ศาลอุทธรณ์ สั่งแก้โทษคุก 2 ปี ‘ร.ต.ท.เชาวรินธร์’ ยักยอกเงิน ไม่รอลงอาญา

ศาลอุทธรณ์ สั่งแก้โทษ จำคุก 2 ปี “ร.ต.ท.เชาวรินธร์ ลัทธศักดิ์ศิริ” ผิด พ.ร.บ.คอมฯ คดียักยอกเงินบริษัทกัมพูชาสั่งซื้อปูนไทยกว่า 11 ล้านบาท – ไม่รออาญา

ศาลอาญา รัชดา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดี ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง ร.ต.ท.เชาวรินธร์ ลัทธศักดิ์ศิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกง

จากกรณี เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2557 จำเลยได้ฉ้อโกงเงินจาก บริษัท บีพีซี.เทรดดิ้ง จำกัด (ประเทศกัมพูชา) ที่ชำระค่าสินค้าปูนซิเมนต์ ที่ซื้อจาก พีทีไอ.โพลีน จำกัด ในจำนวนเงิน 11,428,308 บาท ไปโดยทุจริต ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน และให้คืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่ผู้เสียหายด้วย

ล่าสุดวันนี้ (24 ส.ค. 60) ร.ต.ท.เชาวรินธร์ เดินทางมาฟังคำพิพากษา ด้วยตนเองศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วม อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยในความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 4(1) วรรค 2(ที่แก้ไขใหม่) และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่แก้ไขใหม่ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด พิพากษาจำคุก 3 ปี แต่การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้ 2 ปี และให้คืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่ผู้เสียหายด้วย ทั้งนี้หลังฟังคำพิพากษา ญาติได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัวระหว่างยื่นฎีกาต่อสู้คดี

นักศึกษา-จิตแพทย์ จี้สังคมไทย เปลี่ยนทัศนคติการล่วงละเมิดทางเพศ

นักศึกษา-จิตแพทย์ จี้สังคมไทย เปลี่ยนทัศนคติการล่วงละเมิดทางเพศ  ไม่ควรโทษเหยื่อว่าเป็นต้นเหตุ

นักศึกษาสาวธรรมศาสตร์ ผู้เสียจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เผยต้องการปรับมุมมองเรื่องการข่มขืนในสังคมไทย ไม่ควรโทษเหยื่อว่าเป็นต้นเหตุ ขณะที่จิตแพทย์เผยวัฒนธรรมองค์กรบางแห่งที่ปกปิดข่าวล่วงละเมิดทางเพศ ยิ่งส่งเสริมให้มีการกระทำความผิดซ้ำได้ จากข่าวการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งกรณีของพนักงานกระทรวงสาธารณสุขกับหัวหน้างานที่เป็นข้าราชการ และนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับรุ่นพี่รั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน จะเห็นได้ว่าฝ่ายผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้หญิง กล้าที่จะออกมาร้องเรียนด้วยตนเอง เพื่อต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงมากขึ้น

ซึ่งในเรื่องนี้นางสาวธารารัตน์ ปัญญา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เสียหายจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากรุ่นพี่ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวว่า สาเหตุที่ตัดสินใจโพสต์เรื่องราวของตัวเองลงโซเชียล เนื่องจากต้องการให้สังคมได้เห็นว่าเหยื่อไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ไม่มีความจำเป็นต้องอับอาย สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่คนที่ควรอายและต้องได้รับการลงโทษคือผู้กระทำความผิด

นอกจากนี้ ยังต้องการให้สังคมได้ปรับมุมมองเกี่ยวกับการข่มขืนที่เกิดขึ้นในไทย โดยการเลิกโทษเหยื่อว่าเป็นสาเหตุของการก่อเหตุ ขณะที่พันตำรวจโทหญิง แพทย์หญิงอัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือหมอแอร์ จิตแพทย์ ได้กล่าวถึงวัฒนธรรมองค์กรบางแห่งที่ทำให้เหยื่อล่วงละเมิดทางเพศไม่กล้าออกมาพูดหรือเรียกร้อง โดยอ้างว่าอาจทำให้องค์กรเสียหาย ลักษณะเช่นนี้จะยิ่งทำให้ผู้กระทำความผิดได้ใจ และอาจกระทำความผิดซ้ำได้ รวมถึงอาจสร้างปมในใจให้กับเหยื่อ เนื่องจากไม่สามารถพูดระบายกับใครได้

พร้อมกันนี้ ฝากเตือนถึงผู้หญิงว่าให้ระมัดระวังตัวเองโดยการไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เวลา และบุคคล เพื่อป้องกันการก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศไม่ว่าจะเป็นทางวาจาหรือการกระทำ หรือถ้าหากถูกล่วงละเมิดทางเพศแล้ว ก็ต้องตั้งสติและดำเนินการแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

“แอนนา รีส” เข้ารายงานตัวต่อกรมคุมประพฤติ กรณีขับรถขณะเมาสุรา

“แอนนา รีส” เข้ารายงานตัวต่ออธิบดีกรมคุมประพฤติ กรณีขับรถขณะเมาสุรา รวมถึงโวยวายขว้างปาสิ่งของและขับรถพุ่งชนรถคันอื่นได้รับความเสียหาย

จากกรณี น.ส.แอนนา แฮมบาวรีส หรือ แอนนา รีส อายุ 30 ปี ดาราและนางแบบสาวชื่อดัง เกิดอาการเมาสุรา โวยวายขว้างปาสิ่งของภายในผับแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง และขับรถพุ่งชนรถคันอื่นได้รับความเสียหาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวมาที่ สน.ห้วยขวาง เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา เมาแล้วขับ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ค.60 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ 24 ส.ค.60 ที่กรมคุมประพฤติ น.ส.แอนนา แฮมบาวริส หรือ แอนนา รีส เข้ารายงานตัวต่อ พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เพื่อรับทราบเงื่อนไขการคุมประพฤติในฐานความผิดขับขี่รถในขณะมึนเมาสุรา ภายหลังศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษาจำคุก 2 เดือน ปรับ 20,000 บาท รอลงอาญา 3 ปี และกำหนดเงื่อนไขการควบคุมความประพฤติ รวมทั้งพักใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 2 ปี

โดย แอนนา รีส เปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้าพบอธิบดีฯ เพื่อรับทราบเงื่อนไขต่างๆ โดยการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมคาดว่าจะทำงานในส่วนของมูลนิธิอาสากู้ภัย หลังจากเกิดเหตุตนได้คิดทบทวนในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิตที่ส่งผลกระทบอย่างมาก อยากฝากเตือนสังคมว่าการดื่มสุราจนขาดสติแล้วขับขี่รถเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เพราะนอกจากจะเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว กฎหมายในปัจจุบันก็ยังเข้มงวดอย่างมาก

ทางด้าน พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า เบื้องต้นแอนนารีส จะต้องมารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติจำนวน 4 ครั้งในระยะเวลา 1 ปี และต้องทำงานบริการสังคมจำนวน 36 ชั่วโมง และอบรมความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนน รวมถึงผลกระทบและการป้องกันอุบัติเหตุจากการเมาสุราเป็นจำนวน 4 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม แอนนารีส เคยก่อเหตุขับรถชนตำรวจจนมีผู้เสียชีวิตเมื่อปี 2558 ศาลได้ตัดสินจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 10,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี และได้เข้ารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ จำนวน 4 ครั้ง พร้อมทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง โดยภายหลังพ้นการควบคุมก็มาก่อเหตุซ้ำอีก