สุดซวย!! ป้าโดนฉกทองขณะไปจำนำ หนำซ้ำผัวยังไล่ออกจากบ้าน

สุดซวย!! ป้าโดนฉกทองขณะไปจำนำ หนำซ้ำยังโดนผัวยังไล่ออกจากบ้าน โทษฐานทำให้ไม่มีกิน

วันนี้ (2 ส.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งเรื่องราวของ คุณป้าวัย 64 ปี ที่นำทอง 2 สลึง ไปจำนำหวังนำเงินมาใช้จ่าย แต่ระหว่างเดินทางมีชายมานั่งประกบ พอลงรถก็พบว่าทองในตลับได้หายไป หนำซ้ำยังถูกสามีไล่ออกจากบ้านเพราะทำให้ไม่มีกิน

จากการสอบถามข้อเท็จจริง ทราบว่า “นางอุดม หาญปรับ” อายุ 64 ปี อาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว ที่ บ้านโคกตูม ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ตนเป็นคนนอกพื้นที่มาอยู่กับสามี 2 คน ปลูกกระท่อมอยู่บนที่ดินนายจ้าง เพื่อรับจ้างเลี้ยงวัว แต่ในช่วงที่ผ่านมาประสบปัญหา ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน พยายามหารับจ้างทั่วไปแต่ต้องมาเจ็บป่วยซ้ำอีก ตนกับสามีจึงตัดสินใจจะเอาทองเส้นสุดท้ายไปจำนำเพื่อจะเอาเงินมาซื้อข้าวสารอาหารแห้ง

แต่ขณะนั่งรถโดยสารไปในตัวเมือง ระหว่างทางได้ย้ายทองจากกระเป๋าถือมาใส่กระเป๋าเสื้อ เพราะเกรงว่าจะสูญหาย เมื่อรถสองแถวมาถึงหน้าโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ก็มีชายวัยกลางคนผิวดำ-แดง ขึ้นมานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ไม่นาน ชายคนนั้นลุกมานั่งประกบติดกับตัวเอง แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร

จนกระทั่งไปถึงร้านทองก็ควักเอาตลับทองในกระเป๋าเสื้อออกมา ผลปรากฏว่าพบเพียงตลับทอง ส่วนทองรูปพรรณกับสำลีภายในตลับหายไปแล้ว จึงออกเดินทางตามหากว่าครึ่งวันก็ไม่พบ และมาคิดได้ว่าคนที่มาขโมยเอาทองไปอาจจะเป็นชายคนมานั่งประชิดตัว แล้วเดินกลับบ้านไกลกว่า 6 กิโลเมตร ก่อนจะเล่าให้สามีฟัง

แต่เมื่อสามีได้ฟังก็กลับโมโหไล่ตนออกจากบ้าน ตอนนี้อยากจะไปแจ้งความให้ตำรวจติดตามตัวคนร้าย แต่ยังไม่มีเงินค่ารถเดินทางไป จึงอยากจะขอร้องให้ตำรวจช่วยติดตามหาคนร้ายมาดำเนินคดี เพราะคาดว่าน่าจะมีกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าโรงพยาบาลบุรีรัมย์อยู่

DSI เผย ‘ธัมมชโย’ ใช้วิธีธรรมชาติหลบหนีออกนอกประเทศ

อธิบดีดีเอสไอ เผยพบข้อมูลลูกศิษย์ “พระธัมมชโย” ใช้ช่องทางธรรมชาติ พาหลบหนีออกนอกประเทศ

วันนี้ (2 ส.ค. 60) ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยความคืบหน้าการติดตามตัว พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ ข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร จากการยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

ทั้งนี้ ดีเอสไอ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามทั้งในและต่างประเทศ โดยพบข้อมูลว่า “กลุ่มลูกศิษย์และ พระธัมมชโย ได้ใช้ช่องทางธรรมชาติหลบหนีไปอยู่ประเทศแถบยุโรป “ แต่ดีเอสไอตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูลยืนยัน ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ก็ไม่พบข้อมูลพระธัมมชโย เดินทางออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า ดีเอสไอได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ที่ออกจากสหกรณ์ฯผ่านการสั่งจ่ายเช็ค 878 ฉบับ ตั้งแต่ปี 2552-2556 ว่ามีการถ่ายโอนเงินไปยังบุคคลใดบ้าง หรือโอนไปเข้าบัญชีใครหรือไม่ รวมถึงการนำเงินไปซื้อทรัพย์สินอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับการยักยอกและฟอกเงินสหกรณ์ฯอีก 15 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการของดีเอสไอ

