ชัยภูมิอ่วม น้ำเขื่อนลำปะทาว ทะลักท่วมขยายวงกว้าง

เมืองชัยภูมิอ่วมหนัก มวลน้ำเขื่อนลำปะทาวยังทะลักเข้าท่วมโซนเศรษฐกิจ ขยายวงกว้าง โรงพยาบาลขนส่งผู้ป่วยยากลำบาก

สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ชัยภูมิ ล่าสุด นายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ ได้รับรายงานการและได้สั่งการช่วยเหลือราษฎรที่เดือดร้อนในพื้นที่ถูกน้ำท่วมในเบื้องต้นแล้ว ขณะที่การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่บ้านถูกน้ำท่วมขนส่งมาโรงพยาบาลเป็นไปอย่างยากลำบากมาตลอดทั้งคืน

ซึ่งระดับน้ำหลากเข้าท่วมในพื้นที่หลายชุมชนรวมทั้งสำนักงานสถานที่ราชการที่สำคัญของจังหวัดหลายแห่ง มีระดับท่วมสูงเพิ่มขึ้นมากขึ้นต่อเนื่องอีกกว่า 50 ซม. -1เมตร ทำให้ผู้ค้าย่านตลาดสดเทศบาล ที่เตรียมขนสินค้ามาจำหน่ายต้องผิดหวังขนของหนีน้ำกันอลหม่านเนื่องจากระดับน้ำได้ทะลักขึ้นมาจากท่อระบายน้ำมีระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร โรงเรียนในพื้นที่ต้องประกาศหยุดเรียนไว้ก่อนแล้ววันนี้รวม 6 แห่ง คือ

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล,สตรีชัยภูมิ,ไพเราะ,สุนทรวัฒนา และเทศบาล 3 และเทศบาล 4 รวมทั้งโดยเฉพาะเส้นทางหลักผ่านในย่านกลางตัวเมืองชัยภูมิ ขณะนี้ต้องนำป้ายไปติดไว้เพื่อห้ามรถเล็กทุกชนิดไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรเข้าตัวเมืองชัยภูมิ

นอกจากนี้ยังพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร มากกว่า 300 หลังคาเรือน และยังขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ โดยทางเทศบาลเมืองชัยภูมิ ชลประทานจังหวัดได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมเพื่อระบายน้ำตลอด 24 ชม.

อย่างไรก็ตาม คาดว่า น้ำจะหลากเข้าท่วมในตัวเมืองชัยภูมิ เขตโซนเศรษฐกิจในช่วงอีก 1-2 วัน จากนี้เพิ่มเติม ประชาชนจึงควรเก็บสิ่งของมีค่าไว้บนที่สูงก่อนเพื่อรอฟังการแจ้งเตือนจากทางจังหวัดชัยภูมิ ตลอดช่วงสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด

ญาติผู้เสียชีวิตเหตุสลายชุนนุม ปี 53 ร้องอสส. ส่งสำนวนคดีให้ ป.ป.ช.

ญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม ปี 53 ร้องอัยการสูงสุดให้แจ้ง ป.ป.ช. ไต่สวน ‘อภิสิทธิ์’ พร้อมยื่นหลักฐานใหม่

วันนี้ (18 ก.ย. 60) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปิดล้อมพื้นที่และสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 พร้อมทีมทนายความได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อสำนักอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อขอให้แจ้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนคดี 99 ศพ ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ตกเป็นผู้ต้องหากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น

ซึ่งมีข้อเท็จจริงทางคดีที่สำคัญและมีพยานหลักฐานใหม่ โดยนำมารวมกับสำนวนความผิดฐานเจตนาฆ่าที่อัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องไว้แล้ว เพื่ออัยการสูงสุดจะได้ฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ทั้งนี้ ประเด็นที่นำมายื่นเป็นหลักฐานใหม่ มีคำพิพากษาศาลฎีกา พร้อมคำสั่งไต่สวนที่มีมากขึ้นกว่าเดิม และขอให้ ป.ป.ช. เปิดเผยสำนวนการไต่สวน เนื่องการไม่ใช่ความรับ จึงควรเปิดเผยว่า ไต่สวนพยานปากใดไปแล้วบ้าง

อย่างไรก็ตาม เรือโท สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ พร้อมเผยว่า หลังรับเรื่องก็จะส่งต่ออัยการสูงสุดทันที ส่วนเรื่องระยะเวลาให้การพิจารณายังให้คำตอบไม่ได้ แต่เชื่อว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ท่านอัยการสูงสุดคงพิจารณาสั่งการตามข้อกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมโดยเร็ว

