คดีไม่คืบ! โจ๋สุดเซ็งโดนแทงเกือบตาย ตร.ให้ไปหาหลักฐานเอง

โจ๋สุดเซ็ง! คดีไม่คืบหน้าหลังโดนกลุ่มวัยรุ่นยกพวกทำร้ายถูกแทงเกือบตาย แต่ตำรวจให้ไปหาหลักฐานเอง

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง ‘Social Hunter’ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่กลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คนเข้ามารุมทำร้ายและใช้อาวุธแทงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในซอยอ่อนนุช 44 ตรงข้ามปั๊มน้ำมันบางจากเก่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยคดีนี้อยู่ในเขตพื้นที่ สน.พระโขนง แต่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ซึ่งเพื่อนของคนเจ็บระบุว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวรให้ไปหาข้อมูลเอง แต่เมื่อได้ข้อมูลส่งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วกับไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

โดยเพื่อนของผู้บาดเจ็บเล่าว่าในวันเกิดเหตุตนและเพื่อนไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ภายในซอยอ่อนนุช 44 สักพักมีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน เข้ามาซื้อของ และเดินมาชนเพื่อนของตน แต่เพื่อนของตนก็ไม่ได้คิดอะไร ก่อนที่ก่อนวัยรุ่นจะถามเพื่อนของตนว่าโค้กซื้อยังไงถึงจะลดราคา เพื่อนผมตอบไปแค่ว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่ใช่พนักงาน” หลังจากนั้นกลุ่มวัยรุ่นเป็นผู้ชายที่ใส่เสื้อสีฟ้าก็เลยไม่พอใจท้าให้ออกมาหน้าหน้าร้าน

หลังจากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้วิ่งถือเหล็กขุดชาปเข้ามาแทงเพื่อนของตนครั้งแรกทะลุแขน รอบที่สองเข้าซี่โครง ก่อนที่จะพยายามหนีเข้าร้านสะดวกซื้อแต่ร้านปิดประตู หลังเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นต่างพากันหลบหนีไป เพื่อนของตนจึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.พระโขนง โดยตำรวจผู้รับคดีเป็นถึงร้อยตำรวจเอก แต่กลับให้เพื่อนของตนไปหาชื่อ หารูปมาเองเมื่อได้ทั้งชื่อทั้งรูป แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า ซึ่งผ่านมา 4 เดือนแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับคนแทงมาดำเนินคดีได้

ขอบคุณ Social Hunter

รวบทันควัน!! ไอ้หื่นฉุดหญิงสาวข่มขืนย่านตลิ่งชัน หลังแท็กซี่ฮีโร่ช่วยทัน

ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน รวบหนุ่มนราฯ หลังก่อเหตุพยายามข่มขืนสาวหลังปายรถประจำทางย่านถนนบรมราชชนนี เคราะห์ดีแท็กซี่ขับผ่านเห็นเหตุการณ์ ก่อนโทรแจ้งตำรวจ

จากกรณีที่มีคนร้ายเป็นชายใช้อาวุธมีดจี้บังคับหญิงสาวรายหนึ่งเข้าไปในพงหญ้าข้างทางย่านตลิ่งชัน เพื่อหวังทำร้ายข่มขืน แต่โชคดีที่มีคนขับรถแท้กซี่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือได้ทัน โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน สามารถจับกุมคนร้ายคนดังกล่าวได้แล้ว ทราบชื่อคือ นายอับดุลเลาะห์ อาลี อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส พบของกลางโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด 540 บาท และเสื้อชั้นในของผู้เสียหาย  ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหายอมรับผิดเนื่องจากจำนนด้วยพยานและหลักฐาน เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้ เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รกร้าง มีต้นหญ้าและต้นกระถินยักษ์สูง แม้ขนาดเวลาช่วงบ่ายโมงยังเป็นจุดเปลี่ยว ไม่ค่อยมีคนสัญจร  อีกทั้งเวลากลางคืนก็ถือว่าอันตรายสุดๆ  เหมาะแก่การก่ออาชญากรรม ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายไม่ให้เกิดขึ้น ควรเร่งรีบปรับปรุง จัดเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบทุกๆ ชั่วโมง เพราะบริเวณดังกล่าวมีทั้งพยาบาล นักศึกษา และคนทำงานมาใช้บริการเป็นประจำ

เจ้าของรถหรู ร้อง DSI ถูกอายัดรถนำเข้า ชี้ซื้อและโอนย้ายกรรมสิทธิ์ถูกกฎหมาย

เจ้าของรถหรู ร้องดีเอสไอ กรณีถูกอายัดรถที่นำเข้าโดย บ.นิชคาร์ ชี้ซื้อและทำการโอนย้ายกรรมสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย

จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ทำการอายัดรถซุปเปอร์คาร์ อาทิ ลัมโบร์กินิ , เฟอร์รารี่ , รวมถึงรถยนต์หรูยี่ห้ออิ่นๆ จากบริษัท นิชคาร์ กรุ๊ป ทั้งหมด 80 คัน เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันที่ 4 ส.ค. 2560 กลุ่มเจ้าของรถยนต์ที่ถูกอายัดซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มผผู้มีชื่อเสียง รวมไปถึงกลุ่มนักธุรกิจและผู้ประกอบกิจการจากหลายประเภทธุรกิจ ได้มีการรวมตัวกันเข้ายื่นจดหมายต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมและความคุ้มครองในฐานะผู้บริโภค เนื่องจากกลุ่มเจ้าของรถได้ซื้อมาด้วยทรัพย์ของตนเอง และได้ทำการโอนย้ายกรรมสิทธิ์มาโดยถูกต้องตามกฎหมาย

ผู้เสียหายรายหนึ่ง กล่าวว่า อยากขอให้ทางดีเอสไอช่วยทำการปลดอายัดรถ เพื่อให้ทุกคนกับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ และบางส่วนที่ผิดก็ว่าไปตามผิดอันนี้ไม่ขอเกี่ยวข้อง ซึ่งรถในโชว์รูมดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นของผู้ซื้อรถที่ได้ทำการซื้อขาดจากนิชคาร์ไปแล้ว ซึ่งอยู่ในฐานะผู้บริโภคที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำรถเข้าโดยมิชอบแต่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกจำกัดสิทธิ์ในอำนาจที่ถือว่าเป็นทรัพย์สินของตนเอง

อย่างไรก็ตาม สำหรับราคารถได้ซื้อในราคาเต็ม โดยรู้สึกว่าราคาแพงมากแล้ว ซึ่งหากเป็นประเทศอื่นรถที่ซื้อสามารถซื้อได้ 3-4 คัน ทั้งนี้ ผู้เสียหายต้องผ่อนรถเดือนละหลายแสน ในขณะเดียวกันเมื่อโดยอายัดไว้บางคนอาจจำเป็นต้องขายรถเนื่องจากต้องนำเงินมาหมุนในธุรกิจการค้า พอสั่งห้ามจำหน่ายและให้รอจนกว่าคดีจะสิ้นสุดโดยไม่ทราบว่าเมื่อใด จึงเกิดความเสียหายจำนวนมาก

ด้าน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า โดยการที่ผู้ร้องมาในวันนี้ถือว่าเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ซื้อโดยที่ไม่ทราบว่ารถเข้ามาผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะซื้อโดยความสุจริต ทั้งนี้ ทางผู้เสียหายต้องการปล่อยรถให้ใช้ โดยจะลงนามหนังสือค้ำประกันว่าหากเกิดความเสียหาย ทางเจ้าของรถยินดีรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามจะทำการรับเรื่องไว้และจะติดตามเรื่องดังกล่าวต่อไป