รถไฟฟ้าบีทีเอส ขึ้นค่าโดยสารครั้งที่ 3 เริ่ม 1 ต.ค.นี้

รถไฟฟ้าบีทีเอส ประกาศปรับขึ้นค่าโดยสารครั้งที่ 3 เพิ่มอีก 1-3 บาทจากค่าโดยสารปัจจุบัน เริ่ม 1 ต.ค.นี้ ชี้ มีการลงทุนเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการให้ดียิ่งขึ้น

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทางบริษัทจะมีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารในส่วนของเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กิโลเมตร สายสุขุมวิท สถานีหมอชิต – สถานีอ่อนนุช และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ – สถานีสะพานตากสิน ไม่รวมส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานคร

โดยจากเดิมราคา 15 – 42 บาท เพิ่มเป็น 16 – 44 บาท ซึ่งจะเรียกเก็บสถานีแรก 16 บาท สองสถานี ราคา 23 บาท สามสถานี ราคา 26 บาท สี่สถานี ราคา 30 บาท ห้าสถานี ราคา 33 บาท หกสถานี ราคา 37 บาท เจ็ดสถานี ราคา 40 บาท แปดสถานีเป็นต้นไป ราคา 44 บาท สำหรับการปรับอัตราค่าโดยสารครั้งนี้จะปรับราคาจำหน่ายเที่ยวเดินทาง 30 วัน ทั้งสำหรับประเภทบุคคลทั่วไปและนักเรียนนักศึกษา ซึ่งเป็นบัตรโดยสารราคาพิเศษด้วย โดยปรับขึ้นเที่ยวละ 1 บาท ดังนี้คือสำหรับบุคคลทั่วไป ประเภท 50 เที่ยว 1,300 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 26 บาท , 40 เที่ยว 1,080 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 27 บาท

25 เที่ยว 725 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 29 บาท และ 15 เที่ยว 465 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 31 บาท สำหรับนักเรียนนักศึกษา ประเภท 50 เที่ยว 950 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 19 บาท , 40 เที่ยว 800 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 20 บาท , 25 เที่ยว 550 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 22 บาท และ 15 เที่ยว 360 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 24 บาท

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ลงทุนเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการให้ดียิ่งขึ้น อาทิ การสั่งซื้อรถไฟฟ้าเพิ่ม การปรับปรุงระบบตั๋วโดยสารซึ่งจะเปลี่ยนตู้จำหน่ายบัตรโดยสารเป็นระบบสัมผัส (Touch Screen) ทั้งหมด และสั่งตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารที่รับธนบัตรด้วยมาติดตั้งในระบบเพิ่มขึ้นอีก 50 ตู้โดยจะเริ่มทยอยติดตั้งในปี 2561

โดยระหว่างนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่ต้องแลกเหรียญ บริษัทฯ จะจัดเจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋วโดยสารประเภทเที่ยวเดียวในสถานีที่มีผู้โดยสารมากในช่วงเวลาเร่งด่วน เช่น ที่สถานีหมอชิต สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สถานีสยาม โดยจะใช้ห้องแลกเหรียญให้มีการจำหน่ายบัตรเที่ยวเดียวด้วย และจะมีการตั้งโต๊ะจำหน่ายตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวทุกราคาที่สถานีพญาไท สถานีสยาม สถานีอโศก เป็นต้น โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป

ทั้งนี้อัตราค่าโดยสารใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป แต่ทั้งนี้บริษัทฯ จะยังคงราคาเดิมเป็นเวลา 6 เดือน จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 สำหรับผู้ใช้บัตรแรบบิทประเภทเติมเงิน ดังนั้นบริษัทฯ จึงอยากเชิญชวนผู้โดยสารที่เคยซื้อบัตรโดยสารเที่ยวเดียวเปลี่ยนมาใช้บัตรเติมเงินเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่วนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ยังจะได้รับส่วนลดครึ่งราคาจากอัตราราคาใหม่เมื่อใช้บัตรแรบบิทสำหรับผู้สูงอายุโดยสามารถเดินทางได้ไม่จำกัดเวลา

ขอบคุณข้อมูล  เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ตำรวจยันล่าตัว “บอส อยู่วิทยา” ต่อเนื่อง 3 ก.ย.นี้ คดีหมดอายุความอีก 1 ข้อหา

คดี “บอส อยู่วิทยา” ขับรถชน ดต. สน.ทองหล่อดับ ชี้ 3 ก.ย.นี้ หมดอายุความอีก 1 ข้อหา ขณะตำรวจยืนยันติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง แนะประชาชนแจ้งเบาะแส ศปก.ตร. ได้ตลอด 24 ชม.

