แฟนเพลงโวย หลัง MV บันไดสีแดง ของ ฮิวโก้ ถูกแบน !!

ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ หลัง มิวสิควิดีโอ “บันไดสีแดง” ของฮิวโก้-จุลจักรถูกแบนโดยไม่ทราบเหตุ คาดถ่ายทำในสถานที่จริง กระทบถึงหน่วยงานมั่นคงจนรับไม่ได้ 

วานนี้ (30 ส.ค. 60) นักร้องชื่อดัง จุลจักร จักรพงษ์ หรือ ฮิวโก้ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Hugo เปิดเผยว่า มิวสิควิดีโอเพลง บันไดสีแดง ซึ่งเป็นเพลงใหม่ในอัลบัล “ดำสนิท” ที่ออกอากาศไปได้เพียงวันเดียว เป็นอันต้องถูกระงับการเผยแพร่ด้วยเหตุผลบางประการ โดยมีข้อความระบุว่า

เนื่องด้วยเหตุผลบางประการ ทางค่าย ME RECORDS
ขอหยุดแพร่ภาพมิวสิกวิดีโอเพลง “บันไดสีแดง” ชั่วคราว
และทางค่ายจะรีบแก้ไขและนำกลับมาเผยแพร่ให้ทุกคนรับชมได้อีกครั้ง
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขออภัยในความไม่สะดวกนี้!

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแบนมิวสิควิีดีโอดังกล่าวไม่ให้ออกอากาศ เพราะเป็นเรื่องราวตีแผ่ความจริงที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะผู้ใช้เฟซบุ๊ก GP Grittin Rek Prajunthon ที่มีการแสดงความเห็นระบุว่า

‘สิ่งที่เรียบเรียงออกมาคือความจริงของสังคม อะไรที่ทำให้มองว่าไม่เหมาะสม ถ้าสิ่งเหล่านั้นยังเหลืออยู่แน่นอนเยาวชนก็ต้องเจอหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนบางคนยอมรับไม่ได้ทั้งๆที่เขาพูดคือเรื่องจริง’ ขณะที่บางส่วนมองว่า สาเหตุที่แท้จริง เกิดจากสถานที่ในเอ็มวี เป็นสถานบันเทิงชื่อดังย่านสะพานควาย ที่คนย่านนั้นรู้จักกันดี และอาจจะกระทบต่อหน่วยงานด้านความมั่นคงด้านตำรวจก็เป็นได้ 

สำหรับมิวสิควิดีโอเพลง บันไดสีแดง กำกับโดย ชาติฉกาจ ไวกวี  มีเนื้อหาบอกเล่าชีวิตของคนที่มีอาชีพเชียร์แขกในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ที่มีการค้าบริการทางเพศ เป็นมุมมองของผู้ชายที่ก้าวเข้ามาต้องเอาความเสี่ยงมาแลกกับความสุขและความรักปลอม ๆ และการแลกความสุขเหล่านั้นรายจ่ายมันอาจจะไม่ใช่ตัวเงิน แต่มันอาจจะเป็นชีวิต 

กทม. แจ้งชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยกของขึ้นที่สูง รับน้ำทะเลหนุน

ผู้ว่าฯ กทม. เผย 4-8 ก.ย. นี้ น้ำทะเลหนุน แนะประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยกของขึ้นที่สูง ป้องกันความเสียหาย

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ส.ค. 60) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ได้ประกาศแจ้งเตือนถึงพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา  ให้เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำทะเลที่หนุนสูง จนทำให้มีน้ำล้นทะลักเอ่อล้นตลิ่ง ประมาณ  10-15 ซม.  ท่วมบ้านเรือนประชาชนได้ในช่วงวันที่ 4 – 8 ก.ย. และ 17-26 ก.ย. นี้  ด้วยการให้ยกของขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำทะเลหนุนในครั้งนี้ได้

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้สำนักงานเขตที่มีพื้นที่อยู่ตามแนวริมน้ำเจ้าพระยา สำรวจพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในกรณีฉุกเฉินต่างๆ จัดเตรียมไม้สำรองไว้หากต้องมีการเสริมทางเดินเข้าสู่ชุมชน พร้อมทั้งจัดเตรียมยา เครื่องเวชภัณฑ์ และเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที

อุกอาจ! คนร้ายบุกยิงผู้ใหญ่บ้าน เสียชีวิตคาวัดขณะมาร่วมงานศพ

คนร้ายบุกยิงผู้ใหญ่บ้าน  หมู่ 9 ต.วังเมือง อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เสียชีวิตคาที่ภายในวัดวังม้า ขณะเดินทางมาร่วมงานศพญาติ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ 31 ส.ค. 60 พ.ต.อ.พิธาน ขวัญเมือง ผกก.สภ.ลาดยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นครสวรรค์ ร่วมกันลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุคดีฆาตกรรม บริเวณริมกำแพง ด้านหน้าศาลาสวดอภิธรรมศพ ภายในวัดวังม้า หมู่ 5 ต.วังม้า หลังเกิดเหตุคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ ใช้อาวุธปืนยิงนายไกรลาส โชคชัยผล อายุ 45 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.วังเมือง อ.ลาดยาว จนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลา 22.00 น. ของเมื่อคืนวานที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน กย 8173 นครสวรรค์ ซึ่งเป็นรถของนายไกรลาสผู้ตาย ที่จอดอยู่ริมกำแพงภายในวัด มีร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองบริเวณประตูหลังฝั่งขวาจนเป็นรู 5 รู

จากการตรวจสอบวิถีกระสุน ถูกยิงมาจากนอกกำแพง และคาดว่าคนร้ายน่าจะใช้อาวุธปืนลูกซอง 9 นัดในการสังหาร ส่วนนายไกรลาส สภาพศพถูกยิงเข้าที่สีข้างขวาจนเป็นรู 4 รู เสียชีวิตคาที่อยู่ที่ข้างรถของตัวเอง หลังจากเสร็จกิจมาร่วมงานศพญาติ และกำลังจะขับรถเดินทางกลับบ้านพัก

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำพยานแวดล้อมที่มาร่วมงานศพญาติของนายไกรลาส ต่างให้การว่า ขณะเกิดเหตุ เป็นช่วงเสร็จจากพิธีสวดอภิธรรมศพ และมีฝนตกลงมาอย่างหนัก จึงไม่มีใครเห็นเหตุการณ์แต่อย่างใด เพราะหลบฝนอยู่ภายในศาลาวัดกันหมด ขณะเดียวกันก็มีพยานอีกรายหนึ่งให้การว่า ขณะหลบฝนอยู่ภายในศาลาวัด ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขับขี่ผ่านข้างกำแพง พร้อมมีเสียงดังคล้ายประทัดขึ้น 1 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งฝนหยุดตก จึงพากันเดินทางกลับบ้านก่อนจะมาพบว่านายไกรลาสถูกยิงเสียชีวิตอยู่ที่ข้างรถไปแล้ว

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ น่าจะมีอยู่ด้วยกัน 2 คน และน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวว่าผู้ตายจะต้องเดินทางมาร่วมงานศพ จึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาดักรออยู่นอกกำแพงวัด เมื่อสบโอกาส เห็นนายไกรลาสเดินกลับมาที่รถยนต์ คนร้ายจึงตัดสินใจขับขี่รถจักรยานยนต์ชะลอมาตามกำแพงวัดก่อนจะใช้อาวุธปืนลูกซองยิงนายไกรลาส จากระยะไกลจนร่วงลงไปกองแน่นิ่งอยู่กับพื้น แล้วจึงหลบหนีไป

ส่วนประเด็นการสังหาร ทางเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งเรื่องส่วนตัวและธุรกิจ เนื่องจากทราบว่าผู้ตายมีบุคลิกชอบพูดจาโผงผาง และเป็นผู้กว้างขวาง ซึ่งจะมีการเชิญครอบครัวและญาติของผู้ตาย รวมถึงเพื่อนฝูงมาสอบปากคำ เพื่อหาชนวนสาเหตุที่แท้จริง ในการเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป