สตรองแค่ไหน!! หนุ่มถูกแท็กซี่เฉี่ยวขาขาด วอนคนช่วยนำเท้าแช่น้ำแข็ง

สตรองแค่ไหน!! หนุ่มถูกแท็กซี่เฉี่ยวขาขาด วอนผู้พบเห็นหยิบเท้าแช่น้ำแข็ง หวังแพทย์ต่อขาได้

เฟซบุ๊ก Kunnamp Phatharaporn ได้แชร์เรื่องราวสุดสยอง ขณะพบหนุ่มขับรถมอไชค์ ถูกรถแท็กซี่เฉี่ยวชนเข้าอย่างแรง จนขาขวาขาดกระเด็นออกเธอจึงโร่เข้าช่วยเหลือทันที แต่ ผู้บาดเจ็บได้พูดขึ้นมาสั้นๆหนึ่งประโยคว่า “หาขาของผมให้หน่อย” พร้อมกับระบุข้อความว่า 

“โดนรถแท็กซี่เฉี่ยวเท้าหลุดเลย เค้าบอกให้หาขาเค้าให้หน่อย แล้วให้คนไปซื้อน้ำแข็งมาให้เค้าหน่อย. พี่ชาตก็ไปเดินหาขามาให้เค้าอยู่นานค่ะ คือเค้าหยิบขาตัวเองใส่ไปในน้ำแข็ง ขอให้พี่ปลอดภัย ทำไมหนูต้องมาเจออะไรแบบนี้ ใจแป้วเลยรถ รพ. ก้อมาช้ามาก#พี่ชาติเป็นคนเดินไปหาขามาคืนเขาค่ะ Champ Louis”

หลังจากที่เธอได้ฟังคำพูดชายดังกล่าวจนจบ หญิงสาวได้รวบรวมสติและให้เพื่อนซึ่งเป็นผู้ชายช่วยหาขาของผู้บาดเจ็บจนเจอ โดยเธอได้รีบวิ่งไปซื้อน้ำแข็งจนกระทั่งนำขาของผู้บากเจ็บมาแช่แข็งสำเร็จ โดยหวังว่าเมื่อแพทย์ช่วยทำการรักษาอาจมีสามารถต่อขาของผู้บาดเจ็บให้กลับเข้าสู่สภาพเดิมได้ เมื่อกู้ภัยมาถึงจึงโร่นำตัวส่งผู้ป่วยโรงพยาบาลได้ทันที

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Kunnamp Phatharaporn 

บันทึกพระชนชีพ ตอน “ในหลวง ในดวงใจ”

บันทึกไทยบันทึกพระชนชีพ ตอน “ในหลวง ในดวงใจ”

…บนเนินเขาปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม  และดอกไม้ป่า ทะเลสาบสีฟ้าใส ชีวิตผู้คนที่เงียบสงบเป็นบรรยากาศของเมือง “โลซาน”  ซึ่ง สมเด็จพระบรมชนกนาถ และ สมเด็จพระบรมนาถชนนี ทรงประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อครั้งที่ทั้งสองพระองค์ทรงเสด็จมาประทับ ในช่วงที่ทรงอภิเษกสมรสใหม่ๆ

และในเดือนพฤษภาคม ปี 2476 เมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่บนฝั่งทะเลสาบรูปพระจันทร์เสี้ยวชื่อ “เลม็อง” ก็ได้ถูกเลือกเป็นที่ประทับของครอบครัว ราชสกุล “มหิดล” อีกครั้ง  เมื่อ “สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า” ได้ตัดสินพระทัยให้พระนัดดาของพระองค์ เสด็จมาประทับที่ต่างประเทศ เพื่อเอื้อต่อการรักษาพระสุขภาพ และการศึกษาเล่าเรียน

แฟลตเลขที่ 16 ถนน ทิโซว สมเด็จพระราชชนนี ทรงเลือกเป็นที่ประทับที่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองและสะดวกสบายต่อพระโอรสพระธิดาและ ณ ดินแดนที่ห่างไกลจากแผ่นดินไทยแห่งนี้ ทรงต้องทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวด้วยพระองค์เองตามลำพัง

ทรงเริ่มต้นใช้ชีวิตเป็น “เจ้านายนักเรียนนอก” แทนฉายา “เจ้านายบ้านนอก” ที่โลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์

นักวิชาการชี้!! อย่าแชร์มั่ว “เบิร์นจิ๊มิ” ไม่ช่วยอายุยืนแถมติดโรค

นักวิชาการชี้!! สายเบิร์นอย่าแชร์มั่ว “เลียจิ๊มิ” ไม่ช่วยอายุยืนแถมเสี่ยงติดโรค

วันนี้ (3 ส.ค. 60) รศ. ดร. เจษฎา อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้ออกมาชี้แจงกรณี “สายอย่าแชร์มั่ว เบิร์นจิ๊มิ ไม่ช่วยอายุยืนแถมอายุสั้น” ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมกับระบุข้อความว่า

” นี่ก็พึ่งโพสต์อธิบายไปไม่กี่เดือนก่อน ก็กลับมาแชร์กันใหญ่ อ้างว่า “องค์การอนามัยโลก WHO ค้นพบการเลียอวัยวะเพศหญิง จะช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ความดัน ชะลอความแก่ ฯลฯ … WHO ไม่ได้พูดอะไรทำนองนั้นนะ และการที่ผู้ชายเลีย XXX ก็ไม่ได้จะช่วยให้อายุยืน แถมถ้าเลียไม่ดีนี่ จะยิ่งอายุสั้นด้วย”

ความจริงคือ มันช่วยให้เสริมคุณภาพในการมีเพศสัมพันธ์ให้ดีขึ้น มีชีวิตคู่ที่ซู่ซ่าขึ้น ช่วยให้ฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอดได้ง่ายขึ้น ถ้าทำให้เหมาะสม ถูกจังหวะ และไม่ทำให้ตั้งท้องด้วย จริง!!

แต่ปัญหาที่ต้องระวังก็มีนะครับ นั่นก็คือ มันเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ อย่างเชื้อไวรัส เอชพีวี (human papilloma virus HPV) ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และเนื้องอกเนื้อร้ายอื่นๆ อย่าง หูดที่อวัยวะเพศ รวมไปถึงโรคมะเร็งคอหอยส่วนปาก(oropharyngeal squamous cell carcinoma) ที่มากับเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 ซึ่งสัมพันธ์กับการมีคู่นอนสำส่อนหลายคนด้วย คนที่มีคู่แบบผัวเดียวเมียเดียวจะมีโอกาสเสี่ยงต่ำกว่า

นอกจากการแพร่กระจายเชื้อเอชพีวีแล้ว (อย่าพึ่งตกใจนะ การที่ร่างกายเรามีเชื้อนี้ ไม่ได้แปลว่า ต้องเป็นมะเร็ง .. แค่ความเสี่ยงมันสูงขึ้น) ยังแพร่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หนองในเทียม (chlamydia) และ หนองในแท้ (gonorrhoea) ได้อีกด้วย

สรุปว่า การเลีย XXX มันก็เป็นสิ่งดี มีประโยชน์นะ แต่อย่าไปคาดหวังขนาดว่าจะทำให้อายุยืนขึ้น หรือป้องกันมะเร็งได้ และที่สำคัญ คือ ควรเลือกทำเฉพาะกับคู่ของเรา ที่มั่นใจได้เท่านั้นจะดีกว่า

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : Jessada Denduangboripant , อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง