ทางระบายน้ำลงหาดพัทยาเละ ขยะ-น้ำเน่าโผล่ โชว์ประจานนักท่องเที่ยว

อุดจาดตา! หมดสภาพทางระบายน้ำลงหาดเขาพระตำหนักพัทยาพังยับขยะ-น้ำเน่าโผล่โชว์ประจานนักท่องเที่ยว ชาวบ้านระบุแจ้งแก้ไขซ่อมแซมนานปีแต่ไร้การแก้ไข

วันนี้(3 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชนบริเวณชายหาดด้านหลังโรงแรมเอเชียพัทยา บนเขาพระตำหนัก ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่า ที่ผ่านมาสภาพทางเดิน ซึ่งเมืองพัทยาจะทำเป็นบ่อพักน้ำ และระบายน้ำล้นลงสู่ชายหาดบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นขั้นบันไดลาดเอียงความสูงประมาณ 50 เมตร มีสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก ทั้งทางเดินเท้า ระบบระบายน้ำ

อีกทั้งยังมีเศษขยะมูลฝอย และน้ำเน่าเสียเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นภาพที่เสียหายต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากชายหาดในบริเวณนี้ถือเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ

ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นบันไดที่ต่อเชื่อมจากพื้นที่ราบบนเขาพระตำหนักลงสู่ชายหาด ซึ่งเป็นแนวลาดเอียงประมาณ 30 องศาความยาวกว่า 50 เมตร โดยพื้นที่บริเวณด้านบนมีการจัดทำเป็นลักษณะบ่อพักน้ำขนาดใหญ่เพื่อรับปริมาณน้ำฝนที่ไหลบ่าจากที่สูง พร้อมระบบปั้มน้ำไฟฟ้า ก่อนจะมีการต่อเชื่อมบันไดเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปพักผ่อนบนชายหาด

โดยพบว่าในช่วงปลายทางติดกับชายหาดนั้นมีสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก ทั้งในส่วนของบันไดทางเดิน โดยมีเศษวัสดุอุปกรณ์ ขยะมูลฝอย และกระสอบทรายถูกกองทิ้งไส้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในพื้นที่ๆมีลักษณะเป็นหลุมขนาดใหญ่ก็มีน้ำขังซึ่งพบว่ามีลักษณะเน่าเหม็น เป็นภาพที่สร้างความเสียหายต่อระบบภูมิทัศน์อย่างมาก

ชาวบ้านรายหนึ่งแจ้งว่าช่องทางน้ำจะรับน้ำจากบนเขาซึ่งเป็นที่สูงระบายน้ำลงมาในบ่อพัก แต่เมื่อมีปริมาณน้ำมากก็จะไหลล้นลงมาตามแนวบันไดซึ่งเป็นเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว กระทั่งสภาพของทาง เดินเท้าชำรุดและเสียหาย ขณะที่มีน้ำท่วมขังเป็นจุดๆซึ่งเมื่อนานวันก็จะเกิดการเน่าเสีย ดังนั้นเมื่อมีฝนตกลงมาใหม่น้ำก็จะพัดเอาน้ำเน่าและขยะเหล่านี้สู่ชายหาดทำให้เป็นภาพที่ไม่น่ามอง และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะชายหาดแห่งนี้ค่อนข้างสงบและมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรณีดังกล่าวมีการแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาปรับปรุงดูแลและแก้ไขแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆจนเป็นปัญหามาถึงปัจจุบัน

ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ สั่งช่วยเหลือสำนักสงฆ์ฯ หลังต้องรับภาระเลี้ยงหมูป่ากว่า 600 ตัว

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ สั่งช่วยเหลือ สำนักสงฆ์ “สวนสมุนไพรหลวงปู่ละมัย ฐิตมโน”  หลังต้องรับภาระเลี้ยงหมูป่ากว่า 600 ตัว

