แม่เฒ่าวัย 70 ปี วอนโซเชียลตามหาลูกชายพิการทางสมอง หายออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยใต้เต็กสี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มีการเผยแพร่ภาพและคลิปของหญิงชราคนหนึ่ง ที่ออกประกาศตามลูกชายที่พิการทางสมองวัย 39 ปี ที่หายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมระบุข้อความว่า “ประกาศคนหายคับ ท่านใดพบเจอบุคคลตามในภาพช่วยแจ้งกลับมาที่เบอร์ 0870316114 กู้ภัยใต้เต็กสี่ขีด อำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช หรือ 081- 0890442 หรือ เบอร์ 084 – 6298138 (บ่าวแจ้)
เนื่องด้วยน้องเป็นผู้ป่วยทางสมองได้หายตัวไปจากบ้านตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา ครั้งสุดท้ายมีคนพบเห็นขึ้นรถประจำทางมุ่งหน้าสุราษฎร์ธานี และมีการติดต่อทางโทรศัพท์กลับมาหาแม่ว่าผมหลงผมหิวข้าวอยู่แถวๆ สะพานควาย กทม. ครับ ผู้ใดพบเห็นช่วยแจ้งกลับมาทางเบอร์โทรดังกล่าว หรือนำไปมอบให้กับโรงพักใกล้เคียง สงสารแม่เค้าครับนั่งร้องไห้ตลอดเวลาเลยขณะที่ให้ข้อมูลฝากช่วยแชร์ต่อๆ กันด้วยนะครับ”
หลังภาพและคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นห่วงพร้อมกับมีการส่งต่อประกาศตามหากันอย่างกว้างขวาง เพื่อตามหาชายดังกล่าว
จากการสอบถามนางสุวรรณ์ เพชรมณี อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/2 หมู่ 2 ต.สี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ลูกชายของตนชื่อ นายชัยณรงค์ เพชรมณี อายุ 39 ปี หรือ ตาน้อย ซึ่งป่วยพิการทางสมอง ความจำสั่น เลอะเลือน แต่ก็ไม่เป็นอันตรายกับผู้ใด ซึ่งอายุลูกชายของตนขณะนั้นประมาณ 27 ปี ได้หายออกจากบ้าน อย่างไร้ร่องลอยนาน 6 ปี ตลอดเวลา 6 ปี ตนและญาติๆ ออกตามหามาโดยตลอด แต่ก็ไม่มีวี่แววหาเจอ จนทุกคนในครอบครัวต่างหมดหวังคิดว่า นายณรงค์ อาจจะเสียชีวิตไปแล้ว
ผ่านไป 6 ปี ตนและคนในครอบครัวรวมทั้งญาติๆ ต้องตกใจเพราะว่า นายณรงค์ หรือ ตาน้อย ลูกชายของตน ได้เดินทางกลับมาบ้าน หลังลูกชายของตนกลับมาบ้าน จึงสอบถามลูกชายของตนซึ่งได้เล่าว่าถูกคนหลอกให้ขึ้นเรือประมงออกกลางทะเลประเทศเพื่อนบ้านเพื่อออกหาปลาในทะเล โดยที่ตนไม่ได้รับเงินเป็นค่าจ้างแต่อย่างใด มีเพียงข้าว น้ำประทังชีวิต ตนจึงหลบหนีออกมาและกลับบ้าน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ลูกชายของตน ซึ่งมีรูปพรรณผิวสีดำ ความสูง 158 ซม.น้ำหนัก 60 กก.สวมเสื้อสีดำ ที่อกขวาเป็นรูปดอกไม้สีเขียว นุ่งกางเกงขาสั้นผ้าร่มสีดำ รองเท้าแตะ หายออกจากบ้านไปอีก โดยมีผู้พบเห็นว่าลูกชายของตนขึ้นรถโดยสารสายสุราษฏร์ธานี
หลังจากนั้นลูกชายของตนได้ใช้โทรศัพท์ไม่ทราบว่าเป็นของใครโทรมาหาตนพร้อมกับพูดสั่นๆ “หิว หลงทาง แถวสะพานความ กทม.” แต่เมื่อโทรกลับไปที่หมายเลขดังกล่าวก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย ผ่านมาหลายวันตนเป็นห่วงลูกชาย กลัวว่าจะถูกหลอก หรือจะถูกทำร้าย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ขอความช่วยเหลือประกาศตามหาลูกชายของตนในโลกโซเชียล