โดนอีก! ลุงวัฒนา บึ้มตู้โทรศัพท์ปี 50 ข้อหาพยายามฆ่า

อัยการฟ้องอีกคดี ลุงวัฒนา อดีต วิศวกร กฟผ. พยายามฆ่า ลอบ บึ้มตู้โทรศัพท์ หน้า บก.ทบ. เมื่อปี 50 ตำรวจ 2 นาย – ศาลนัดสืบโจทก์ประกอบ 30 ต.ค. 60

ศาลอาญา รัชดา ออกนั่งบัลลังก์เพื่อสอบคำ  ให้การจำเลย ในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 61 ปี อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เป็นจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,กระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส,ทำ มี และใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครอง และมีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากกรณี เมื่อระหว่างวันที่ 27- 30 ก.ย.2550 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้ประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องโดยนำชิ้นส่วนโลหะ แบตเตอรี่ สายไฟ แผงวงจรสวิทต์เปิด – ปิด ดินดำ ขวดน้ำพลาสติกใส่นำมันเบนซิน สามารถทำอันตรายต่อร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บและตาย

โดยตั้งเวลาระเบิดไว้ 30 นาที แล้วนำไปวางไว้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก เขตพระนคร กทม.เป็นเหตุให้ ด.ต.จิระเดช อรรถพงษ์ ข้อมือขวาขาด ช่องอกมีรอยฉีกขาด แก้วหูขวาฉีกขาด และ ส.ต.ท.วิทยา ธรสุนทรชื่น แก้วหูฉีกขาดทะลุได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งสองคน ตู้โทรศัพท์ได้รับความเสียหายจำนวน 20,000 บาท

โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังและสอบถาม ปรากฏว่า จำเลยแถลงให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี ศาลจึงนัดสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพในวันที่ 30 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

เอมี่ อาเมเรีย ร่ำไห้! ถูกคุมฝากขัง ย้ำเสพไอซ์ปัดค้า-ขอโทษทำเสียใจ

คุมตัว “เอมี่ อาเมเรีย” อดีตนางเอกธิดาวานร และชายคนสนิท ผู้ต้องหาค้าไอซ์ ไปฝากขังศาลจังหวัดมีนบุรี พร้อมคัดค้านการประกันตัว

ตำรวจนครบาลสายไหม คุมตัว นายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ หรือ พล อายุ 40 ปี และ น.ส.อาเมเรีย จาคอป หรือ เอมี่ อายุ 28 ปี มิสทีนไทยแลนด์ ปี 2006 และอดีตนางเอกชื่อดังจากละคร “ธิดาวานร” เจ้าของวลี “แม่มา” ผู้ต้องหาในคดี ร่วมกันเสพยาเสพติด และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาอี,ยาไอซ์) เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ไปขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีฝากขัง

โดยขณะที่ถูกตำรวจควบคุมตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา นางสาวอาเมเรีย ได้สวมหมวก ก้มหน้าร้องไห้มีท่าทีเหนื่อยล้า พร้อมระบุว่า ตนเองเป็นเพียงคนเสพเท่านั้น ส่วนยาเสพติดเป็นของหนุ่มคนสนิท รวมทั้งขอโทษครอบครัวและแฟนคลับที่ทำให้เสียใจ ก่อนที่นายฮันนาส จาคอป จะเดินเข้าไปหานางสาวอาเมเรีย บุตรสาว ว่าไม่ต้องพูดอะไร และขอร้องสื่อมวลชนที่อยู่ระหว่างการบันทึกภาพ

ส่วนนาย ปุณยวัจน์ ที่ใช้เสื้อคลุมปิดบังใบหน้า ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องความสัมพันธ์กับดาราสาวรวมถึงผู้ครอบครองยาเสพติดของกลาง โดยระบุเพียงว่า ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ทั้งนี้เมื่อนายปุณยวัจน์ เดินขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหานางสาวอาเมเรียได้ร่ำให้ออกมาโดยมีนายปุณยวัจน์คอยโอบกอดปลอบใจอยู่ข้างๆ

ส่วนด้าน พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม กล่าวว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนตำรวจคัดค้านการประกันตัว ส่วนบันทึกการจับกุมได้สอบปากคำผู้ต้องหาประกอบสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว โดยจากสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายืนยันว่าเป็นเพียงผู้เสพไม่ใช่ผู้จำหน่าย แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะสามารถเอาผิดได้

ออมสิน ชี้ สตง.พบโกงเงิน 30 วัด 300 ล้าน ชงสอบโยงข้าราชการ

ออมสิน เผย สตง. ส่งข้อมูลทุจริต เงินทอนวัด 30 แห่ง ความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท ส่งชื่อข้าราชการเอี่ยวให้ พศ. จัดการแล้ว 

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีหนังสือ เกี่ยวกับข้อมูลการทุจริตเงินอุดหนุนวัด ใน 30 วัดทั่วประเทศ มาถึงตนเอง ซึ่งมีทั้งวัดเดิมและวัดใหม่ และมีความเชื่อมโยงตั้งแต่ฆารวาส พระสงฆ์ และข้าราชการ ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งแต่ช่วงที่นายนพรัตน์ เบญวัฒนานันท์ เป็น ผอ.พศ. จนถึงข้อมูลในปัจจุบัน รวมมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งการทุจริตมีพฤติกรรมเดียวกัน คือการให้เงินบูรณะปฏิสังขรวัด และมีการเรียกเงินกลับคืนจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ในส่วนของข้าราชการที่ทาง สตง. ส่งมานั้น ได้ส่งรายชื่อไปยัง ผอ.พศ. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยเบื้องต้นบุคคลเหล่านี้จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือพักราชการไปพลางก่อน ส่วนการป้องกันการหลบหนี และป้องกันการย้ายหลักฐาน เป็นหน้าที่ของตำรวจ

นายออมสิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เข้าตรวจค้นบ้านพักผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจิตเงินอุดหนุนวัด 14 จุด ทั่วประเทศเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ยังไม่มีการรายงานเรื่องนี้มาถึงตนเอง ซึ่งเชื่อว่ากระบวนการดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ พร้อมยืนยันว่าแม้จะมีการย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่เรื่องทุกอย่างยังคงเดินหน้าต่อไป ทุกหน่วยงานยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด แต่ไม่แน่ใจว่า การเข้าตรวจค้นในครั้งนี้เป็นเพราะพบหลักฐานความเชื่อมโยงกับการทุจิตเงินอุดหนุนวัดหรือไม่

นอกจากนี้ นายออมสิน กล่าวถึงกรณีที่พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท วัดดอกสร้อย อ.ระโนด จ.สงขลา ที่ออกมาวิจารณ์สถานการณ์ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ ว่าเรื่องนี้เป็นความผิดส่วนบุคคล และได้ลาสิกขาบทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้เป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเดียวกันต้องมีการขอความร่วมมือจากพระสงฆ์ ในการทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะพระวิทยากร ซึ่งอาจจะต้องนำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมของมหาเถรสมาคมต่อไป