‘บุญทรง’ นอนคุกคืนแรกเครียด เรือนจำปัดดูแลพิเศษ

ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผย “บุญทรง” กับพวกนอนเรือนจำคืนแรกเครียด ต้องใช้เวลาปรับตัว จนท.ปัดดูแลพิเศษ – ยังไม่พบญาติมาเยี่ยมให้กำลังใจ

นายกฤช กระแสทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยหลังจากที่เรือนจำรับตัว นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่า การกระทรวงพาณิชย์ และพวกรวม 15 คน ผู้ต้องขังในคดีทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจีมาเมื่อวานนี้ ว่า การใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำคืนแรก ผู้ต้องขังมีสีหน้าเคร่งเครียด ซึ่งเป็นปกติของคนที่เข้ามาใหม่ คาดว่าอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวพอสมควร ต้องอาศัยการทำกิจกรรมร่วมกันกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ เพื่อคลายความเครียดลง โดยการดูแลทางเรือนจำได้นำเครื่องใช้ส่วนตัว อาทิ แปรงสีฟัน สบู่ รวมถึงเครื่องนอนให้ตามปกติ ไม่พิเศษไปกว่าผู้ต้องขังรายอื่นๆ พร้อมแนะนำการปฏิบัติ และกฏระเบียบของทางเรือนจำ เบื้องต้น ไม่มีใครร้องขออะไรเพิ่มเติม

นายกฤช กล่าวว่า เนื่องจากผู้ต้องขังทั้งหมด ยังอยู่ในแดนแรกรับจึงยังไม่สามารถให้บุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมได้ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์นี้ ซึ่งเป็นตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์

ขณะที่ บรรยากาศที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพในเช้านี้ ภายหลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาจำคุก นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สารผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวก โดยนายบุญทรงถูกจำคุก 42 ปี นายภูมิ 36 ปี ในคดีจำนำข้าว ล่าสุดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาไม่พบกลุ่มคนมาเยี่ยมหรือให้กำลังใจ

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวมีจำเลยหลายคน ดังนั้นในการคุมขังวันแรกจำเลยทั้งหมดจะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครก่อน จากนั้นจะต้องย้ายระบายไปยังเรือนจำอื่นที่มีอำนาจคุมขัง

ด้านญาติของผู้ต้องขังใหม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยวันนี้เรือนจำจะเปิดให้เยี่ยมเพียงครึ่งวัน ส่วนวันอาทิตย์ปิดทำการ ห้ามเยี่ยม โดยจะเปิดให้เยี่ยมอีกครั้งในวันทำการปกติจันทร์-ศุกร์

CNN อ้างแหล่งข่าว เผย ‘ยิ่งลักษณ์’ ถึงดูไบแล้ว ปลอดภัยดี

สื่อนอกรายงานอ้างแหล่งข่าวจากเพื่อไทย ระบุ “ยิ่งลักษณ์” หนีออกนอกประเทศ 2 วันก่อนถึงวันนัดตัดสินคดีของศาล ตอนนี้อยู่ดูไบ ปลอดภัยดี

สำนักข่าวต่างประเทศ (CNN) รายงานว่า แหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทย ระบุ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลบหนีศาลไม่ยอมเดินทางไปรับฟังคำตัดสินในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต โครงการรับจำนำข้าว จนถูกออกหมายจับ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้หลบหนีออกนอกประเทศตั้งแต่ช่วง 2 วันก่อน ถึงกำหนดวันนัดอ่านคำพิพากษาของศาล และเดินทางไปยัง นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เรียบร้อยแล้ว และปลอดภัยดี

ทั้งนี้ รายงานยังระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางไปพักอยู่กับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นพี่ชาย ที่ถูกรัฐประหาร และหลบหนีคดีทุจริตอยู่ในดูไบ เช่นกัน อย่างไรก็ตามรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ ไม่ได้ ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกจากประเทศไทย ในช่องทางใด หรือใช้เส้นทางผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านใด ก่อนไปดูไบ มีเพียงการอ้างการให้สัมภาษณ์ ของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ระบุ ไม่มีบันทึกการออกนอกประเทศในช่องทางปกติของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และยอมรับอาจเป็นไปได้ที่จะหลบหนีไปโดยทางบก หรือทางน้ำเข้าประเทศเพื่อนบ้านก่อน

ที่มา : http://edition.cnn.com/2017/08/25/asia/yingluck-shinawatra-flees-thailand/index.html

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระบาดหนัก สาวสุรินทร์ ถูกหลอกสูญเงินกว่าล้านบาทในพริบตา

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระบาดหนักที่ จ.สุรินทร์ หลอกเอี่ยวคดีฟอกเงิน สูญเงินกว่าล้านบาทในพริบตา

พ.ต.อ.ยศวัจน์ งามสง่า ผู้กำกับการ สภ.เมืองสุรินทร์ ได้ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ มีผู้มาเข้าแจ้งความเกี่ยวกับคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่โทรศัพท์มาหลอกประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อให้โอนเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 30 ราย ที่เข้ามาแจ้งความ แต่มีผู้หลงเชื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 1 ราย สูญเงินถึง 1,150,000 บาท จึงได้สั่งการทางวิทยุสื่อสารให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ละพื้นที่แจ้งเตือนภัย เพราะมีผู้เสียหายมาแจ้งความได้เรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วนคดีก็ได้กำชับให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ยศวัจน์ เล่าว่า ขั้นตอนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ จาก ปปง. เป็นฝ่ายตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับด้านยาเสพติด และแจ้งผู้เสียหายว่าบัญชีของตนเองนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยใช้เล่ห์หลอกให้ ถอนเงินจากธนาคาร นำมาโอน เข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวนสามยอด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,150,000 บาท

ขณะที่ นายประชิด เสาวรารักษ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดสุรินทร์ ก็ได้เร่งประชาสัมพันธ์ออกเตือน หลังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเป็นไปรษณีย์ มีพัสดุตกค้าง หลอกถามชื่อและเลขที่บัตรประชาชน ก่อนโอนสายแอบอ้างเป็นตำรวจ ระบุสงสัยพัวพันคดียาเสพติด ซึ่งยืนยันว่า ไม่มีบริการในรูปแบบเช่นนี้ และแนะนำว่าให้ทำการวางสายทิ้งทันที