ทหารหน่วยนาวิกโยธิน พิธีย่ำพระสุริย์ศรี เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

ขนบธรรมเนียมของทหารหน่วยนาวิกโยธิน พิธีย่ำพระสุริย์ศรี เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

วันนี้ (18 ก.ย. 60) ผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอกณะ อารีนิจ เดินทางไปเป็นประธานในพิธีอำลาชีวิตการรับราชการและพิธีย่ำพระสุริย์ศรี ณ สนามหน้าหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้จัดให้มีขึ้น ประกอบด้วย การสวนสนามของทหารนาวิกโยธิน การแสดงโดดร่ม พิธีกล่าวอำลาชีวิตราชการ พิธีย่ำพระสุริย์ศรี และการแสดงต่างๆ เป็นอันเสร็จพิธี

สำหรับพิธีย่ำพระสุริย์ศรี เป็นพิธีการของทหารเรือไทยพิธีหนึ่ง คล้ายกับการสวนสนาม เพื่ออำลาชีวิตราชการของผู้บังคับบัญชาระดับสูงซึ่งพิธีนี้นั้นจะเริ่มกระทำในเวลาที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าพอดี  ในวันนี้คือเวลาประมาณ 18.15 น. ถือเป็นขนบธรรมเนียมของทหารหน่วยนาวิกโยธิน โดยมีการอัญเชิญธงราชนาวีลงจากยอดเสา โดยทั่วไปที่ถือเอาเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เมื่อเชิญธงราชนาวีลงจากยอดเสา พลแตรเดี่ยวจะเป่าเพลง ย่ำค่ำ หมายถึงการจบ สิ้นสุด หรือยุติลงอย่างสง่างาม ซึ่งสอดรับกับพิธีการของการอำลาชีวิตราชการอย่างกลมกลืน

ซึ่งทั้งสิ้นจะกระทำอยู่ท่ามกลางความสว่างจากดวงไฟที่จัดไว้อย่างเหมาะสม โดยมีลำแสงของพระอาทิตย์ที่ทาบทาท้องฟ้ายามเย็นย่ำเป็นฉากหลังที่สวยงามตามธรรมชาติ และปิดท้ายด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟอันงดงามตระการตา หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จะจัดพิธีเช่นนี้ขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ หรือเทิดเกียรติบุคคลสำคัญของกองทัพเรือเท่านั้น พิธีดังกล่าว จะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่ลำแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์จะค่อย ๆ เลือนลับไปกับความมืด

แจ้งข้อหา 2 แม่-ลูก ด่าตำรวจจราจร ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน

ตำรวจทุ่งมหาเมฆ แจ้งข้อหา 2 แม่-ลูก สายแว้น! ด่าตำรวจจราจร ดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ – ทำร้ายร่างกาย

พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผู้กำกับการ สน.ทุ่งมหาเมฆ พร้อมด้วย เยาวชนชาย และมารดา ที่ปรากฎในคลิปด่าทอตำรวจจราจร ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณปากซอยสุวรรณสวัสดิ์ ถนนพระรามที่ 4 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และมีการเผยแพร่คลิปวีดิโอ ดังกล่าวจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ได้ร่วมแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน

หลังได้เรียกตัว 2 แม่ลูกมารับทราบข้อกล่าวหา ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ว่า จากการพูดคุยกับทั้ง 2 คน ให้การยอมรับทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่พอใจที่ถูกตำรวจเรียกตรวจ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งฝ่ายมารดาของเยาวชนชาย ระบุว่า ไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ยึดรถจักรยานยนต์ไว้ ซึงตนเองพยายามขอรถจักรยานยนต์ไปส่งของ แต่ตำรวจก็ไม่ยอม จึงเกิดอารมณ์โมโห ต่อว่าเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ หลังจากพูดคุยทำความเข้าใจกันแล้ว ทั้งคู่ได้สำนึกในสิ่งที่ทำลงไป และรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ มารดา ว่า ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำ ทั้งปรับ ส่วนเยาวชนชาย ถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือ ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และ ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ คือ ระหว่างเกิดเรื่อง เยาวชนชายคนดังกล่าว ถ่มน้ำลายใส่เจ้าหน้าที่ ก็ถือเป็นการทำร้ายร่างกายเช่นกัน

อุทาหรณ์! หนุ่มเมาหนัก ตกน้ำสูงแค่หน้าแข้ง ดับอนาถ

อุทาหรณ์! หนุ่มเมาหนัก ตกน้ำสูงแค่หน้าแข้ง ดับอนาถ ญาติไม่ติดใจการตายแต่อย่างใด

วันนี้(18 ก.ย.)  เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสรรคบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตในร่องน้ำ พื้นที่หมู่ที่9 ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี ซึ่งเป็นศพของนายวิชัย เกิดพิทักษ์ อายุ 36 ปี นอนตะแคงจมอยู่ในน้ำ มีจักรยานทับบริเวณแขน โดยศีรษะจมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยลงไปตรวจสอบ พบว่าน้ำมีความลึกเพียงแค่ครึ่งหน้าแข้งหรือประมาณ 30 ซม. เท่านั้น จึงนำรถจักรยานพร้อมศพนายวิชัยขึ้นจากน้ำ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นแพทย์ชันสูตรไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้าย สอบสวนนายชาญ เกิดพิทักษ์ อายุ 60 ปี พ่อผู้ตายทราบว่า นายวิชัยเป็นคนชอบดื่มเหล้าขาวเป็นประจำ โดยจะขอเงินไปซื้อเหล้าขาววันละ 2 ครั้ง คือเช้าและเย็น ครั้งละ 30 บาท โดยวันนี้นายวิชัยขอเงินออกไปซื้อเหล้ากิน ช่วงเช้าแล้วก็หายไปจนถึงเย็น ตนเองก็รู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องร้าย จนมีเพื่อนบ้านมาแจ้งข่าวว่าพบลูกชายกลายเป็นศพดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า นายวิชัยคงกินเหล้าจนเมาหนัก ทำให้ปั่นจักรยานเสียหลักตกลงไปในร่องน้ำ ด้วยความเมา ทำให้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จมน้ำตาย ซึ่งญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตายแต่อย่างใด ตำรวจจึงมอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป พร้อมทั้งฝากเตือนผู้ที่นิยมการดื่มสุรา ขอให้ดื่มแต่เพียงพอดี เพราะถ้าเมาหนักอาจจะทำให้เกิดเรื่องเศร้าเหมือนนายวิชัยที่ตายเพราะน้ำเพียงแค่หน้าแข้งเท่านั้น