โหรวารินทร์ชี้! ดวง ‘ยิ่งลักษณ์’ อยู่ต่างแดนนานนับ 10 ปี ปิดฉากอำนาจเก่า

โหรวารินทร์ชี้! ดวง ‘ยิ่งลักษณ์’ อยู่ต่างแดนนานนับ 10 ปี ปิดฉากอำนาจเก่า เชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องอยู่บริหารประเทศไปอีกกว่า 10 ปี

นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหราศาสตร์ชื่อดังฉายา โหร คมช. ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีศาลในวันอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าวในวันนี้ว่าเป็นไปตามที่ตนเองได้ทำนายไว้เมื่อ 2 ปีก่อน ว่าผู้ที่กระทำความผิดจะต้องได้รับโทษและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องเดินทางออกนอกประเทศตามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นพี่ชาย โดยจะใช้ชีวิตในต่างแดนนาน 5 – 10 ปี ส่วนดวงประเทศหลังจากนี้ แม้จะเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง แต่จะไม่เกิดความวุ่นวายขึ้นอีก เพราะหมดเวลาแห่งความแตกแยกไปแล้ว

โหรวารินทร์ บอกด้วยว่า ดวงชะตาของสองพี่น้องอดีตนายกรัฐมนตรี หมดโอกาสที่จะได้กลับมามีอำนาจทางการเมืองอีกต่อไป อำนาจเก่าจะหมดไปเหมือนสายน้ำที่ไม่ไหลกลับ เช่นเดียวกับกลุ่มแกนนำที่เคยให้การสนับสนุนก็จะค่อย ๆ ลดบทบาทไปทีละคน โดยคนที่ชะตาน่าเป็นห่วงในขณะนี้ก็คือนายวัฒนา เมืองสุข ที่มีโอกาสถูกลงโทษทางกฎหมายมากกว่า 1 เดือน

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จะไม่มีผลกับโรดแมพของรัฐบาลที่กำหนดไว้ โดยจะมีการเลือกตั้งในปี 61 ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าจะต้องอยู่บริหารประเทศไปอีกกว่า 10 ปี จนกว่าจะหมดเวลาของท่านไปเอง คล้ายกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

หลังจากปี 61 บรรยากาศของประเทศไทยจะดีมากขึ้นตามลำดับ เพราะหลายคนเริ่มรู้ความจริงในสาเหตุของเรื่องราวความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมากันแล้ว

จากวันนั้นถึงวันนี้! ย้อนรอยคดีจำนำข้าว ‘ยิ่งลักษณ์’

จากวันนั้นถึงวันนี้! ย้อนรอยคดีจำนำข้าว ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี 

วันนี้(25 ส.ค.) เป็นวันตัดสินคดีสำคัญ โครงการรับจำนำข้าว ของอดีตนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกลายเป็นประเด็นข่าวใหญ่ที่ประชาชนต่างให้ความสนใจ โดยในช่วงเช้าได้มีมวลชนแห่มาให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริเวณศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นจำนวนมาก

จนกระทั่งศาลได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาของ จำเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากอ้างว่าป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ไม่สามารถมาฟังคำพิพากษาได้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยไม่มีใบรับรองแพทย์มายืนยัน อีกทั้งอาการป่วยไม่ได้รุนแรงถึงขั้นมาฟังคำพิพากษาไม่ได้ ไม่เชื่อว่าป่วยจริง จำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี ให้ประกาศออกหมายจับ พร้อมยึดเงินประกันเต็มอัตรา และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 ก.ย. 2560 เวลา 09.00 น.

คดีใหญ่ของอดีตนายกรัฐมนตรี ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ใช้เวลาตัดสินเนิ่นนานจนถึงวันนี้ หลายคนอาจจะไม่ทราบที่มาที่ไป วันนี้ทีมข่าว MThai จะพาไปย้อนดูที่มาของคดีดังกัน

หากย้อนกลับไปปี พ.ศ 2553 จากนโยบายโครงการจำนำข้าวตันละ 1 หมื่น 5 พันบาท ที่พรรคเพื่อไทยนำมาเป็นนโยบายหลัก เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง ทำให้ได้รับคะแนนอย่างท่วมท้น ซึ่งโครงการจำนำข้าวได้ถูกเพ่งเล็งตั้งแต่เริ่มว่า จะเกิดปัญหาขาดทุนมหาศาล เนื่องจากราคาข้าวในตลาดโลกตกต่ำ แต่ทางรัฐบาลยังรับจำนำให้ในราคามากกว่าราคาตลาด

ซึ่ง 2 ปี ต่อมารัฐบาลยังไม่สามารถระบายข้าวในสต็อกได้ จึงเกิดปัญหาด้านงบประมาณที่นำมาจ่ายคืนให้ชาวนา คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว จึงได้เผยตัวเลขขาดทุนกว่า 2 แสน 6 หมื่นล้านบาท แต่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบในขณะนั้น ได้ออกมาปฏิเสธ

ทั้งนี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ได้เคยพูดเรื่องนี้บนเวทีเสวนาที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในหัวข้อ “ไม่เอาจำนำข้าวแล้วจะเอาอะไร” เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา พร้อมนำเสนอตัวเลขต่างๆ และคำอธิบายว่า “ทำไมต้องมีโครงการรับจำนำข้าว” อีกนัยยะหนึ่งที่รัฐบาลสนับสนุนจำนำข้าวในยุคนั้นคือการส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้ พร้อมกับพัฒนาเศรษฐกิจด้านอื่นอย่างการส่งออก

ต่อมามีการตรวจพบขบวนการปลอมใบประทวนนำไปขึ้นเงินกับ ธกส. โดยที่ไม่ได้นำข้าวมาจำนำจริง รวมถึงมีการนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่คุณภาพต่ำมาสวมสิทธิ์ การขโมยข้าวจากโกดังมาเวียนเทียนจำนำ ปัญหาข้าวเน่าจากการเก็บรักษา หลังพบความไม่ชอบมาพากลนี้ ทำให้หลายฝ่ายออกมาเปิดโปงขบวนการนี้

เมื่อเข้าสู่ที่รัฐบาลที่มาจากคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช. โครงการรับจำนำข้าว ได้ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดทุกขั้นตอน และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสอบสต๊อคข้าว รวมถึงความเสียหายต่างๆ ในเดือน พฤษภาคม 2557 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.มีมติ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิดอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ฐานปล่อยปละละเลยและเพิกเฉยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท และมีการสรุปตัวเลขความเสียหายจากโครงการนี้มากกว่า 6 แสน 8 หมื่นล้านบาท

จากนั้นอัยการได้ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีการไต่สวนคดีกว่า 2 ปี 4 เดือน รวมทั้งคดีทุจริตการขายข้าวแบบจีทูจี ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมพวกรวม 28 คน เป็นจำเลย ซึ่งมีการไต่สวนคดีคู่ขนานกันมา ทางศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดตัดสินคดีทั้งสองสำนวนในวันที่ 25 สิงหาคม 2560 และในวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ไม่ได้เดินทางมาที่ศาลฎีกา ศาลจึงให้ประกาศออกหมายจับ พร้อมยึดเงินประกันเต็มอัตรา และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 ก.ย. 2560