นายกฯ พบชาวสกลนคร เผยในหลวงร.10 ห่วงน้ำท่วม รับสั่งเร่งช่วย

นายกรัฐมนตรี เผย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ห่วงใยพสกนิกร รับสั่งให้รัฐบาลเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้โดยเร็วที่สุด บริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างยังยืน สั่งเร่งเยียวยาประชาชน สำรวจซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะ รับฟังบรรยายสรุปปัญหาและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจาก นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และสถานการณ์น้ำจากอธิบดีกรมชลประทานซึ่งขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ระยะของการฟื้นฟูสำรวจความเสียหายคาดว่าในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ จะเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นจะซ่อมแซมแล้วเสร็จในวันที่ 12 สิงหาคม และมีแนวทางที่จะปรับปรุงคันกั้นน้ำให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงแรงกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยประชาชนและติดตามสถานการณ์น้ำทางสื่อโดยตลอด อีกทั้งให้น้อมนำกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ขอให้รัฐบาลเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว ทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างยั่งยืนโดยการหาแหล่งกักเก็บน้ำปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่เหมาะสม ขุดลอกทางระบายน้ำและน้อมนำแนวทางพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ ซึ่งรัฐบาลพร้อมน้องนำกระแสรับสั่งมาปฏิบัติ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี และคณะ รับฟังบรรยายสรุปปัญหาและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และสถานการณ์น้ำจากอธิบดีกรมชลประทาน โดยได้สั่งการให้ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนโดยเร็วเสมอด้วยการเร่งสำรวจพื้นที่ความเสียหายให้ชัดเจน โดยนำเอาประชาคมมามีส่วนร่วมเพื่อป้องกันปัญหาการใช้งบประมาณและการร้องเรียน

ขณะเดียวกันให้สำรวจอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อบูรณะซ่อมแซมพร้อมใช้งาน และขุดลอกไม่ให้ตื่น เพื่อให้ใช้สามารถเก็บน้ำใช้แก้ปัญหาน้ำแล้งในช่วงหน้าแล้งด้วย โดยให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปช่วยดูแล และจะให้ทหาร ไปช่วยลงมือทำเพื่อให้เร็วขึ้นพร้อมกันนี้ ยังสั่งการให้เร่งดำเนินการทำสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นใหม่เสริมจากเดิมและขอให้ปรับปรุงเพิ่มความจุน้ำให้มากขึ้น

อีกทั้งยังเน้นย้ำในเรื่องของการสร้างความเข้าใจกับประชาชน เพราะหากไม่ดำเนินการก็จะเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ดังนั้นต่อไปนี้ต้องร่วมมือกันอย่าสร้างความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และขอให้หยุดเรื่องของการเมืองไว้ก่อน เพราะส่วนตัวไม่ได้มาจากการเมือง และพร้อมที่จะทำงานในทุกพื้นที่ให้กับทุกคน ไม่มีการแบ่งแยก

ข่าว INN

ธปท.เปิดแลกธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษ เริ่มจ่ายแลกพร้อมกัน 20 ก.ย. 60

ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดแลกธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษ จ่ายแลกพร้อมกัน 20 ก.ย. 60 ผ่านทางธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

แฟนเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย โพสต์ภาพพร้อมข้อความเผยว่า ธนบัตรที่ระลึก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษ ชนิดราคา ๒๐ บาท มีลักษณะธนบัตรด้านหน้าเช่นเดียวกับธนบัตรแบบ 16 ที่ใช้หมุนเวียนในปัจจุบัน

ส่วนภาพด้านหลังได้เชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะประทับ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นภาพประธาน และมีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ที่ทรงฉายพร้อมครอบครัว และชีวิตส่วนพระองค์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ เป็นภาพประกอบ

โดยธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษแบบใหม่ทั้ง 5 ชนิดราคา ได้แก่ ๒๐ บาท ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท ๕๐๐ บาท และ ๑๐๐๐ บาท จะเริ่มจ่ายแลกพร้อมกัน ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 60 เป็นต้นไป โดยสามารถแลกธนบัตรผ่านทางธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับธนบัตรหมุนเวียนปกติ

คลิกชมภาพเพิ่มเติม >>> ธนาคารแห่งประเทศไทย – Bank of Thailand 

โปรดเกล้าฯ ปลด-ถอดยศ นายทหารชั้นสัญญาบัตร

โปรดเกล้าฯ ปลด-ถอดยศ นายทหารชั้นสัญญาบัตร พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ข้าราชการในพระองค์

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ให้ปลดและถอดยศนายทหารชั้นสัญญาบัตร พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ข้าราชการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ปลดและถอดยศนายทหารชั้นสัญญาบัตร พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ข้าราชการในพระองค์

โดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 9 และมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ปลด พันตรี วสุพล จูฑะพันธุ์ ตําแหน่ง ประจํากองบังคับการ สํานักงานฝ่ายเสนาธิการ สํานักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ออกจากราชการ และถอดออกจากยศทหาร พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทุกชั้นตราที่ได้รับพระราชทาน เนื่องจากกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ประพฤติตนผิดราชสวัสดิ์ แสดงตนว่าเป็นข้าราชบริพารในพระองค์ แอบอ้าง แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2560 เป็นต้นไป