สลด! อดีตรปภ.วัย 57 ปี กิน ‘คางคกผัดเผ็ด’ หัวใจวายดับ

อดีต รปภ. วัย 57 ปี กิน ‘คางคกผัดเผ็ด’ หัวใจวายดับอนาถภายในบ้านพักย่านปากเกร็ด

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 2 ส.ค.60 ร.ต.อ.จรยุทธ บุญทอง ร้อยเวร สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้กินคางคกเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 2/8 หมู่ 1 ชุมชนเลียบคลองวัดกลางเกร็ด ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง เจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.กรมชลประทาน และแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์รังสิต รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกใต้ถุน พบผู้เสียชีวิตเป็นชายนอนเสียชีวิตกลางบ้าน สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงขายาวสีน้ำเงิน ไม่มีบาดแผลในตัวหรือร่องรอยการถูกทำร้าย ทราบชื่อคือ นายรัศมี ศรีอาจ อายุ 57 ปี อดีต รปภ.คอนโดฯ แห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด อยู่บ้านเลขที่ 2/8 หมู่ 1 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.ชลประทาน ปากเกร็ด เข้าตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตไปก่อนหน้า จึงไม่สามารถทำการปั้มหัวใจช่วยเหลือได้

จากการสอบถาม น.ส.สุภา วสันต์นนท์ อายุ 76 ปี ญาติผู้เสียชีวิต ทราบว่าเมื่อวันที่ 1 ส.ค.60 ที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตได้เดินออกไปซื้อน้ำแข็งแล้วบอกว่าเจอกบหนึ่งตัว จากนั้นผู้เสียชีวิตได้หยิบถุงพลาสติกไปใส่ ตนคิดว่าเป็นกบทั่วไปๆเพราะฝนตก หลังจากจับมาแล้วนำมาผัดกินโดยราดข้าวกินจนหมด เรียกให้ญาติๆทานแต่ไม่มีใครทาน ส่วนตนไปโรงพยาบาลพอกลับมาพบว่าผู้เสียชีวิตบ่นว่าปวดหัวทั้งอาเจียนและขับถ่ายรุนแรงทั้งวัน ตนจึงได้บอกให้ไปหาหมอ แต่ผู้เสียชีวิตไม่ยอมไปบอกว่านอนพักเดี๋ยวก็หาย จนกระทั้งวันนี้มาเสียชีวิตในที่สุด

นักศึกษาสาว บ้านน้ำท่วม ไม่มีเงินสักบาท โพสต์ขอวิธีอยู่รอดใน 1 เดือน

นักศึกษาสาว บ้านน้ำท่วม ไม่มีเงินสักบาท โพสต์ขอวิธีอยู่รอดใน 1 เดือน คอมเมนท์ทำเอาประทับ อาสาส่งของกินไปให้ พร้อมแนะวิธีให้อยู่รอด

วันนี้(2 ส.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเว็บไซต์พันทิป ตั้งกระทู้ขอคำแนะนำ ทำยังไงให้อยู่รอดภายใน 1 เดือน โดยมีเงินเพียงร้อยกว่าบาท โดยกระทู้ดังกล่าวบอกเล่าเรื่องราวผ่านข้อความ ระบุว่า “สวัสดีค่ะ พอดีว่าเรามาเรียนที่กทม. แล้วนี่สิ้นเดือนเราเพิ่งจ่ายค่าเช่าห้องไป ตอนนี้เลยไม่เหลือเงินเก็บแล้วค่ะ เราทำงานร้านกาแฟทุกวันหยุด มีเงินเก็บนิดหน่อย แต่เงินออกอีกทีสิ้นเดือนหน้าค่ะ เบิกไม่ได้ด้วย ปกติที่บ้านจะช่วยค่าหอครึ่งหนึ่งค่ะ แต่ตอนนี้ ที่บ้านน้ำท่วมหนัก เราเลยไม่กล้าขอที่บ้าน เงินที่เก็บมาเลยจ่ายค่าหอกับค่าไฟไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เหลืออยู่ร้อยกว่าบาทเองค่ะ เลยอยากมาขอวิธี อยู่ยังไงดีค่ะ กับเงินร้อยเดียว เราคิดไว้ว่าจะซื้อมาม่า 12 ห่อ แบ่งทานทีละครึ่งไรงี้ คิดว่าเราจะรอดไหมคะ ปล. ถ้าแท็กผิดอย่างไรขออภัยด้วยนะคะ นี่กระทู้แรกของเรา”

หลังจากที่กระทู้ดังกล่าวถูกโพสต์ออกไปในโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ก็มีความคิดเห็นที่ทำเอาคนอ่านต่างประทับใจ โดยสมาชิกหมายเลข 3643762 หรือคุณตะโก คอมเมนท์ว่า จะช่วยเหลือด้วยการซื้ออาหารแห้ง ขนม แพคส่งไปรษณีย์ไปถึงเจ้าตัว และจะแนะนำการใช้ชีวิตให้รอดใน 1 เดือนอีกที