‘FB’ ปิดระบบ ‘AI’ แล้ว หลังพบว่ามันคิดค้นภาษาใหม่ที่ล้ำกว่ามนุษย์

เฟซบุ๊กประกาศปิดระบบ ‘AI’ แล้ว หลังพบว่ามันเริ่มคิดค้นภาษาใหม่มาสื่อสารกันเองโดยเฉพาะ

วานนี้ (1 ส.ค. 60) พบรายงานว่า “เฟซบุ๊ก” (Facebook) ตัดสินใจปิดระบบ “AI” ในศูนย์วิจัย Facebook Artificial Intelligence Research (FAIR) หลังจากพบว่ามันเริ่มพัฒนาภาษาของตัวเองมาสื่อสารกันแทนภาษาอังกฤษ

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับ AI “Bob” และ “Alice” ซึ่งนำมาใช้ทดสอบและฝึกฝน “ทักษะการเจรจาต่อรอง” โดยสร้างสถานการณ์จำลองขึ้นมาให้มีของ 3 อย่าง (หนังสือ หมวก ลูกบอล) Bob และ Alice ก็จะให้ค่าของสิ่งของแต่ละอย่างไม่เท่ากัน AI ทั้งสองตัวจะต้องเจรจาต่อรองกันเพื่อให้ตัวเองได้รับสิ่งของที่มีค่ามากที่สุด

ซึ่งผลที่ได้ก็อยู่ในเกณฑ์น่าประทับใจเพราะทั้งคู่สามารถต่อรองได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนมนุษย์ส่วนใหญ่ที่เคยเจรจาต่อรองกับทั้งคู่ไม่รู้ว่าตัวเองคุยอยู่กับ AI แต่ล่าสุดก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น เมื่อ Bob และ Alice เริ่มสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษแบบแปลกๆ ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ที่ดูเหมือนไม่มีความหมาย แต่แท้จริงแล้วประโยคเหล่านี้สามารถถอดรหัสออกมาเป็นการสื่อสารที่มีความหมายได้ซึ่งเข้าใจกันระหว่าง Bob และ Alice เท่านั้น

ตัวอย่างที่ Bob พูดคือ “i i can i i i everything else,”

Alice ตอบว่า “Balls have zero to me to me to me to me to me to me to me to me to,”

ทั้งนี้ทีมวิจัยของ Facebook ยังไม่สามารถถอดความหมายของภาษานี้ได้สมบูรณ์ 100% แต่พวกเขาเชื่อว่าสิ่งที่ Bob พูด คือ “ฉันจะเอา 3 อัน ส่วนที่เหลือให้เธอหมดเลย” !!!

(แผนภาพแสดงการเลือกใช้คำพูดต่อรองของ AI)

สำหรับสาเหตุที่ AI ทั้งสองพัฒนาภาษาของตัวเองขึ้นมาได้ คาดว่ามีสาเหตุมาจากระบบ “รางวัล” (PRIZE) ที่ใช้กระตุ้นให้ AI พัฒนาตัวเอง โดยทุกครั้งที่ AI ต่อรองจนได้สิ่งของที่มีค่าสูงสุดระบบก็จะมอบรางวัลให้ ส่งเสริมให้ AI คิดหาวิธีสื่อสารใหม่ๆ เพื่อให้ได้รางวัลมากที่สุด แต่เมื่อเวลาผ่านไป AI อาจมองว่า ภาษาอังกฤษมีคำศัพท์มีประสิทธิภาพในการสื่อสารต่ำเกินไป มันจึงพัฒนาภาษาของตัวเองขึ้นมาเพื่อให้การต่อรองมีประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

อย่างไรก็ดีสิ่งเหล่านี้อาจเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่า AI อาจจะมีการพัฒนาศักยภาพได้สูงเกินกว่าที่มนุษย์คาดคิด หากปล่อยให้มีการพัฒนาโดยไม่ได้มีการควบคุม ไม่แน่ในอนาคตมันอาจจะตัดขาดจากมนุษย์และหลุดจากการควบคุมของเราในที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : techmoblog.com