มติทันตแพทยสภาตัดสินเพิกถอนใบอนุญาต ‘หมอดลฤดี’

มติทันตแพทยสภา ตัดสินเพิกถอนใบอนุญาต “หมอดลฤดี หนีทุน” ชี้ผิดจรรยาบรรณ สร้างความเสียหายต่อวิชาชีพและประเทศ

วันนี้ (20 ก.ย. 60) ผศ. (พิเศษ) ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา เผยผลการประชุมกรณี ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ ไม่ชำระหนี้รัฐบาลไทย หลังได้รับทุนไปศึกษาปริญญาทางด้านทันตกรรมว่า ทางคณะกรรมการทัตนแพทยสภามีมติให้ลงโทษเพิกถอนใบอนุญาต เนื่องจากประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2538 และได้แต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาคุณสมบัติการเป็นสมาชิกทันตแพทย์สภา โดยจะเสนอมติดังกล่าวไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะสภานายกพิเศษแห่งทันตแพทย์สภา เพื่อขอความเห็นชอบก่อนจัดทำเป็นคำสั่งทางปกครองต่อไป

สำหรับ ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ ได้ลาออกขณะที่ยังใช้ทุนไม่ครบตามสัญญา ซึ่งต้องชดใช้ให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดลและสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา 3 จำนวนกว่า 24 ล้านบาท ทำให้ผู้คำประกันทั้งหมดได้รับความเดือดร้อนและต้องชดใช้เงินแทนตามคำพิพากษา โดยบางท่านเป็นอาจารย์ที่เคยสอน ทพญ.ดลฤดี เมื่อครั้งเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ บางท่านก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ที่ไว้เนื้อเชื่อใจและยินยอมค้ำประกันให้

ทั้งนี้ ผู้ค้ำประกันได้พยายามติดต่อให้มาชำระหนี้ แต่ ทพญ.ดลฤดี อ้างว่าไม่มีเงินทั้งที่มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชำระหนี้ได้ จนกระทั่งมีการบังคับคดีกับผู้ค้ำประกัน ทพญ.ดลฤดี จึงรับปากว่าหากจำหน่ายทรัพย์สินที่ต่างประเทศได้จะนำเงินมาคืนให้ผู้ค้ำประกัน แต่เมื่อจำหน่ายได้กลับไม่นำเงินมาชำระหนี้ เป็นการหลอกลวงผู้ค้ำประกันให้หลงเชื่อ จึงถือเป็นการฉ้อโกงและเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเสื่อมเสียแก่วิชาชีพไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมสร้างความเสียหายให้กับประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ทพญ.ดลฤดี มีผลแค่ภายในประเทศเท่านั้น แต่การตัดสินแบบนี้ถือเป็นโทษประหารสูงสุดของวิชาชีพทันตกรรม เนื่องจากจะไม่มีสิทธิ์ประกอบวิชาชีพนี้ในประเทศไทยได้อีกเลย

จิตใจทำด้วยอะไร? นาทีกู้ภัยช่วยทารกแรกเกิด หลังถูกแม่ใจยักษ์ทิ้งข้างทาง

ภาพนาทีกู้ภัยเข้าช่วยทารกถูกทิ้งข้างถนน สภาพรกอยู่ครบ สายสะดือยังไม่ตัด  

โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพนาทีชีวิต ขณะเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เข้าช่วยเหลือทารกรายหนึ่งที่ถูกพ่อ-แม่ใจยักษ์ นำไปทิ้งไว้ข้างถนน ในพื้นที่ ม.4 ต.ต้นโพธ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี โดยภาพได้เผยให้เห็นกู้ภัย นำผ้ามาคลุมร่างของทารกน้อยที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า สายสะดือยังไม่ถูกตัด แถมที่ศีรษะมีแผลแตกด้วย

ขณะที่เพจ แจ้งข่าวสารอ่างทอง ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่ภาพดังกล่าว ได้มีข้อความระบุว่า #อาสาร่วมกตัญญูได้รับแจ้งมีคนเอาเด็กมาทิ้งไว้เมื่อเวลา 13.00น. ตรวจสอบเด็กทารกแรกเกิดถูกทิ้งใกล้เคียงหลัก กม.ม.4 ต.ต้นโพธ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เป็นถนนเรียบหนองน้ำติดกับถนนเลี่ยงเมือง

พบเป็นเด็กชายแรกเกิดอยู่ในลักษณะนอนหงายศีรษะแตก ไม่มีผ้าห่ม รกห่อผ้าสายสะดือยังอยู่ติดตัว จึงประสานรถกู้ชีพ รพ.สิงห์บุรีรับดำเนินการนำส่งโรงพยาบาลสิงห์บุรี ก่อนที่ในเวลาต่อมาเด็กคนดังกล่าวปลอดภัยแล้ว หลังได้รับการช่วยเหลือดูแลอย่างดี จากทีมแพทย์ และพยาบาลของโรงพยาบาล

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเข้าไปโจมตี พ่อ-แม่ ของเด็กน้อยเป็นจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนทั้งคู่มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเกินจะรับได้ ขณะเดียวกันผู้คนก็ได้พากันโพสต์ภาพกลุ่มเด็กที่พวกเขาเฝ้าฟูมฟักมาจนเติบใหญ่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการเลี้ยงเด็กเล็กไม่ใช่เรื่องยาก หากเติมความรักความเอาใจใส่พวกเขาก็จะโตมามีชีวิตที่ดีได้

ทารกถูกทิ้ง
ทารกแรกเกิด ถูกทิ้ง

ทารกถูกทิ้ง

ภาพจาก แจ้งข่าวสารอ่างทอง

ชาวบ้านร้องเรียน ‘วัดสระเกษ’ ขึ้นค่าเช่าที่ดินแพงเกินเหตุ

เจ้าอาวาสวัดสระเกษ ยืนยันมอบอำนาจให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสงขลา เป็นผู้ดำเนินการ ทั้งในเรื่องการต่อสัญญา การกำหนดอัตราค่าเช่า

ปัญหาระหว่างวัดสระเกษ กับผู้ที่อยู่อาศัยบนที่ดินของวัดในอำเภอเมืองสงขลา กลายเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เนื่องจากเดือนตุลาคมนี้ จะหมดสัญญาเช่าที่ดินที่ทำไว้ เมื่อ 20 ปีก่อน

โดยทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสงขลา อ้างว่า วัดจะเรียกเก็บอัตราเช่า ตามราคาประเมินที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าเช่ารายเดือน สำหรับบ้านชั้นเดียวจากเดือนละ 100 บาท เพิ่มเป็น 500 บาท และบ้านสองชั้นจาก 200 บาท เป็น 1,500 บาท นอกจากนั้น ยังมีค่าต่อสัญญาเช่าหรือค่าแป๊ะเจี๊ยะอีก 40,000-60,000 บาท

สำหรับที่ดินบริเวณนี้ เมื่อ 20 ปีก่อน ทางวัดได้ให้นายทุนเช่าที่ดิน เพื่อสร้างบ้านจัดสรรขาย ซึ่งชาวบ้านซื้อมาตั้งแต่ราคาหลังละ 6 แสนบาท ไปจนเกือบ 2 ล้านบาท โดยทราบดีว่าเป็นที่ดินวัด และจ่ายค่าเช่ารายเดือนมาโดยตลอด