นอกจากนี้ ยังโพสต์ตอบกลับด้วยภาพอาหารแห้ง ขนม พร้อมเงินจำนวน 1,000 บาท พร้อมข้อความว่า “จัดให้แล้วนะครับ คงอยู่ได้ถึงสิ้นเดือน ใช้ขนส่งของเคอรี่ 1-2 วันคงรับของได้ มาม่าไข่ ลังครึ่ง ใส่พวกทูน่า หอยลาย และน้ำพริกต่างๆ จะได้ไม่จำเจ ขนมของขบเคี้ยว พอกินแก้หิวได้ ไมโล โอวัลติน ทรีอินวัล ชงแก้หิว โจ้กมีหลายซอง รองท้องตอนเช้าก่อนไปเรียน ฝากเงินไว้ 1,000 เผื่อจำเป็นต้องใช้ กินข้าวเที่ยงที่มหาวิทยาลัย ต่อจากนี้ต้องบริหารเงินให้เป็น เพราะการมาอยู่ในเมืองหลวง ไม่ใช่เรื่องสบาย หางานพาร์ทไทม์ ทำเผื่อมีรายได้เพิ่มเมื่อต้องการอยากซื้ออะไรก็จะได้ซื้อ ไม่ต้องเดือดร้อน ตั้งใจเล่าเรียน จบมาจะได้รีบทำงาน พ่อแม่จะได้ภูมิใจ”

ทั้งนี้ การช่วยเหลือของหนุ่มคนดังกล่าว ทำเอาชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นชื่นชมในความมีน้ำใจของหนุ่มรายนี้เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งให้กำลังใจสาวที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากในครั้งนี้ด้วย

ที่มา สมาชิกหมายเลข 1855721

เตือนระวัง! แมงกะพรุนพันธุ์ใหม่โผล่ในไทย มีพิษร้าย สัมผัสดับทันที!

ทีมนักวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจแมงกะพรุนกล่องและกะพรุนพิษในทะเลตรังเพิ่ม ปรากฏว่าพบแมงกะพรุนพิษชนิดใหม่มีพิษรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้  ซึ่งผู้ที่ถูกพิษแมงกะพรุนพิษมากที่สุด ได้แก่ชาวประมงที่ออกไปวางอวนดักจับสัตว์น้ำ 

วันนี้ (2 ส.ค. 60) นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ร่วมกับ อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯ และนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประมาณ 10 คน ออกสำรวจฝูงแมงกะพรุนกล่องและแมงกะพรุนพิษบริเวณอ่าวบุญคง ต.บ่อหิน อ.สิเกา จ.ตรัง

ซึ่งทีมนักวิจัยฯ จะนำไปตรวจหาดีเอ็นเอว่าเป็นแมงกะพรุนกล่องหรือแมงกะพรุนพิษชนิดใดบ้าง แต่จากการสำรวจตั้งแต่ปลายปี 2559 พบว่าในท้องทะเลตรังมีแมงกะพรุนทั้งหมด 6 ชนิด โดยในจำนวนนี้เป็นแมงกะพรุนกล่องจำนวน 3 ชนิดคือ NORBAKKA ,CHIROPSOIDES และ CHIRONEX  นอกนั้นเป็น แมงกะพรุนไฟ,แมงกะพรุนลายจุด และแมงกะพรุนลอดช่อง

แต่สิ่งที่น่าตกใจคือเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พบแมงกะพรุนกล่องชนิดใหม่ที่ “หากสัมผัสบริเวณลำตัวมากกว่า 50 อาจทำให้เสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็วหรือประมาณ 2-3 นาที “  โดยพบว่าในเดือนพฤษภาคม 2560 แมงกะพรุนพิษจะมีขนาดเล็กหรือเป็นวัยอ่อน แต่ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่าแมงกะพรุนพิษมีขนาดใหญ่ขึ้น และเพิ่มปริมาณมากขึ้น ซึ่งผู้ที่ถูกพิษแมงกะพรุนพิษมากที่สุด ได้แก่ชาวประมงที่ออกไปวางอวนดักจับสัตว์น้ำ 

สำหรับแมงกะพรุนกล่องทั้ง 3 ชนิด ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งทีมนักวิจัยยังคงออกเก็บตัวอย่างเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเฝ้าระวังการแพร่กระจายของแมงกะพรุนพิษ โดยเฉพาะแมงกะพรุนกล่องชนิดใหม่ที่เพิ่งค้นพบในทะเลตรัง ซึ่งจะมีการแจ้งเตือนผ่านทางเฟซบุ๊คของกรมทรัพยากรทางทะเลอยู่ตลอดเวลา