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงการติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ผู้ต้องหาคดีขับรถชนดาบตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี พ.ศ.2555 ว่า ทางกองการต่างประเทศได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ตั้งแต่การออกหมายสีน้ำเงิน และยกระดับเป็น diffussion for red notice จนกระทั่งกองการต่างประเทศได้ร้องขอไปยังตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดง หรือหมายต้องการตัวของตำรวจสากล ซึ่งตำรวจสากลได้ออกหมายแดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของประเด็นของอายุความในการดำเนินคดีนั้น เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2560 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ออกหมายจับในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (อายุความ 15 ปี หมดอายุความ 3 ก.ย. 70) และขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรและไม่แจ้งเหตุแก่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ในทันที (อายุความ 5 ปี หมดอายุความ 3 ก.ย.60)

ในส่วนของการดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดี อยู่ระหว่างการดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาจากตำรวจสากล ซึ่งที่ผ่านมาทางกองการต่างประเทศและตำรวจสากล ได้ประสานงานร่วมกันในการติดตามมาโดยตลอดอยู่ ทั้งนี้หากประชาชนทราบเบาะแส หรือพบเห็นสามารถแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ผ่านทาง ศปก.ตร. โทร 1599 ได้ตลอด 24 ชม.

คุก 2 เดือน “วัฒนา” ละเมิดอำนาจศาล รอลงอาญา 2 ปี ห้ามผิดซ้ำ

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 2 เดือน ปรับ 500 บาท “วัฒนา” ละเมิดอำนาจศาลให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน รอลงอาญา 2 ปี ห้ามกระทำผิดซ้ำอีก

ศาลอาญารัชดา อ่านคำสั่งไต่สวนคดีที่ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กระทำการละเมิดอำนาจศาล โดยการส่งหมายข่าวนัดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนขณะที่มายื่นอุทธรณ์คัดค้านการฝากขังที่หน้าศาลอาญาโดยไม่ขออนุญาติศาล ศาลได้ไต่สวนพยาน เจ้าหน้าที่ ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้อำนวยการ

ศาลอาญาให้เบิกความไต่สวน โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ระบุ ว่าเนื่องจากการ นายวัฒนา ได้ส่งหมายข่าวนัดสื่อมวลชนมาแถลงข่าว ซึ่งตามระเบียบแล้วการนัดสื่อมวลชนต้องขออนุญาติศาล อีกทั้ง นายวัฒนา ยังเป็นจำเลย ที่มีคดีอยู่ในระหว่างพิจารณา

ขณะที่ นายวัฒนา แถลงชี้เแจงต่อศาล ระบุว่า ข้อความที่เชิญสื่อมวลชนแถลงข่าวตนเองไม่ได้เป็นผู้ส่ง เนื่องจากในข้อความนั้น ชื่อทนายความเขียนไม่ถูกต้อง และการที่ในข้อความระบุว่าจะมายื่นอุทธรณ์ต่ออธิบดีศาลอาญา แต่ในความเป็นจริงคือมายื่นกับงานสารบัญ ซึ่งผิดไปจากข้อความ

นายวัฒนา ยังกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ตนเองได้บอกกับทางพรรคว่า วันที่ 28 ส.ค. เวลา 10.30 น. ตนเองจะเดินทางมายื่นอุทธรณ์คัดค้านฝากขังคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ศาลอาญา ซึ่งอาจจะมีเจ้าหน้าที่พรรคมาแจ้งผู้สื่อข่าว โดยการให้สัมภาษณ์นั้นเป็นการตอบคำถามสื่อมวลชนไม่ได้เป็นการแถลงข่าว รวมถึงไม่ทราบระเบียบข้อบังคับของศาลว่าจะต้องขออนุญาติเมื่อมีการนัดหมายสื่อมวลชน

ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ นายวัฒนา จะไม่ได้ส่งข้อความดังกล่าวด้วยตนเองแต่เชื่อได้ว่ามีส่วนรู้เห็น เนื่องจากเวลาที่จำเลยปรากฏตัวที่ศาลกับเวลานัดหมายใกล้เคียงกัน อีกทั้งการให้สัมภาษณ์ที่มีการนัดหมายจะต้องขออนุญาตก่อน ซึ่งจำเลยเป็นทนายมาก่อนรู้กฏหมายน่าจะทราบดี และควรประพฤติให้เหมาะสม ไม่อาศัยพื้นที่ศาลสร้างกระแสข่าว

ดังนั้นศาลจึงพิพากษาในข้อหาละเมิดอำนาจศาล จำคุก 2 เดือน ปรับ 500 บาท แต่พฤติการณ์คดีไม่ได้จาบจ้วง สัมภาษณ์รายละเอียดในคดีที่กำลังพิจารณาอยู่ขณะนี้ จึงให้รอลงอาญา 2 ปี แต่ทั้งนี้จำเลยเคยกระทำผิดในข้อหานี้มาแล้ว 1 ครั้ง ศาลจึงให้คุมประพฤติ โดยห้ามกระทำในลักษณะเดิมซ้ำอีก