ญาติ ผอ.อ้อย พบกระดูกในป่าพลาญเสือ เร่งส่งพิสูจน์

ญาติ ผอ.อ้อย พบกระดูกถูกเผาป่าพลาญเสือตอนล่าง เร่งเก็บส่งตรวจพิสูจน์ ขณะ อบต. ยังไม่ส่งเรื่องให้ออกจากราชการ

จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานร่วม 2 เดือน ล่าสุด นายสนองศักดิ์ ยินธนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย  เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้ร่วมกับญาติออกตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ ไปตามสถานที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นที่ซุกซ่อนตัวของ ผอ.อ้อย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใกล้ฐานทหารแห่งหนึ่งแถวพลาญเสือตอนล่าง อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี พบโครงกระดูกหลายชิ้นมีร่องรอยถูกเผากองอยู่กับพื้น ตนและญาติพี่น้องจึงได้ช่วยกันเก็บกระดูกทั้งหมด จากนั้น ได้นำเอาไปแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ทราบเพื่อจะได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ว่า เป็นโครงกระดูกของ ผอ.อ้อย หรือไม่อย่างไร

ทางด้าน นายสุเรียน ปูพะมูล นายก อบต.ชำ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ อบต. ชำและสมาชิก อบต. ตำบลชำ อ.กันทรลักษ์ ได้เดินทางมาพบกับ นางแหลม อุ่นอ่อน แม่ของ ผอ.อ้อย โดยได้นำเอาเงินจำนวน 14,210 บาท มามอบให้กับนางแหลม เพื่อเป็นการสมทบทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการตามหา ผอ.อ้อย

ทั้งนี้ นายสุเรียน กล่าวว่า จากการที่ ผอ.อ้อย ได้หายตัวไป ตนได้สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว โดยได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่ ผอ.อ้อย หายตัวไปไม่ได้มาปฏิบัติราชการตามปกติ ซึ่งแม้ว่า ผอ.อ้อย จะขาดราชการเกินกว่า 15 วันแล้ว แต่ว่าตนยังไม่ได้เสนอเรื่องไปให้หน่วยเหนือไล่ ผอ.อ้อย ออกจากราชการแต่อย่างใด เนื่องจาก ยังอยู่ในช่วงขั้นตอนของกระบวนการสอบสวนหาข้อเท็จจริง หาก ผอ.อ้อย มีเหตุสุดวิสัยเช่นถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ไม่สามารถมาปฏิบัติราชการได้ ก็จะถือว่าไม่ใช่ความผิดและจะเสนอเรื่องให้มาปฏิบัติราชการตามปกติเช่นเดิมต่อไป

เตือน! เลือกซื้อขนมหน้าโรงเรียนไร้มาตรฐาน-เสี่ยงเกิดโรค

เภสัชกรโรงพยาบาลมหาสารคาม เตือนผู้ปกครองแนะนำลูกหลานในการเลือกซื้อขนมหน้าโรงเรียน หลังพบว่าขนมส่วนใหญ่ไม่ได้มาตรฐาน

เภสัชกรหญิงปริญา ถมอุดทา เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลมหาสารคาม เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีขนมหลายชนิดที่วางขายตามแผงค้า รอบสถานศึกษาของเด็กนักเรียนชั้นประถม ส่วนใหญ่ไม่มีเลข อย. หรือไม่ได้มาตรฐานรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยา (อย.) หากเด็กรับประทานเข้าไปต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและสติปัญญา เกิดพิษสะสมตับ-ไต ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ถึงขั้นเสียชีวิตได้

ขนมเหล่านี้ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่มีเลขสารระบบอาหารที่สามารถตรวจสอบได้ เพราะนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย และที่กำลังเป็นปัญหาคือ ผู้ประกอบการบางรายถึงขั้นทำเครื่องหมาย อย.ปลอม หลอกลวงผู้บริโภค ซึ่งเด็กนักเรียนที่ซื้อไปรับประทานอาจได้รับขนมไม่มีคุณภาพและไม่มีมาตรฐาน หรือมีส่วนผสมของสารอันตราย

