ผกก.สุทธิสารลั่น! นักศึกษาแพทย์ไม่มาตามหมายเรียก โดนหมายจับเเน่

ผกก.สุทธิสารลั่น นักศึกษาแพทย์วางยาฆ่าสุนัข ไม่มาตามหมายเรียกครั้งที่สองโดนหมายจับเเน่

พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร กล่าวถึงความคืบหน้าในในคดีนักศึกษาแพทย์วางยาฆ่าสุนัขว่า การที่เจ้าตัวจะขอเลื่อนไม่มารับทราบข้อกล่าวหาในหมายเรียกครั้งเเรกเเม้จะเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ในวันที่ 18 กันยายน ซึ่งเป็นวันตามนัดในหมายเรียกครั้งเเรก โดยหมายเรียกเเต่ละครั้งก็จะมีระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งหากในครั้งที่สอง นักศึกษาเเพทย์ที่ถูกออกหมายเรียกยังไม่มา ก็จะดำเนินการขอศาลออกหมายจับเพื่อมาเเจ้งข้อหาดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม หากมาตามหมายเรียก ก็สามารถเเจ้งข้อหาได้ทันที ส่วนการที่โทรมาขอเลื่อน แต่ไม่ได้ระบุว่าจะมาวันใด ซึ่งตนมองว่า การดึงเวลาถือเป็นช่องว่างทางกฎหมาย ทำให้การทำสำนวนล่าช้า

ตำรวจมาเลเซีย รวบ 7 เยาวชน วางเพลิงโรงเรียน มีผู้เสียชีวิต 23 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย รวบ 7 เยาวชน ร่วมวางเพลิงโรงเรียนสอนศาสนากลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เสียชีวิต 23 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเวีย ควบคุมตัว เยาวชน 7 ราย เชื่อมโยงกับ เหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ดรงเรียนสอนศาสนา ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ทีมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น

โดยผู้ที่ถูกควบคุมตัว 7 ราย มีอายุตั้งแต่ 11-18 ปี ถูกนำตัวขึ้นศาลและฝากขังเป็นเวลา 7 วัน ตามที่ อมาร์ซิง ผู้บังคับบัญญาการตำรวจมาเลมาเลเซีย รายงาน (วานนี้) ซึ่งผู้บัญญาการตำรวจ กล่าวว่า การจับคุม ผู้ก่อเหตุทั้ง 7 ถือได้ว่าเป็นการไขข้อสงสัยของคดีนี้ ตามกระบานการตามกฎหมายแล้ว

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุสลดสุดในรอบ 20 ปี ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และเจ้าหน้าที่รวจกำลังเร่งตรวจสอบว่าเหตุการณ์นี้เป็นการฆาตกรรมหรือเพียงแค่เหตุเพลิงไหม้เท่านั้น

โดยโรงเรียนสอนศาสนาแห่งนี้ เกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อตรู่ เช้าวันพฤหัสที่ผ่านมา ที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดและนักเรียน ส่วนใหญ่กำลังนอนหลับพักผ่อน และหน้าต่างของห้องพักถูกกั้นด้วยตารางเหล็ก จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุ ยอมรับตั้งใจวางเพลิงจริง ซึ่งเบื้องต้น คาด ว่าเป็นความคึกคะนองที่ไม่ได้หวังผลถึงชีวิต

อดีตอัยการสูงสุด ติงสังคมออนไลน์ทำตัวเป็นศาลเตี้ย ปมบอส-วรยุทธ

อดีต อสส. ป้องอัยการฯทำคดี “บอส-วรยุทธ” อืดจนหมดอายุความ ติงสังคมออนไลน์ทำตัวเป็นศาลเตี้ย ตัดสินคนก่อนกระบวนการยุติธรรมสิ้นสุด

นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด และคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ดำเนินการเกี่ยวกับคดีของ นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ล่าช้าและไม่สามารถนำตัวมาฟ้องได้จนขณะนี้คดีหมดอายุความไปแล้ว 3 จาก 4 คดี ว่า ในขั้นตอนของคดีนายวรยุทธนั้น

ทางผู้ต้องหาได้ทำการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่าระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ระบุไว้ว่า หากมีเหตุที่จะร้องขอความเป็นธรรม สามารถทำได้ทุกระดับชั้น เท่าที่ทราบในเรื่องนี้ เดิมนายวรยุทธร้องขอความเป็นธรรมมา และได้ข้อยุติแล้ว แต่ต่อมากลับร้องไปที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้วก็เลื่อนคดีมา เพราะมีหนังสือจากสภาฯ มาว่า ทางอัยการยังสอบไม่ครบ

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับด้วยว่า คดีของ นายวรยุทธ เป็นที่สนใจของสังคมเป็นอย่างมาก มีการแสดงความคิดเห็นและส่งต่อกันจนอาจจะผิดพลาดในข้อเท็จจริงบางประการไป เพราะจริงๆ พนักงานสอบสวนได้มีการตั้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาท กับตำรวจที่เสียชีวิตด้วยเช่นกัน อีกทั้งครอบครัวอยู่วิทยาได้เยียวยาช่วยเหลือญาติของผู้เสียชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว โดยไม่รอผลของคดี จึงอยากให้สังคมไตร่ตรองและระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นต่างๆ โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ ที่ทุกวันนี้ทำตัวเป็นศาลเตี้ย