ทอ.จ่อเอาผิดวินัย ‘จ่าอากาศ’ ใช้ปืนขู่ ‘ปู พงษ์สิทธิ์’

กองทัพอากาศ เตรียมเอาผิดด้านวินัย ‘จ่าอากาศ’ กรณีใช้ปืนข่มขู่ นักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง ‘ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์’ ในผับแห่งหนึ่งของจังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้(4 ส.ค.) จากกรณีที่พันจ่าอากาศเอกภพไตร นาถสุวรรณ อายุ 48 สังกัดกองบิน 21 อุบลราชธานี ได้เข้าไปเที่ยวผับแห่งหนึ่งในจังหวัดอำนาจเจริญ และใช้อาวุธปืนพกสั้นออกมาข่มขู่นักร้องดัง “ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์” ที่ไม่ยอมให้จับมือ และมีผู้อัดคลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าว นำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุด พลตรีคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กรณีนี้หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วพบว่ามีการพกพาและแสดงอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะ แล้วนำไปใช้โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในราชการถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งกรณีดังกล่าวต้องดูว่าผู้ก่อเหตุมีเจตนาใช้อาวุธปืนเพื่อข่มขู่หรือไม่ ดังนั้นเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะที่การลงโทษทางวินัยทหาร ทางผู้บังคับหน่วยในกองทัพอากาศจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพื่อลงโทษทางวินัยต่อไป

ขณะที่ พลอากาศตรีพงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ขณะนี้ทาง พลอากาศเอกจอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยทางหน่วยต้นสังกัดของจ่าอากาศเอกได้รายงานเรื่องเข้ามา โดยโทษทางวินัย ผู้บัญชาการทหารอากาศได้สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าว เพราะการพกพาอาวุธไปในพื้นที่สาธารณะในขณะที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมายและผิดวินัยชัดเจน ดังนั้นจะต้องรอผลการสอบสวนจากคณะกรรมการเพื่อดำเนินการตามบทลงโทษทางวินัยต่อไป ส่วนการดำเนินคดีอาญาเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ

จุฬาฯ แจงปมดราม่านิสิตถูกล็อกคอ กลางพิธีถวายสัตย์

จุฬาฯ แจงปมดราม่านิสิตถูกอาจารย์ล็อกคอ กลางพิธีถวายสัตย์ ด้านอาจารย์เครียดเข้า CCU

วันนี้ (4 ส.ค.) จากกรณีที่เกิดเหตุวุ่นวายในพิธีถวายสัตย์ของนิสิต ชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามที่แห่แชร์กันว่า อาจารย์ให้นิสิตใหม่ตากฝน พอเกิดการประท้วง โดนล็อกคอ ทำร้ายร่างกาย จนเรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาในโลกออนไลน์ อ่านต่อ >> พิธีถวายสัตย์จุฬาฯ วุ่น! อ.ให้นิสิตใหม่ตากฝน พอประท้วงโดนล๊อกคอ ทำร้ายร่างกาย

ล่าสุด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีนิสิตจากสภานิสิตจุฬาฯ ถูกนำตัวออกจากพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯ ดังนี้

ตามที่มีภาพและข่าวเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ ถึงพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯ ซึ่งจัดขึ้นในเย็นวันนี้ และกรณีที่รองประธานสภานิสิตจุฬาฯ ถูกอาจารย์นำตัวออกจากพิธีนั้น รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิต จุฬาฯ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีหลายฝ่ายในสังคมซึ่งอาจจะมีความเห็นไม่ตรงกันคอยจับจ้องมองดูอยู่

ยิ่งไปกว่านั้นทางมหาวิทยาลัยทราบมาว่ามีกลุ่มที่ไม่ประสงค์ดีต่อ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ประธานสภานิสิต และกลุ่มเพื่อน ซึ่งกำลังเฝ้ามองดูและอาจนำประเด็นตรงนี้ไปขยายเป็นความรุนแรงได้ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีคนพยายามคุกคามมาตามหานายเนติวิทย์ถึงมหาวิทยาลัย ตนเองในฐานะผู้กำกับดูแลด้านกิจการนิสิตก็ต้องพานายเนติวิทย์ไปแจ้งความที่โรงพัก และวันนี้ก็ได้มอบหมายผู้ช่วยอธิการบดีสองคนไปดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนิสิตกลุ่มนี้เป็นพิเศษ

ในขณะเดียวกัน ทางฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาฯก็เข้าใจและเคารพในความเห็นต่างและได้พยายามจัดพื้นที่ให้กับผู้ที่ประสงค์จะแสดงความเคารพด้วยการคำนับโดยมีข้อตกลงกันอย่างชัดเจนว่าจะอยู่ในแถวที่แยกออกไป และจะมาแสดงความเคารพเมื่อกระบวนการถวายบังคมเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่กลุ่มของสภานิสิตไม่ได้เคารพข้อตกลงนั้นและพยายามจะจัดฉากให้ปรากฏภาพที่ขัดแย้งตรงข้ามกันระหว่างการถวายบังคมและการคำนับ

รศ.ดร.บัญชา กล่าวว่า ในส่วนของการแสดงออกของอาจารย์คนดังกล่าวที่มีภาพปรากฏออกสื่อไป น่าจะสืบเนื่องมาจากการที่นายเนติวิทย์และนิสิตกลุ่มนี้ไม่เคารพในข้อตกลงที่มีร่วมกัน จึงโกรธถึงขีดสุดว่าพูดกันแล้วไม่รู้เรื่อง และตั้งใจไม่ทำตาม

อย่างไรก็ดี รศ.ดร.บัญชา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ อาจารย์คนดังกล่าวเกิดภาวะเครียดอย่างรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล และจะดูอาการต่อในห้อง CCU เมื่อคืนนี้ แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่ามีอาการ hyperventilation คือหายใจไม่ได้ กล้ามเนื้อเกร็ง ชีพจรสูง ซึ่งตนเดาว่าน่าจะเป็นเพราะอาจารย์คนดังกล่าวรู้สึกขัดแย้งอย่างสูง เพราะเป็นคนรักนิสิตและทำกิจกรรมคลุกคลีกับนิสิตมาตลอด

“ผมต้องขอโทษนิสิตคนนั้นแทนอาจารย์ด้วยที่อาจจะทำอะไรเกินไป ทางจุฬาฯพยายามเปิดพื้นที่ให้กับทุกคน แต่ผมว่ามันต้องให้ความยุติธรรมและให้การเคารพข้อตกลงซึ่งมีต่อกันและกัน สำคัญที่สุดคือต้องจริงใจต่อกันด้วย” รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิตจุฬาฯ กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา www.chula.ac.th

7 ส.ค.นี้ ‘แพท ณปภา’ ยังต้องลุ้นอีก ผบ.ตร.เห็นพ้องหรือแย้ง

ทนายความ เผย 7 ส.ค.นี้ “แพท ณปภา” ยังต้องไปรายงานตัวต่อศาลตามปกติ – ลุ้น ผบ.ตร. เห็นพ้องหรือแย้งกับอัยการ

นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความของ น.ส.ณปภา ตันตระกูล หรือ แพท ณปภา ดาราพิธีกรนักแสดงชื่อดัง เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. กรณีที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง “แพท ณปภา” ผู้ต้องหาคดีร่วมกันสมคบกันฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ แพท ณปภา ยังคงต้องไปรายงานตัวต่อศาลเป็นผลัดสุดท้ายแต่ศาลจะไม่มีอำนาจควบคุมตัว

จากนั้นจะต้องรอดูความเห็นจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะทำการตรวจสำนวนใหม่อีกครั้ง ว่าจะเห็นพ้องหรือเห็นแย้งกับอัยการ หากเห็นพ้องคดีก็ถือว่าเป็นอันสิ้นสุด แต่หาก ผบ.ตร. เห็นแย้ง สำนวนคดีก็จะถูกส่งไปให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งขั้นตอนนี้ไม่มีกรอบเวลา ส่วนบัญชีทรัพย์สินต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ที่ “แพท ณปภา” มอบให้เจ้าหน้าที่อายัดไว้ตรวจสอบนั้นเป็นคดีที่เกี่ยวกับ เบนซ์ ที่ต้องชี้แจงที่มาของเงินต่อไป

“ในส่วนของพยานหลักฐานก็ไม่ต้องยื่นเพิ่มแล้วครับ ที่ผ่านมาท่านให้โอกาสเรายื่นเราก็ทำงานอย่างเต็มที่รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อไปชี้แจงเต็มที่แล้ว”

ทนายอาคม กล่าวว่าเบื้องต้น แพท ณปภา ได้โทรศัพท์มาสอบถามเกี่ยวกับกรณีอัยการไม่สั่งฟ้องกับตนเองแล้ว แต่ยังไม่ได้คุยในรายละเอียดว่าตอนนี้ แพท ณปภา ลูกความยังมีข้อกังวลอะไรหรือไม่ โดยจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง แต่หลังจากที่ทราบว่าอัยการไม่ฟ้องตนเองก็ดีใจ และถือเป็นข่าวดีสำหรับ แพท ณปภา ซึ่งในแง่ทนายความตนเองก็บอกว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง เพราะที่ผ่านมาได้แสดงความบริสุทธิ์อย่างเต็มที่

ที่มา… INN