น้าหมู พงษ์เทพ จัดหนัก หลังตำรวจปรับ บีม ศรัณยู แค่พันเดียว ฐานขับรถเร็ว

น้าหมู พงษ์เทพ  ลั่นยอมไม่ได้ หลังตำรวจจับปรับ บีม ศรัณยู แค่พันเดียว หลังอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดบนทางด่วน ชี้แบบนี้ต้องห้ามขับตลอดชีวิตถึงจะเหมาะสม 

วานนี้ (28 ส.ค. 60) นายพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม ‘น้าหมู พงษ์เทพ’ นักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นได้อย่างน่าสนใจ ถึงกรณีที่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สั่งเปรียบเทียบปรับ บีม ศรัณยู ประชากริช  พิธีกร และนักแสดงดัง  เป็นเงินแค่ 1,000 บาท หลังเจ้าตัวก่อเหตุขับรถยนต์ ด้วยความเร็ว 200 กม./ชั่วโมง บนทางด่วนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าจรัญสนิทวงศ์ เมื่อกลางดึกคืน วันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา  ว่า (อ่านข่าว : ตำรวจจราจร ปรับ 1 พันบาท บีม ศรัณยู ซิ่งรถบนทางด่วน)

“ค่าทดสอบท่อไอเสีย 1,000บาท”

ข่าวผู้ชายคนหนึ่งขับรถด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วไปเสียค่าปรับข้อหา ขับรถเร็วเกินกว่ากฏหมายกำหนด 1,000 บาท เราเชื่อว่าเขารู้กฏจราจร แต่แค่ 1,000 บาท กับการได้ขับรถเร็วมาก มันถูกกว่าค่าสนามแข็ง มันง่ายกว่าการไปเป็นนักแข่งในสนาม

มันเท่ที่ได้อวดความเป็นคนมีรถแรง มันได้อารมณ์ของคนรวย เพียงอ้างว่าอยากทดสอบ ท่อไอเสียที่สั่งมาจากเมืองนอก “คนว่าผมที่ขับรถเร็วแล้วอวดในคลิป ผมก็ขอโทษ แต่ที่แย่กว่านั้นคือเมียผม โทรมาว่าผมหนักเลย ผมก็แย่แล้ว”

นี่คือสำนึก สำนึกที่เมียต่อว่า แต่ไม่สำนึกเรื่องกฏกติกาของส่วนรวม ถ้าเรามีเงินเสียค่าปรับในข้อหาขับรถเร็วกว่ากฏหมายกำหนดครั้งละหนึ่งพันบาท และถ้าเรามีเงินซื้อรถคันละหลายสิบล้านบาท เราก็จะเตรียมเงินค่าปรับไว้ทุกวัน

ปิดท้ายด้วยรอยยิ้มของนายตำรวจที่ยืนให้ข่าวคู่กับคนที่มาเสียค่าปรับ ผมไม่เคยอยากยุ่งกับเรื่องชาวบ้านเลย แต่เรื่องนี้ผมต้องยุ่ง เพราะผมขับรถบนถนนทุกวัน ไม่รู้ว่าวันใหนมันจะมาชนผม

คนที่คิดได้อย่างนี้และทำได้อย่างนี้ นอกจากจะมีเงินมากแล้วยังต้องโง่มากอีกด้วย อย่างนี้ต้องห้ามขับรถตลอดชีวิต เพื่อรักษาชีวิต ของผู้ใช้ถนนที่ทำถูกกฏหมาย และเพื่อรักษากฏกติกาของบ้านเมือง
———/////——-🙏🏻———///////—/

(ตำรวจจราจร ถูกลูกคนรวยขับรถชนตาย ยังจับไม่ได้เลย/ คนจนมีสิทธิ์มั๊ยครับ)

ขสมก.เล็งปลดกระเป๋ารถเมล์ 2,000 คน จ้างออกคนละ 1ล้านบาท

ขสมก.ของบ 2,000 ล้านบาท จัดโครงการเออรี่รีไทร์สมัครใจ โดยเตรียมปลดกระเป๋ารถเมล์ 2,000 คน ในปี 2562

นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมแผนการบริหารจัดการหนี้สินขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่าที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของ ขสมก. จำนวน 103,598 ล้านบาท โดยที่ประชุมเห็นว่า ขสมก. ควรกลับไปจัดทำแผนฟื้นฟู เพื่อหยุดการขาดทุนให้ได้ก่อน โดยต้องทำให้ชัดเจน และสมบูรณ์มากกว่านี้ เพราะขณะนี้มีแต่กรอบใหญ่ แต่ยังไม่มีแผนปฏิบัติการ ซึ่งทาง ขสมก. รับที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ก่อนเสนอกลับมาให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา

ด้าน นายยุกต์ จารุภูมิ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ตามแผนฟื้นฟูตั้งเป้าที่จะต้องปรับลดพนักงานเก็บค่าโดยสารรวม 2,000 คัน ในปี 2562 เพื่อให้สอดคล้องกับระบบตั๋วร่วม โดย ขสมก. เตรียมที่จะเสนขอจัดสรรงบประมาณปี 2561 วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการเออร์รี่พนักงานเก็บค่าโดยสารจำนวน 2,000 คน หรือเฉลี่ยคนละ1 ล้านบาทแล้ว ซึ่งเบื้องต้นมีพนักงานแสดงความสมัครใจพร้อมเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก

ผบ.ทบ. รับบกพร่อง ยิ่งลักษณ์หนี ปัดสมยอม คาดทักษิณวางแผน

ผู้บัญชาการทหารบก รับบกพร่อง “ยิ่งลักษณ์” หลบหนี ปัดสมยอมเกี๊ยเซี๊ยะ เชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” วางแผนไว้แล้ว

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีคดี ไม่มารับฟังคำพิพากษาในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่า

นายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดให้หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะกองกำลังชายแดนไทย ติดตามตรวจสอบเส้นทางหลบหนี ช่วงเวลา และวิธีการหลบหนี รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้ยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจนว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เส้นทางใดหลบหนี ดังนั้นจะต้องตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด และช่องทางธรรมชาติต่างๆ

โดยยอมรับว่า อดีตนายกรัฐมนตรี มีผู้ที่สนับสนุนเป็นจำนวนมาก และพร้อมให้การช่วยเหลือในการหลบหนี ที่สำคัญมีตำรวจใกล้ชิด ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในการหลบหนี และยอมรับว่าที่ผ่านมา คสช. ไม่ได้มีการควบคุมตัวอดีตนายกรัฐมนตรีเอง ก็ได้เดินทางไปต่อสู้คดี มาโดยตลอด จึงไม่มีใครคาดคิดว่าจะหลบหนี

ขณะเดียวกัน เชื่อว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นพี่ชาย ได้มีการเตรียมการการหลบหนีไว้ล่วงหน้า โดยมีเครื่องบินส่วนตัว จึงเชื่อว่าการหลบหนีครั้งนี้มีการเตรียมการและตัดสินใจไว้ล่วงหน้า เพียงแค่รอเวลาและโอกาสที่เหมาะสมในการหลบหนีเท่านั้น และอดีตนายกรัฐมนตรีเอง ก็มีศักยภาพในการหลบหนีด้วยตัวเองได้

อย่างไรก็ตาม คสช. ยืนยันว่า ไม่ได้เกี๊ยะเซียะ ในการหลบหนีอย่างที่เป็นกระแสข่าวออกมาอย่างแน่นอน ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร เพราะทุกวันนี้ก็ถูกสังคมวิจารณ์อยู่แล้ว แต่ยอมรับว่าอาจเกิดจากความบกพร่องบริเวณชายแดนที่อาจมีช่องโหว่

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ห่วงว่า หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกนอกประเทศไปแล้ว และมีการเปิดตัวจะมีการเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาล และ คสช. โดยใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาในอนาคต เพราะไม่สามารถใช้กฎหมายในการดำเนินการได้

ส่วนสถานการณ์ประเทศไทยหลังอดีตนายกรัฐมนตรีหนี ออกนอกประเทศ จะทำให้ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเบาลงหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า แม้อดีตนายกรัฐมนตรี จะไม่ได้อยู่ในประเทศ แต่ก็ยังไม่เบาใจ เพราะว่ายังมีพรรคเพื่อไทย แต่ก็เชื่อว่า พรรคเพื่อไทย อาจมีการปฏิรูประบบพรรคใหม่ และอีก 5 ปี อาจทำให้พรรคมีความเข้มแข็งกว่าเดิม และประชาชนยอมรับ

ข่าว INN