู้ในเรื่องพืชผักสวนครัวมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์

ในเดือนกันยายน พระองค์ทรงย้ายไปเข้าเรียนโรงเรียนเอกชนชื่อ “เอกอล นูเวล เดอ ลา ซืออีส โรมองต์” (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) โดยช่วงแรกทรงเป็นนักเรียนไปกลับ ภายหลังทรงเป็นนักเรียนประจำ เพื่อที่จะรู้จักการช่วยตนเอง และได้เรียนรู้ประชาธิปไตยในโรงเรียน และโลกภายนอกอย่างเต็มที่

สมเด็จย่าทรงเขียนจดหมายถึงสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เล่าถึงพระราชโอรสทั้ง 2 พระองค์ ขณะเสด็จไปประทับแรมที่เมืองภูเขามอร์แจงส์ เพื่อพระสุขภาพตามคำหมอแนะนำเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2478 โดยระบุว่า

“…นันทกับเล็กสกีหลายหน ทำเก่งกันทั้งคู่ เล็กยิ่งทำดีกว่านันท ทำน่าเอ็นดู ใคร ๆ เห็นเข้าก็งงงวย เพราะเล็กนิดเดียวทำได้ดีมาก”

ชาวบ้านยังผวา! จระเข้ที่กระบี่ยังจับไม่ได้อีก 1 ตัว จี้ จนท. เร่งล่าต่อ

ชาวบ้านยังผวา! จระเข้น้ำเค็มที่กระบี่ หลังพบเพิ่มอีก 1 ตัว พร้อมไข่ 3 ฟอง วอนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

จากกรณีที่ชาวบ้านพบชากจระเข้น้ำเค็ม เพศเมีย ยาวประมาณ 2.8 เมตรน้ำหนักกว่า 190 กก. ลอยตายในคลองปกาสัย ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 20ก.ค.ที่ผ่านมา นั้น ล่าสุดชาวบ้านในพื้นที่ ยังหวาดผวา พร้อมออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งล่าติดตามตัวหาจระเข้ให้ได้ หลังจากมีคนพบจระเข้ที่บริเวณดังกล่าวอีก 1 ตัว แลพบเศษไข่จระเข้ที่ถูกฟักจนแตกอีก 3 ฟอง

โดยนายสมศักดิ์ นบนอบ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.ปกาสัย กล่าวว่า หลังพบซากจระเข้ดังกล่าว ชาวบ้านต้องอยู่อย่างหวาดผวา โดยเฉพาะชาวประมงไม่กล้าออกไปหาปลา และตอนนี้มีชาวประมงในละแวกดังกล่าวยืนยันว่ามีการพบจระเข้เพิ่มอีก 1 ตัว และใหญ่กว่าตัวที่ตาย

ซึ่งหลังจากนี้ก็จะทำป้ายแจ้งเตือนให้ชาวประมงระมัดระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากจระเข้ได้ และว่าเมื่อหลายปีที่ผ่านมาคลองปกาสัยเคยเป็นที่อยู่ของจระเข้ แต่ได้สูญพันธุ์ไปนานแล้วและมาปรากฎอีกครั้งจนถูกชาวบ้านยิงตายไป 1 ตัว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกสำรวจ ตามจับตัวที่ยังเหลืออยู่ต่อไป

ด้าน นายศักดา สุขเกษม หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการประมง สำนักงานประมงจังหวัดกระบี่ เผยว่า ขณะนี้ได้ลงพื้นที่สอบถามข้อมูลจากชาวประมงในพื้นที่แล้ว เพื่อติดตามหาจระเข้เพื่อความสบายใจของชาวบ้าน ส่วนการตรวจซากจระเข้ที่พบก่อนหน้านี้นั้น ยืนยันว่าจระเข้ดังกล่าวถูกยิงตาย เพราะพบหัวกระสุนปืน จำนวน 2 หัว ฝังอยู่ในตับของจระเข้

อดีตแกนนำพันธมิตรฯ แถลงยืนยันเคารพคำพิพากษาศาล

อดีตแกนนำพันธมิตรฯ แถลงการณ์ยืนยันเคารพคำพิพากษาศาลคดีสลายการชุมนุมพธม. ปี51 เตรียมยื่นหนังสืออุทธรณ์ในคำสั่งศาลฎีกา 7 ส.ค.นี้

เมื่อเวลา 11:00 น. วันที่ 4 ส.ค. 60 ที่บ้านพระอาทิตย์ นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายสุริยะใส กตศิลา อดีตผู้ประสานงานพันธมิตรฯ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อดีตโฆษกพันธมิตรฯ ออกแถลงการณ์หลังการประชุมอดีตแกนนำ และผู้เสียหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม แสดงจุดยืนต่อกรณีศาลฎีกาแผนกคกีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ภายหลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และพวกรวม 4 คน กรณีสลายการชุมนุมพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ยืนยันเคารพต่อคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ไม่เห็นพ้องด้วย และเห็นว่ามีความคาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงหลายประการ จึงมีความเห็นว่าคดีนี้สมควรต้องอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาต่อไป เพราะเห็นว่าคำพิพากษาดังกล่าว ขัดแย้งกับคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง

อย่างไรก็ตามในวันที่ 7 สิงหาคม ทางกลุ่มจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ยื่นอุทธรณ์ในคำสั่งศาลฎีกา ทั้งนี้ทางกลุ่มยืนยันว่าเคารพคำพิพากษาของศาล แต่อ้างว่ายังมีอีกหลายประเด็นที่คาดเคลื่อนจากข้อมูลของฝั่งพันธมิตร