เด็กหญิงวัย 15 เหยื่อรุมโทรม ชี้ตัวผู้ต้องหา ถูกต้องทั้ง 2 รอบ

เหยื่อรุมโทรม ที่ จ.พังงา ชี้ตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ถูกต้อง 2 รอบ ขณะที่ผู้ต้องหาไม่ยอบรับขั้นตอนการชี้ตัว

วันนี้(20 ก.ย.) หลังเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายวรชิต อายุ 39 ปี นายบุญพจน์ อายุ 33 ปี นายชาติชาย อายุ 37 ปี (ผู้ต้องหารายที่ 1-3 ที่อยู่ในระหว่างประกันตัวคดีเก่า) และ นายเฉลิม อายุ 69 ปี นายสุชีพ อายุ 55 ปี นายนัฐวุฒิ อายุ 27 ปี และ นายกีรติ อายุ 30 ปี (ผู้ต้องหารายที่ 4-8) นายสายันต์ อายุ 43 ปี นายนาวิก อายุ 53 ปี (ผู้ต้องหารายที่ 9-11) รวมทั้งสิ้น 9 คน ที่ประกันตัวในชั้นศาล เดินทางมายัง สภ.เขาหลัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า เพื่อให้ น.ส.เอ นามสมมุติ (ตอนเริ่มถูกกระทำ อายุ 14 ปี) ทำการชี้ตัวเป็นครั้งแรก

หลังจากศาลอนุมัติหมายจับ ทั้ง 11 คน โดยใช้เวลา ประมาณ 2 ชั่วโมง จึงได้ออกมายังห้องสอบสวน ส่วนนายธวัชชัย อายุ 34 ปี และ นายรังสันติ์ อายุ 23 ปี ยังอยู่ในเรือนจำจังหวัดพังงา จึงไม่ได้มาชี้ตัว ล่าสุดหลังเจ้าหน้าที่ได้นำตัวประชาชนกว่า 30 คน เข้าปะปนกับผู้ต้องหาจำนวน 9 ราย โดยให้เข้าไปในห้องเป็นชุด ๆ เพื่อให้เหยื่อการรุมโทรมทำการชี้ตัว ซึ่งพบว่า ในการชี้ตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้ง จะมีผู้เข้าร่วมปะปนเข้าไปและผู้กระทำความผิดรอบละ 5 คน ซึ่งเหยื่อการรุมโทรมได้ทำการชี้ตัวถูกต้องทั้ง 9 คน จากนั้นจึงนำผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ไปที่ห้องสอบสวน เพื่อทำการลงลายมือชื่อ ซึ่งพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 9 ปฏิเสธการลงลายมือชื่อ แต่ขอลงบันทึกประจำวันถึงสาเหตุที่ไม่ลงลายมือชื่อยอมรับการชี้ตัว

ด้าน พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เผยว่า กระบวนการชี้ตัวในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนและกระบวนการมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นการหาผู้ที่มีอายุใกล้เคียงกัน บุคคลที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน มาร่วมกระบวนการ ส่วนสาเหตุที่มีบางคนวนซ้ำเข้ามาในกระบวนการชี้ตัวนั้นก็เป็นตามขั้นตอนปกติ ที่จะต้องวนไปวนมา ซึ่งหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ก็จะทำการเก็บหาหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนจะสรุปสำนวนส่งให้อัยการส่งฟ้องต่อไป

ประชาชนนับหมื่นแห่ร่วม ทำพิธีอุ้มพระดำน้ำเพชรบูรณ์

พ่อเมืองเพชรบูรณ์ ทำพิธีอุ้มพระดำน้ำ ประชาชนนับหมื่นร่วมชมพิธีด้วยความศรัทธา

วันนี้(20 ก.ย.) ที่บริเวณท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร อ.เมืองเพชรบูรณ์ นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมพล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์, นายสนั่น พงษ์อักษร ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์, นายสมชาย สุรเวคิน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์, และนายบัณฑิต ศรีวิไล ประธานสภาทนายความจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกันอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ ลงประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำตามตำนานศักดิ์สิทธิ์ตามโบราณประเพณี บริเวณกลางแม่น้ำป่าสัก ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนนับหมื่นคนซึ่งเข้าร่วมชมพิธีด้วยความศรัทธา จนอัฒจรรย์ริมท่าน้ำแน่นขนัด

โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี, นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, พล.ต.จิรเดช กมลเพชร ผบ.พล.ม.1 ร่วมชมการประกอบพิธีดังกล่าว อย่างไรก็ตามก่อนเริ่มพิธีดำน้ำ พระสงฆ์มีการสวดบทคาถาอุทิศถวายส่วนกุศลเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นพระภาวนาจารย์ยังนำชาวเพชรบูรณ์และนักท่องเที่ยวจำนวนนับหมื่นคนที่เข้าร่วมชมพิธี ร่วมกันนั่งอธิษฐานจิตภาวนา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 อีกด้วย สำหรับพิธีอุ้มพระดำน้ำชาวเพชรบูรณ์มีความเชื่อว่า หลังการประกอบพิธีแล้วจะให้ทำประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลและปราศจากโรคระบาดคุกคาม

วิจารณ์ยับ! แม่ค้ารถพ่วง เจอเทศกิจจับ ฉุนด่าเจ้าหน้าที่

วิจารณ์ยับ! แม่ค้ารถพ่วง ริมชายหาดพัทยา  เจอเทศกิจจับ ฉุนด่าเจ้าหน้าที่

วันนี้(20 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวในโซเชียลเน็ตเวิร์กของเมืองพัทยาที่มีการแชร์และนำเสนอข่าวมูลเกี่ยวกับคลิปการทำงานของเจ้าหน้าที่เทศกิจที่มีปากเสียงกับแม่ค้าขายผลไม้แบบรถพ่วงข้าง บริเวณริมชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมเนื่องจากกระทำความผิดซึ่งหน้า โดยการนำสินค้ามาจำหน่ายบริเวณชายหาด ซึ่งถือเป็นข้อห้ามเนื่องจากสร้างปัญหาการจราจรและไม่มีความเป็นระเบียบ

โดยกรณีดังกล่าวที่ผ่านมา เมืองพัทยาได้มีการจัดระเบียบความเรียบร้อย บริเวณถนนริมชายทะเล ทั้งพัทยาและหาดจอมเทียน โดยห้ามกลุ่มผู้ประกอบการหาบเร่ แผงลอย และรถพ่วงข้างลงพื้นที่ริมชายหาด รบเร้าจำหน่ายสินค้าโดยเด็ดขาด จนเกิดภาพกระทำความผิดดังกล่าวขึ้นในที่สุด

หลังจากมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวแล้ว ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ โดยเสียงส่วนใหญ่ สนับสนุนและเป็นกำลังให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ปฏิบัติงาน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองท่องเที่ยว ซึ่งต้องพบเจอกับความกดดันด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เสียงบางส่วนก็พูดถึงคนทำหากินที่หาเช้ากินค่ำ มีอาจทำรายได้ประจำวันหายไป เพราะเจ้าหน้าที่ไม่มีความอะลุ่มอะล่วยด้วย