งานฝีมือทำเงิน !! อาชีพทำหนังตะลุง ขายได้สูงสุดตัวละหมื่น

เมื่อพูดถึงงานฝีมือที่สามารถทำเงินได้ หนึ่งในนั้นคือการทำ ‘หนังตะลุง’ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น โดยในปัจจุบันมีราคาตั้งแต่หลักสิบ ไปจนถึงหลักหมื่นบาท

วันที่ 18 กันยายน 2560 ที่บ้านของนายเปรม พุฒแก้ว อายุ 77 ปีบ้านเลขที่ 12/36 ซอย 12 ถนนบ้านโพธิ์ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านที่รับแกะตัวหนังตะลุงมานานกว่า 30 ปี โดยขั้นตอนการทำหนังตะลุง เริ่มจากการรับซื้อหนังวัวนำมาขูดเอาเนื้อออกให้หมดแล้วแช่ด้วยน้ำส้มสายชู ก่อนจะนำไปขึงและผึ่งแดดให้แห้งสนิทอีก 1-2 วัน

จากนั้นจึงนำมาวาดลวดลายและแกะสลักออกมาเป็นรูปหนังตะลุง หรือภาพที่ต้องการ เช่น ภาพพระพุทธเจ้า, ภาพหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด,พระอินทร์,พระพรหม ตัวตลก ไอ้เท่ง ไอ้ทอง หนูนุ้ย พูนแก้วและอื่น ๆ โดยกำลังแกะสลักรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเทิดพระเกียรติฯ และเก็บไว้เป็นที่ระลึก ด้วย โดยมีนางสาวเกศินี พุฒแก้ว(น้องฟ้า) อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นหลานสาวช่วยระบายสีตัวหนังตะลุงตั้งแต่ตัวเล็กไปจนถึงตัวใหญ่ และทำมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาจนจบชั้นปริญญาตรี ด้วยความผูกพันที่เห็นมาตั้งแต่เกิด ประกอบกับต้องการแบ่งเบาภาระของคุณตาที่นับวันจะแก่ชราลงไปมาก จนไม่สามารถแกะรูปหนังตะลุงตัวใหญ่ ๆ ได้แล้ว ทำให้น้องฟ้าหันมาหยิบจับปากกาและสี ช่วยคุณตาวาดภาพระบายสีเรื่อยมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วคุณตาคอยสอนอย่างใกล้ชิด

ซึ่งสมัยเรียนในระดับปริญญาตรี น้องฟ้าได้นำเอาเรื่องราวของหนังตะลุง ไปทำรายงานในห้อง ปรากฏว่าทำออกมาได้ดีมาก ขณะที่เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันไม่มีใครรู้จักหนังตะลุงได้ดีกว่าเธอ จึงยิ่งสร้างความภาคภูมิใจและตั้งใจช่วยงานแกะสลักหนังตะลุง จนสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วมากขึ้นตามประสบการณ์ที่สั่งสมมา อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้อนุชนรุ่นต่อ ๆ ไปได้รู้จัก และร่วมกันสืบทอดไม่ให้สูญหายไปในอนาคต ซึ่งน้องฟ้าได้พยายามทำความรู้จักกับหนังตะลุงแต่ละตัวให้มากขึ้น ด้วยการใช้เวลาว่างเชิดหนังตะลุงร่วมกับคุณตา และยังเปิดให้เยาวชนและประชาชนที่สนใจเข้ามาร่วมสืบทอดการแกะสลักรูปหนังตะลุงหรือสนใจซื้อรูปหนังตะลุงได้ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว

เมื่อพูดถึงราคาขาย จะมีตั้งแต่ตัวละ 15 บาทไปจนถึง 10,000 บาท แล้วแต่ความยากง่ายและเป็นงานฝีมือล้วน ๆ ด้าน น.ส เกศินี พุฒแก้ว อายุ 28 ปีกล่าวว่า เพราะคุณตาแก่มากขึ้นตนจึงต้องมาช่วยตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา วาดภาพระบายตั้งแต่ขนาดตัวเล็กถึงตัวใหญ่และผูกพันมาตั้งแต่เกิด และเห็นว่าเป็นสิ่งที่ตารักมาก ซึ่งตนยังนำไปทำเป็นรายงาน ผลงานออกมาได้ดีมาก ขณะที่เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันไม่รู้จักรูปหนังตะลุง ตนจึงกลัวว่าจะสูญหายไปจึงต้องเข้ามาช่วยกันดูแลและอยากให้มีคนมาช่วยสืบทอด เพราะตนอยากเรียนรู้ให้มากขึ้นเนื่องจากองค์ประกอบของรูปหนังตะลุงแต่ละตัวนั้นเยอะมาก