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสำนักสงฆ์ “สวนสมุนไพรหลวงปู่ละมัย ฐิตมโน” หมู่ 8 บ้านสะแกงาม ต.บ้านโตก อ.เมืองเพชรบูรณ์ นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ สั่งการให้นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมนายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ และ นายสัตวแพทย์ปฏิวัติ คุณดิลกพจน์ ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ ลงพื้นที่สำรวจและหาแนวทางช่วยเหลือ หลังมีผู้แจ้งว่ามีหมูป่ากว่า 600 ตัวถูกปล่อยเลี้ยงอยู่อย่างแออัดภายในสำนักสงฆ์ดังกล่าว และยังขาดแคลนอาหารที่จะเลี้ยงดูหมูป่าเหล่านี้

ทั้งนี้ นายไกรสร ได้มอบข้าวสารจำนวน 10 กระสอบที่มีผู้ใจบุญบริจาคให้ นอกจากนี้ยังแจ้งด้วยว่าทางโครงการกรีนมาร์เก็ตจะนำผักที่เหลือจากการตกแต่งมามอบให้สัปดาห์ละ 2 คันรถหกล้อ และจะมีการจัดตั้งกองทุนรับบริจาคเพื่อดูแลหมูป่าเหล่านี้ด้วย

จากนั้นพระธเนศ ติขะญาโณ ผู้ดูแลสำนักสงฆ์ฯ และนางวันดี อยู่ขันสวัสดิ์ ผู้เลี้ยงดูหมูป่า จึงนำคณะนายไกรสรสำรวจคอกหมูป่าซึ่งมีการสร้างไว้จำนวน 4 แห่ง และมีการแยกหมูป่าเพศผู้-เพศเมียออกจากกัน ทั้งนี้ พระธเนศแจ้งด้วยว่ายังมีหมูป่าบางส่วนที่ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ซึ่งในช่วงหลวงปู่ละมัยยังอยู่จะมีญาติโยมบริจาคช่วยเหลือกันค่อนข้างมาก

แต่หลังปี 2554 เมื่อหลวงปู่มรณภาพไปแล้ว ทางสำนักสงฆ์ฯ ต้องแบกรับภาระค่าเลี้ยงดูหมูป่าเหล่านี้วันละราว 2,000 บาท โดยอาหารที่เลี้ยงดูหมูป่านอกจากต้นไม้ใบหญ้าตามธรรมชาติแล้ว ก็จะมีการหุงข้าวสารวันละ 1 กระสอบครึ่งเพื่อเลี้ยงหมูป่าเหล่านี้ ก่อนหน้านี้ก็มีชาวบ้านมาขอไปเลี้ยงดูก็ยินดีมอบให้ไป แต่มีข้อแม้และเงื่อนไขห้ามนำไปฆ่าหรือขายต่อ แต่หากมีการตกลูกออกมาและจะนำลูกหมูป่าไปขายหรือทำอะไรก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ทั้งนี้พ่อแม่พันธุ์ที่ขอไปเลี้ยงต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป

ด้านนางวันดี กล่าวว่า พื้นที่บริเวณนี้เดิมเป็นถิ่นที่อยู่ของหมูป่าอยู่แล้ว หลังจากหลวงปู่ละมัยได้มาสร้างสวนสมุนไพรบริเวณนี้ตั้งแต่ปี 2539 บนเนื้อที่ราว 500 ไร่ ด้วยความเมตตาของหลวงปู่ทำให้หมูป่าเหล่านี้มาอาศัยอยู่ด้วย ประกอบกับมีญาติโยมบางส่วนนำหมูป่าถวายวัดอีก ต่อมาจึงมีการผสมพันธุ์กันเองกระทั่งออกลูกมาจนยั้วเยี้ยเต็มไปหมด กระทั่งจนถึงปัจจุบันมีจำนวนกว่า 600 ตัว

นายไกรสร ได้แสดงความเป็นห่วงที่หมูป่าเหล่านี้ยังเพิ่มจำนวนไม่หยุด และยังมีการผสมพันธุ์กันเองภายในฝูง ทำให้สายเลือดมีความใกล้ชิดจึงเสี่ยงที่จะทำให้หมูเหล่านี้ติดโรคระบาดได้ง่าย จึงจะให้ทางปศุสัตว์ช่วยตอนหรือทำหมันหมูป่าเพศผู้ เพื่อควบคุมจำนวน และ ลดความแออัดลง นอกจากนี้ ยังกังวลเรื่องหมูป่าออกไปนอกสำนักสงฆ์ เมื่อไปกัดกินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านอาจทำให้ถูกยิง หรือ ถูกฆ่ากลายเป็นปัญหาตามมาในภายหลัง

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังนายไกรสรได้นำภาพหมูป่าดังกล่าวเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมแจ้งด้วยว่าทางสำนักสงฆ์สวนสมุนไพรหลวงปู่ละมัยต้องการขอรับบริจาคอาหารเพื่อเลี้ยงดูหมูป่า หรือ หากใครต้องการจะแบ่งปันไปเลี้ยงแต่ขออย่านำไปฆ่าหรือนำไปขายก็เพียงพอแล้ว โดยให้ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่พระธเนศ หมายเลขโทรศัพท์ 08-6093-4683 ซึ่งปรากฏว่าได้มีผู้สนใจติดต่อขอหมูป่าเหล่านี้ไปเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก

แจ้งจับเกรียนคีย์บอร์ด โพสต์หมิ่น ซ้ำเติมชาวสกลฯ โดนน้ำท่วม

แจ้งจับเกรียนคีย์บอร์ด โพสต์หมิ่นซ้ำเติมชาวสกลนคร ที่ได้รับผลกระทบช่วงน้ำท่วม

วันนี้(3 ส.ค. 60) ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ ฮังโยธา ทนายความ เดินทางเข้าฟ้องร้องกรณีเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสกลนคร และมีพี่น้องประชาชนรวมถึงนักแสดงชื่อดังจำนวนมากเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ แต่มีบุคคลบางกลุ่มโพสต์ข้อความดูหมิ่นโดยการต่อว่าในลักษณะไม่ให้การช่วยเหลือ และมีการซ้ำเติม รวมถึงพูดใส่ร้ายชาวจังหวัดสกลนครลงในเฟซบุ๊ก

โดย ทนายนิพนธ์ กล่าวว่า เนื่องจากตนเองเป็นคนจังหวัดสกลนครโดยกำเนิดจึงถือว่าได้รับความเสียหาย ซึ่งมองว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการสร้างความแตกแยกให้กับสังคม จึงอยากให้เป็นคดีตัวอย่างเพื่อไม่ให้บุคคลกลุ่มนี้ไปกระทำการใดๆ อีก ทั้งนี้ ได้องค์ประกอบของกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคดีดังกล่าวถือว่าเข้ากฎหมายอย่างแน่นอน โดยจะดำเนินคดี 1 คน แต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้เนื่องจากอยู่ในรูปคดี

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ได้นำหลักฐานซึ่งเป็นหน้าเฟซบุ๊กที่โพสต์หมิ่น หรือเรียกว่าเอกสารท้ายฟ้องมาเรียบร้อย รวมถึงได้เตรียมพยานไว้จำนวน 3 คน เพื่อการไตร่สวนครั้งต่อไป ซึ่งไม่ได้กังวลแต่อย่างใดหากมีกระแสโต้กลับ โดยตนเองประกอบอาชีพทนายความมา 18 ปี ได้รับแรงเสียดทานมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการทำทุกอย่างตนเดินตามวิธีพิจารณาความทุกอย่าง และอยู่ภายใต้กฎหมาย ทั้งนี้ อยากฝากถึงผู้ที่เล่นโซเชียลทีเดียในทางที่ไม่ดีว่า อย่ามักง่ายอย่าเอาความทุกข์ของคนอื่นมาเล่นกันเช่นนี้มิฉะนั้นบ้านเมืองจะมีแต่ความแตกแยก