เปิดช่องทางช่วยเหลือผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวเม็กซิโก เซ่นแล้ว 149 ศพ

เปิดช่องทางช่วยเหลือผู้ประสบภัย เหตุแผ่นดินไหวเม็กซิโก ที่ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 149 ศพ

ขณะนี้เหตุการณ์ที่สื่อทั่วโลกจับตามอง คือเหตุการณ์ภัยพิบัติในเม็กซิโก หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ในหลายรัฐวานนี้ ซึ่งล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 149 ศพ เป็นเคราะห์กรรมอีกครั้งที่ชาวเม็กซิโกต้องประสบ เนื่องจากประเทศเพิ่งฟื้นตัวจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งก่อนหน้าที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ถึง 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้

โดยขณะนี้ประชาชนในเม็กซิโกได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัส การสื่อสารกลางเป็นอัมพาตเนื่องจากสายสัญญาณโทรศัพท์ได้รับความเสียหาย

ล่าสุด mashable ได้เปิดเผยช่องทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเม็กซิโกดังนี้

1.UNICEF Mexico
2.Red Cross Mexico
3.Oxfam Mexico
4.Save the Children Mexico

นอกจากนี้ความช่วยเหลือภายในพื้นที่ กำลังเปิดรับสมัครอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ Google เปิดเครื่องมือค้นหาบุคคล หากประชาชนไม่สามารถติดต่อญาติพี่น้องหรือคนในครอบครัวได้ ก็สามารถใช้โปรแกรมผ่าน Google ที่ผู้คนจะสามารถเข้ามาแบ่งปันข้อมูลของตัวบุคคลบนพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งขอความช่วยเหลือในการค้นหาตัวบุคคลสูญหาย รวมถึงสมาชิกในครอบครัวที่ไม่สามารถติดต่อได้

นอกจากนี้ยังมีการเปิดให้รักษาตัวฟรีในโรงพยาบาล รวมถึงเข้าพักในอพาร์ตเมนต์ที่พร้อมให้บริการ หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย

ดูบทความต้นฉบับ : Here’s how to help Mexico after another deadly earthquake

นายกฯ เป็นประธานประชุมสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

นายกฯ เป็นประธานประชุมสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ มุ่งหวังสร้างสิ่งใหม่ พัฒนาต่อยอดให้เกษตรกรเข้าถึงงานวิจัยได้ทั่วถึง จัดงบประมาณเหมาะสม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2560 ซึ่งมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทช.) เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวในการประชุมว่า วันนี้เป็นการบูรณาการสานต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้งานวิจัยโตไปตามเป้าหมายของรัฐบาล วัตถุประสงค์ มี 2 ประการ คือการวิจัย สร้างสิ่งใหม่ สิ่งที่แตกต่าง เป็นการพัฒนาต่อยอด และสิ่งที่มีการวิจัยมาแล้ว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประเด็นที่ 2 คือเน้นเรื่องการเกษตร ที่จะดำเนินการอย่างไรให้สามารถเข้าถึงผลผลิตจากการวิจัยได้ทั่วถึงในราคาประหยัด

ซึ่งเป็นแนวทางวิจัยของรัฐบาล ที่ต้องทำให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ และให้เกิดการต่อยอดทั้งส่วนราชการ ภาคเอกชน และสถาบันต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การวิจัย ที่เกิดจาก จุดเริ่มต้นเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างคน ต่างทำ โดยจะแบ่งการทำงาน ออกเป็นคลัสเตอร์ นำไปสู่การจัดสรรและใช้งบประมาณที่เหมาะสม เพื่อนำไปสู่การผลิตและพิจารณา ผลตอบแทน ให้กับ ทั้ง 3 ส่วน คือรัฐ เอกชน และสถาบันต่าง ๆ

สำหรับการประชุมวันนี้ คาดว่าที่ประชุมจะมีการนำเสนอแผนบูรณาการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 และคาดว่า จะมีการรายงานความก้าวหน้า ผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ ประกอบด้วย 1.ด้านนโยบายและยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม 2.ด้านการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม 3.ด้านการปรับระบบงบประมาณวิจัยและนวัตกรรมแบบบูรณาการ และ 4.ด้านการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ และได้พิจารณา (ร่าง) ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 20 ปี

รวบ! นักการเมืองท้องถิ่นดังเชียงใหม่ ค้าโคเคน

ตำรวจเข้าจับกุม นายราชิน ตันตรานนท์ นักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมพวก ข้อหาค้าโคเคนผ่านแอปลิเคชั่นไลน์ ส่งขายให้กลุ่มไฮโซและสถานบันเทิง

ตำรวจเชียงใหม่ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุม นายราชิน ตันตรานนท์ อายุ 38 ปี สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) นครเชียงใหม่ และเป็นลูกชายอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นนักธุรกิจชื่อดังของ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ข้อหา”ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (โคเคอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิดและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด”

จากนั้นได้เข้าจับกุม นายชาญวิโรจน์ โชควิรัชนันท์ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ในข้อหาเดียวกัน ได้ที่บ้านพัก ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามต่อไป

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ตำรวจทราบข้อมูลว่าได้มีกลุ่มไฮโซลักลอบนำโคเคนเข้ามาจำหน่ายตามสถานบันเทิงหลายแห่งในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ติดตามพฤติกรรม นายศุภโชติ มัทซึบารา อายุ 38 ปี ขณะลำเลียงยาเสพติดส่งไปขายตามสถานบันเทิง โดยจากการตรวจรถขนยา เป็นชื่อของนายราชิน ตันตรานนท์ เมื่อตรวจสอบโทรศัพท์พบว่ามีการตั้งกลุ่มไลน์ใช้ติดต่อซื้อขายโคเคน มีนายราชิน เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มไลน์ ซึ่งในกลุ่มมี 4 คนลงขันกันสั่งซื้อโคเคนนำมาใส่ถุงเล็กๆแบ่งขาย จนถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ทั้งนี้นายราชิน เคยถูกตำรวจบุกค้นบ้าน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ครั้งนั้นถูกยึดปืนยาวและปืนสั้น พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง แต่เป็นอาวุธมีทะเบียนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีในข้อหาครอบครองเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต