ชาวเน็ตแห่ประจาน กลุ่มโจ๋ยกพวกตีกันยับ ในงานสารทเดือนสิบ

ใช่เวทีมวยเหรอ! สองกลุ่มโจ๋ เปิดฉากชกต่อยตะรุมบอนซัดกันนัวเนียกลางงานสารทเดือนสิบเมืองคอน นักท่องเที่ยว วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น กลัวลูกหลง

วันที่ 19 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียล มีการเผยแพร่คลิปกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุชกต่อยทะเลาะวิวาทกัน ภายในงานบุญสารทเดือนสิบ ซึ่งจัดขึ้นบริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ หรือ ทุ่งท่าลาด อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นคลิปกลุ่มวันรุ่นประมาณ 5- 6 คน ชกต่อยแลกหมัดกันอย่างดุเดือด ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เดินเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก

หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ มีชาวเน็ต แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตำหนิกลุ่มวัยรุ่นทั้งสองที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน ท่ามกลางผู้คนที่เดินเที่ยวงานเป็นจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้อง เร่งหามตราการป้องกัน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเที่ยวงาน เพราะอาจถูกลูกหลงจากการกระทำของกลุ่มวัยรุ่น

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ หรือ ทุ่งท่าลาด ได้มีการจัดงานบุญสารทเดือนสิบ ตั้งเต้นท์จำหน่ายและแสดงสินค้าเป็นจำนวนมาก ส่วนกลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องชกต่อยนั้น เกิดขึ้นบริเวณลานแสดงเครื่องเล่นต่าง ๆ เช่น รถไต่ถัง ปาลูกโป่ง ด้างข้างการจัดงานบุญสารทเดือนสิบ

จากการสอบถามนายบ่าว ลูกจ้างเครื่องเล่นสาวน้อยตกน้ำ เล่าว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ (17 ก.ย.) ระหว่างที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากกำลังเดินเที่ยวอยู่นั้น ได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 5 – 6 คน มีเรื่องทะเลาะวิวาทชกต่อยกันนัวเนีย ทำให้ผู้คนที่มาเที่ยงานต่างวิ่งหาที่หลบกันจ้าละหวั่น เพราะเกรงจะถูกลูกหลงได้รับอันตราย

โดยกลุ่มวัยรุ่นทั้งสอง เปิดฉากชกต่อย แลกหมัด กระโดดถีบกันอยู่นานหลายสิบนาที จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มวัยรุ่นวิ่งหลบหนีเข้ากลุ่มประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว อย่างไรก็ตามอยากฝากกลุ่มวัยรุ่นที่จะก่อเหตุทะเลาวิวาทกันในงาน ขอให้นึกถึงผู้ที่มาเที่ยวงาน ที่มีทั้งเด็กเล็ก และผู้สูงอายุด้วย

แก๊งเปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ ก้มกราบเท้าแม่แอ๋ม ขอขมาโทษแล้ว

เปรี้ยว และแก๊งฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ก้มกราบเท้าขอขมาแม่แอ๋ม ระหว่างขึ้นศาลนัดยื่นบัญชีพยาน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (19 ก.ค. 60) ศาลจังหวัดขอนแก่นได้ทำการเบิกตัวผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น, น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้, นายวศิน นามพรหม หรือ นิว จากเรือนจำกลางขอนแก่น และทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น มาที่ ศาลจังหวัดขอนแก่น รวมถึง น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ อ้อม, เบนซ์ ที่ได้รับการประกันตัวชั่วคราว ก็ได้เดินทางมาที่ศาลด้วย เพื่อทำนัดตรวจพยานและยื่นบัญชีพยานต่อศาล

โดยมีพ่อเลี้ยง มารดา และยายของ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม ผู้ตาย รวมทั้งญาติพี่น้องฝ่ายจำเลยได้เข้าไปในห้องพิจารณาด้วย ซึ่งการยื่นบัญชีพยานในครั้งนี้ ฝ่ายโจทย์ยื่นพยานบุคคลจำนวน 27 ปาก และหลักฐานอื่นๆ ส่วนทนายฝ่ายจำเลย ยื่นบัญชีพยานบุคคล 8 ปาก ซึ่งในจำนวนพยาน 8 ปากนี้ จำเลยทั้ง 5 คน ต่างเป็นพยานให้กันและกัน โดยมีพยานบุคคลอื่นอีก 3 ปาก จากนั้นศาลจึงได้นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์รวม 6 นัด สืบพยานฝ่ายจำเลย 2 นัด ซึ่งจะเสร็จสิ้นการสืบพยานภายในเดือนมีนาคม 2561 จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการที่ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป

ทั้งนี้รายงานได้ระบุต่อว่า หลังจากที่มีการยื่นพยานแล้วเสร็จจำเลยทั้ง 5 คน ได้เข้าไปกราบขอขมา พ่อ แม่ ยาย ของน้องแอ๋มด้วย โดย น.ส.เปรี้ยว ได้คุกเข่าคลานเข้าไปกอดมารดาของน้องแอ๋ม แล้วจำเลยทั้งหมดได้กราบขอขมาพร้อมกับกล่าวขอโทษ ซึ่งฝ่ายมารดาของน้องแอ๋มก็ร้องไห้ น้ำตาไหลอาบแก้ม ขณะที่ศาลบอกว่า การขอขมาก็ทำได้ ส่วนโทษในความผิดที่ก่อขึ้นก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

ขอบคุณภาพจาก เพจอีจัน 

สั่งฟ้องทันที 2 แม่-ลูก ด่าตำรวจ เจ้าตัวโต้ถูกพูดยั่วยุก่อน พ่อขู่ฟ้องคนปล่อยคลิป

อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องทันที 2 แม่-ลูก ด่าตร.ทุ่งมหาเมฆ ขณะที่ เจ้าตัวโต้ถูกตำรวจพูดจายั่งยุก่อน เตรียมฟ้องกลับผู้โพสต์คลิป

พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ควบคุมตัว นางสาวสราวรรณ หว่างตาล อายุ 38 ปี และลูกชายวัย 19 ปี 2 แม่ลูก ที่ปรากฎในคลิปที่กำลังแสดงความไม่พอใจตำรวจจราจรนายหนึ่ง และด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย มาส่งให้อัยการศาลแขวงพระนครใต้ พิจารณามีความเห็นทางคดี หลังทั้งคู่เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน โดยลูกชาย ถูกดำเนินคดี รวม 5 ข้อหา คือ ไม่สวมหมวกนิรภัย , ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ , ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถ , ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ , ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ส่วนผู้เป็นแม่ถูกดำเนินคดีในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฎิบัติหน้าที่ เพียงข้อหาเดียว โดยทั้งคู่รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ นางสาวสราวรรณ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2-3 เดือนที่แล้ว ลูกชายของตนเองเคยถูกตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ เรียกจับในข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อค และไม่มีใบขับขี่  ส่วนวันที่เกิดเหตุครั้งล่าสุดที่เป็นประเด็น ลูกชายของตนขี่รถจักรยานยนต์มาส่งของให้ตนเหมือนเดิม และถูกตำรวจเรียกจับในข้อหาไม่มีใบขับขี่ ไม่สวมหมวกกันน็อค และไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน และมีเสียงวอเข้ามาให้ตรวจค้นร่างกาย ว่ามียาเสพติดซุกซ่อนหรือไม่ ต่อมาตำรวจที่เคยมีปากเสียงกันเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เข้ามาสมทบ และมีการพูดจายั่วยุ และมีการบันทึกคลิปดังกล่าว ซึ่งการบันทึกคลิป ทำให้ลูกชายของตนเกิดความโมโหสุดขีด

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียล รู้สึกตกใจมาก ไม่คิดว่าตำรวจจะเล่นแรงขนาดนี้ ถึงขั้นนำคลิปไปประจาน เพื่อเล่นงานตนและลูกชาย และมีผู้คนในสังคมโซเชียลเข้ามาด่าทอ ซึ่งตนคิดว่าตำรวจจะนำคลิปไปใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับตนและลูกชายเท่านั้น

ด้าน นายธวัชชัย แซ่โง้ว ผู้เป็นบิดา ระบุว่า จะดำเนินคดีกับผู้โพสต์คลิปลงโลกโซเชียล ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เพราะถือว่าทำร้ายตนและครอบครัว โดยการประจานต่อสาธารณะชน หากคนลงคลิปเป็นตำรวจก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม อัยการเตรียมส่งฟ้องสองแม่ลูกพร้อมสำนวน ต่อศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาคดีทันที