ครม. เห็นชอบขึ้นภาษีสุรา เบียร์ ยาสูบ 2% ส่งเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ตั้งเป้าไว้ที่ 4,000 ล้านบาทต่อปี
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ว่า ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ผู้สูงอายุ โดยอนุมัติในหลักการส่วนการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนผู้สูงอายุจากภาษีสุรา ยาสูบ และเบียร์ ในอัตรา 2% ในแต่ละรายสินค้า เพื่อนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันได้กำหนดเพดานการจัดสรรเงินเข้ากองทุนไว้ที่ 4,000 ล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง เตรียมหามาตรการจูงใจเพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีฐานะ บริจาคเงินเข้ากองทุนดังกล่าวแบบสมัครใจด้วย โดยคาดว่าจะมีเงินเพิ่มเข้ากองทุนดังกล่าวอีก 4,000 ล้านบาท อย่างไรกตาม คาดว่าจากการจัดสรรเงินดังกล่าวเพิ่มขึ้น จะทำให้ผู้สูงอายุได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเป็น 900-1,300 บาทต่อราย

ขณะที่ ผู้ชราบางส่วนเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอในการยังชีพหรือถูกทอดทิ้ง หรือขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูไม่สามารถประกอบอาชีพได้ด้วยตัวเอง ก็จะได้รับเงินสงเคราะห์การยังชีพเพิ่มเติมรายละ 300 บาท ตามกฎเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจ่ายเงินของการสงเคราะห์เพื่อการยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งรวมแล้วได้ 900-1,300 บาท
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเห็นว่า ผู้สูงอายุ หรือคนแก่ของไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และหลายคนไม่มีคนเลี้ยงดู รายได้ที่ได้จากรัฐบาลไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ต้องออกไปเก็บขยะเพื่อหารายได้ประทังชีวิต ดังนั้น ครม.จึงมีมติเพิ่มภาษีบาป เพื่อจ่ายเพิ่มรายได้คนชรา แบบออนท็อปจากเดิมที่ได้อยู่แล้ว แต่กฏหมายฉบับนี้ คงจะมีผลประมาณต้นปี 2561 อยู่ระหว่างรอกฏหมายมีผลอย่างเป็นทางการจนผ่าน สนช.ประมาณ 5-6 เดือน