ดังนั้นจึงควรมีกฏเกณฑ์ในการเลือกซื้อขนม คือ 1.ไม่เลือกขนมที่มีสีฉูดฉาด 2. บรรจุในภาชนะที่แปลกดูน่าสนใจ 3.ฉลากต้องมีภาษาไทย อย่างน้อยต้องประกอบด้วยชื่ออาหารส่วนประกอบของอาหาร ชื่อและที่ตั้งผู้นำเข้าหรือผู้จัดจำหน่าย 4. ต้องมีเลขสารบบอาหาร 13 หลักในกรอบเครื่องหมาย อย. 5.วันที่ผลิตหมดอายุ และ 6. ปริมาณบรรจุภัณฑ์ สภาพภายนอกของผลิตภัณฑ์ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่มีรอยบุบหรือฉีกขาด มีการเก็บรักษาในสภาพที่เหมาะสม และควรซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้

ทั้งนี้หากพบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย.1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และทางกฎหมายหากพบว่ามีการนำเข้า หรือจำหน่ายขนมที่ไม่แสดงฉลากถูกต้อง มีโทษทั้งจำและปรับ

จวกยับ! รุ่นพี่ ม.ราชภัฏชื่อดัง ปิดห้องทำโทษรุ่นน้องด้วยความรุนเเรง

จวกยับ! รุ่นพี่ ม.ราชภัฏชื่อดัง ปิดห้องทำโทษรุ่นน้องด้วยความรุนเเรง หลังมีคนส่งคลิปร้องเรียน

โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจเฟซบุ๊กแฟนเพจ social hunter ได้โพสต์คลิปการรับน้องของ ม.ราชภัฏ ชื่อดัง แห่งหนึ่ง ที่เผยให้เห็นถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมของรุ่นพี่ ที่ปิดห้องทำโทษรุ่นน้องด้วยความรุนเเรง ซึ่งคลิปนี้มีคนร้องเรียนไปยังเพจดังเพราะมองว่าการรับน้องเช่นนี้ไม่เหมาะสม

ล่าสุด เพจ social hunter ได้อัพเดทเรื่องดังกล่าวว่า หลังจากที่ลงคลิปไป รุ่นน้องอยู่ยากลำบากมากขึ้น เพราะไม่ยอมเข้าระบบ? พร้อมระบุถึงระบบของสาขานี้ คือ

1. ชายต้องสกินเฮดเท่านั้น

2. หญิงต้องรวมผมตึงเป๊ะ ไม่งั้นเจอซ่อม

3. ห้ามใส่เครื่องประดับทุกชนิด ห้ามแต่งหน้า ต้องมาให้ทันเคารพธงชาติ 08.00 น. ไม่เช่นนั้นโดนซ่อม ด้วยการกอดคอลุก-นั่ง 100 รอบ ทุกคน

4. ผู้หญิงห้ามไปไหน มาไหนคนเดียว ต้องมีผู้ชายตามประกบตลอด

5. ห้ามคุยกับคณะอื่นเด็ดขาด แม้เป็นเพื่อนกันก็ตาม

6. ต้องกินของร่วมกัน เช่น กินลูกอม 1 เม็ด วนไป 30 คน ส่งผลไม่สบายกันมาแล้วเป็นกลุ่ม

และสิ่งที่รุ่นน้องต้องเจอหากไม่เข้าระบบ  คือ

1. ห้ามคนในสาขาคบหรือพูดคุย

2. สิ่งของที่เป็นส่วนกลางของคณะห้ามใช้ ต้องหาเอง

3. โดนบีบทั้งการเรียน กิจกรรม เเละอื่นๆ

ทั้งนี้ ทางเพจระบุเพิ่มเติมว่า มหาลัยรับทราบเรื่องเเละจะดำเนินตามกระบวนการ แต่ทางเด็กๆ พูดได้คำเดียวว่า ต่อไปพวกเขาคงลำบากแน่นอน เพราะไม่รู้จะเจออะไร ทุกคนตั้งใจมาเรียน ไม่รู้ว่าข้างในมีระบบอะไรแบบนี้ เรียนจนถึงขั้นมหาวิทยาลัยแล้วไม่คิดว่ามันจะต้องมีการเข้าระบบขนาดนี้ บางอย่างพวกเรารับได้ แต่บางอย่างมันก็เกินไป !!!