คลิปว่อน เก๋งไร้น้ำใจชนท้ายจักรยานยนต์ ก่อนจะชนซ้ำทำคนขี่ต้องกระโดดหนี

เพจดังเผยคลิปอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถจักรยานยนต์ แต่คนขับไร้น้ำใจไม่ลงมาดู แถมยังจงใจชนซ้ำ

วันนี้ (23 ส.ค. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังจากเพจ  แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการเผยแพร่คลิปอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถจักรยานยนต์ จากนั้นคนขับรถเก๋งได้พยายามชนท้ายรถจักรยานยนต์อีกหลายครั้ง โดยเพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า

สวัสดีควีน วันนี้เรามีเรื่องอยากเตือนภัยหน่อย คือ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลา 17.19 น. จุดเกิดเหตุ 3 แยกหน้าสน.ยานนาวา ในขณะที่การจราจรติดขัดอยู่นั้น เพื่อนเราก็ขี่มอไซค์เพื่อเดินทางกลับบ้านตามปกติ ก็ได้แทรกตามช่องระหว่างเลนอยู่ดีๆ ก็มีรถเก๋ง Toyota สีบรอนส์เงิน ทะเบียน ฎว 86XX เลี้ยวรถชนท้ายเพื่อนเราเฉย และก็ยังถอยชนอีกหลายครั้งตามคลิป

เพื่อนเราจึงลงจากรถเพื่อถ่ายรูปนางไว้ และในขณะที่กำลังหันหลังกลับ นางได้ถอยรถอีกครั้งและพยายามจะชนเพื่อนเรา เหตุการณ์ตามภาพ แล้วก็ขับหนีไปเฉยๆ โดยไม่ลงมาดู มาถาม หรือแม้แต่ขอโทษสักคำ แถมหลังจากเกิดเหตุ ตำรวจติดต่อนัดให้มาที่โรงพัก นางก็ไม่ยอมมาตามนัด บอกให้เพื่อนเราคุยกับประกันรถของนางแทน อ้างว่ากลัวถูกทำร้ายร่างกาย แถมยังว่าเพื่อนเราว่าทำรถนางเป็นรอยเสียหายอีกด้วย

ขนาดตำรวจช่วยพูดแนะนำข้อกฏหมายนางยังตะคอกตำรวจว่าให้หุบปาก แบบนี้ก็ได้หรอควีน เราไม่รู้หรอกนะว่านางจะยิ่งใหญ่มาจากไหน แต่นี่คือการกระทำที่ไร้สามัญสำนึกมาก เป็นพยาบาลแต่ขับรถชนคนงี้เหรอ บอกตรงๆ ว่าแย่มาก

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างตำหนิกับพฤติกรรมของผุ้หยิงคนดังกล่าว โดยที่บางรายถึงกับเผยว่าการกระทำเช่นนี้เป็นเจตนาพยายามฆ่าได้

‘ศานิตย์’ เผยรู้กลุ่มแอบอ้างเรียกเงินชาวซีเรียแล้ว จ่อออกหมายจับ

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผย รู้ตัวกลุ่มแอบอ้างเรียกเงินชาวซีเรียแล้ว ระบุ เคยเป็นล่ามอาสาประจำ เตรียมขอศาลออกหมายจับ 2-3 คน

วันนี้(23 ส.ค.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีชาวซีเรียที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม ถูกกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นอาสาสมัครตำรวจ สน.ลุมพินี เรียกเงิน 6 แสนบาท แลกกับการที่ไม่ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรเกินเวลา ว่า จากการสืบสวนล่าสุดทราบกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างแล้ว โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอาญาออกหมายจับประมาณ 2-3 คน ในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้เคยเป็นอาสาสมัครล่ามแปลภาษาตะวันออกกลางประจำ สน.ลุมพินี จริงแต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นชาวต่างชาติหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าปัจจุบันไม่ได้เป็นอาสาตำรวจแล้ว และเชื่อว่าจะได้ตัวทั้งหมดเร็ววันนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุด้วยว่า ได้กำชับตำรวจนครบาลทุกท้องที่ให้มีการคัดกรองผู้ที่จะมาช่วยงานตำรวจในลักษณะเป็นอาสาหรือเป็นล่าม ต้องทำด้วยใจที่เป็นสุจริตและมีความรับผิดชอบต่อสังคม