กัมพูชาสั่งปิด NGO สหรัฐฯ ก่อนไล่ จนท.พ้นประเทศใน 7 วัน

รัฐบาลกัมพูชา สั่งปิดองค์กรเอกชนอเมริกันที่ทำงานด้านส่งเสริมประชาธิปไตย พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ต่างชาติออกนอกประเทศภายใน 7 วัน อ้างไม่จ่ายภาษี ไม่จดทะเบียนให้ถูกต้อง

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ทางการของกัมพูชาได้มีคำสั่งปิดองค์กรเอกชนอเมริกันที่ทำงานด้านส่งเสริมประชาธิปไตย พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ต่างชาติออกนอกประเทศภายใน 7 วัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งปิดหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ กัมพูชาเดลี ไปแล้วเช่นกัน

โดยสาเหตุของการสั่งปิดนั้น ทางรัฐบาลได้ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะองค์กรด้านประชาธิปไตยดังกล่าว ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ได้จ่ายภาษี ทำตัวเหมือนหัวขโมย จึงสั่งให้องค์กรนี้ปิดทำการ และให้เจ้าหน้าที่ชาวต่างชาติเดินทางออกจากกัมพูชาภายใน 7 วัน

แต่กระนั้นหลายฝ่ายเชื่อว่า การสั่งปิดดังกล่าวอาจจะเป็นแผนหนึ่งของ นายกฯ ฮุน เซน ที่ใช้การปลุกกระแสต่อต้านอเมริกา เพื่อเรียกคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมาถึงในอีกไม่ถึงปีข้างหน้า อีกทั้งเขายังเชื่อว่าองค์กรดังกล่าวมักวิจารณ์รัฐบาลโดยการนำของเขาไปแบบเสียๆ หายๆ มานับครั้งไม่ถ้วนนั่นเอง

ตำรวจเผยใบสั่งใหม่ เปิดให้ปฏิเสธข้อหาหากไม่ทำผิด

ที่ปรึกษาพิเศษ สตช. แจงใบสั่งรูปแบบใหม่ เปิดช่องให้ประชาชนปฏิเสธข้อหาได้หากไม่ได้ทำผิด เชื่ออุดช่องปัญหาทุจริตเงินค่าปรับ

พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ รักษาราชการแทนที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการแถลงข่าวชี้แจงการใช้ใบสั่งรูปแบบใหม่ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา ว่า ใบสั่งจราจรใหม่ที่จะนำมาใช้ นอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงเพิ่มบาร์โค้ดเข้าไปในใบสั่งเพื่อสะดวกในการชำระค่าปรับแล้ว ใบสั่งดังกล่าวยังมีการเปิดช่องปฏิเสะข้อหา หากประชาชนคิดว่าไม่ทำผิดกฎหมายด้วย

โดยตำรวจจะบันทึกข้อมูลการปฏิเสธในใบสั่ง เพื่อให้ผู้ได้รับใบสั่งไปพบพนักงานสอบสวนให้ตรวจสอบภายใน 15 วัน หากผู้ได้รับใบสั่งไม่ได้กระทำผิดจริง จะดำเนินการยกเลิกให้ ทั้งนี้การมีมาตรการดังกล่าวออกมาก็เพื่อช่วยลดปัญหาทุจริตเงินค่าปรับ การเรียกรับสินบนของเจ้าพนักงานจราจรไ และการบันทึกข้อมูล สถิติข้อหาการกระทำผิดกฎหมายจราจร จะทำให้ตำรวจสามารถนำมาวางแผนป้องกันอุบัติเหตุได้มากขึ้น และจะช่วยลดปัญหาด้านการจราจรได้มากขึ้น

ระทึก! คนร้ายรุมตีหนุ่มวัย 17 ปี ชิงเงินสด 500 บาท

ระทึก! คนร้ายทำร้ายร่างกาย หนุ่มวัย 17 ปี ชิงทรัพย์เงินสด จำนวน 500 บาท

วันนี้(24 ส.ค. 60) เวลา 01.00 น. ร.ต.ท.ปฐมพงษ์ กรัณฑ์พิสุทธิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายชิงทรัพย์ เหตุเกิดที่บริเวณซอยพระตำหนัก7 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยชุดสืบสวนและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดไปทำการตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุภายในซอยดังกล่าวค่อนข้างเปลี่ยว พบผู้เสียหายทราบชื่อคือนายแม็ก นามสมมุติ อายุ 17 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ (นายบัญชา โนนสีลา) สภาพใบหน้าบวมปูดจนเบ้าตาซ้ายปิด ข้อมือขวามีบาดแผลฉีกขาดคล้ายถูกของมีคม เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

สอบถามผู้เสียหายให้การว่าตนเองทำงานอยู่ในวอล์คกิ้งสตรีทหลังเลิกงานได้เดินกลับที่พักในซอยดังกล่าว โดยได้เดินเล่นโทรศัพท์มือถือมาตามทาง ก่อนที่จะมีคนร้ายจำนวน 3 คนขับขี่ จยย.จำได้เป็นฮอนด้าเวฟ ไม่ทราบทะเบียน เข้ามาหาตนและทั้งหมดได้ปรี่เข้ามาทำร้ายพยายามแย่งโทรศัพท์ของตนไป ตนจึงพยายามยื้อแย่งกลับคืนมา จนถูกคนร้ายทั้ง 3 คนรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บและได้ล้วงเอากระเป๋าเงินในกางเกงของตนไปภายในมีเงินสด 500 บาท เอกสารบัตรประชาชน ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะรีบขึ้นรถ จยย.หลบหนีไป

ภายหลังจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุและสอบสวนและจึงถ่ายภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาตัวที่ รพ. ก่อนจะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีเพื่อติดตามกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป