พาที สารสิน ลาออกจาก CEO นกแอร์แล้ว

พาที สารสิน ลาออกประธานเจ้าหน้าที่บริหารนกแอร์ มีผลตั้งแต่ 14 ก.ย. 60 พร้อมตั้งปิยะ ยอดมณี ดำรงตำแหน่งแทน ดด้านเจ้าตัวโพสต์ซึ้ง “ทุกการเปลี่ยนแปลง นำมาซึ่งอนาคตสดใส” หลังพ้นตำแหน่ง

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 9/2560 ได้รับทราบการลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนายพาที สารสิน มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม นายพาที ยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทเช่นเดิม

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติแต่งตั้งนายพาที เป็นรองประธานกรรมการบริษัท และแต่งตั้งนายปิยะ ยอดมณี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ทั้งนี้หลังจากคณะกรรมการมีมติรับทราบการลาออกดังกล่าว ความเคลื่อนไหวล่าสุด (14 กันยายน 2560) นายพาที สารสิน ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว patee122 ระบุว่า Every change brings a brighter future #nokair หรือ ทุกการเปลี่ยนแปลง นำมาซึ่งอนาคตที่สดใส

สำหรับ นายพาที สารสิน ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็น CEO ของสายการบินนกแอร์ เส้นทางชีวิตของเขา ผ่านการทำงานจากการเป็นนักโฆษณาที่ประสบความสำเร็จจนหลายคนให้การยอมรับในฝีมือ กระทั่งปี 2547 เขาได้เริ่มต้นบุกเบิกและก่อตั้งสายการบินใหม่ที่ชื่อว่า นกแอร์ ขึ้นในประเทศไทย

สรรพสามิต ย้ำขึ้นภาษีเหล้า-บุหรี่ใหม่ไม่เป็นภาระประชาชน

กรมสรรพสามิต ยัน ภาษีใหม่ราคาขึ้น 2% ส่งผลให้บุหรี่ เพิ่ม 2-15 บาท สุรา 8-30 บาท ส่วนเบียร์ 0.50-2 บาท เชื่อจะไม่ทำให้ราคาขายปรับเพิ่มสูงจนเป็นภาระต่อประชาชน

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันนี้ ว่า จะทำให้มีเม็ดเงินจากการจัดเก็บภาษีในอัตราใหม่เพิ่มขึ้นในภาพรวมร้อยละ 2 หรือประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยมองว่าภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น จะไม่ทำให้ราคาขายปรับเพิ่มสูงจนเป็นภาระต่อประชาชน เนื่องจากปัจจุบันมีการแข่งขันในตลาดที่สูง

โดยในส่วนของไวท์นำเข้า หากมีราคาเกิน 1,000 บาท จะมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 110 บาทต่อขวด ส่วนไวท์ที่มีราคาต่ำกว่า 1,000 บาท จะมีราคาลดลง 20-60 บาทต่อขวด ขณะที่ราคาสุรา หากเป็นสุราขาว จะปรับขึ้น 3.50 บาทต่อขวด แต่หากเป็นสุรากลั่นขนาดขวด 700 มิลลิลิตร 28 ดีกรี จะปรับขึ้น 8 บาทต่อขวด สุรากลั่น 40 ดีกรี ปรับขึ้น 30 บาทต่อขวด สุรานำเข้าที่มีราคาสูง ราคาจะปรับลดลง 2-20 บาทต่อขวด

ขณะที่ราคาเบียร์ กระป๋อง จะปรับเพิ่มขึ้น 50 สตางค์ต่อกระป๋อง และแบบขวด จะปรับขึ้น 2 บาทต่อขวด ส่วนราคาบุหรี่ ที่มีราคาต่ำกว่าซองละ 60 บาท จะปรับขึ้นประมาณ 4-15 บาทต่อซอง บุหรี่ที่มีราคาสูงกว่า 60 บาท จะปรับเพิ่มขึ้น 2-10 บาทต่อซอง โดยอัตราใหม่จะใช้จัดเก็บในช่วงเวลา 2 ปี และหลังจากนั้นจะใช้อัตราที่เท่ากันที่ ร้อยละ 40 เพื่อให้อุตสาหกรรมบุหรี่ได้มีเวลาปรับตัว

ขณะที่เครื่องที่มีน้ำตาลปริมาณเช่น ชาเขียวเพิ่มขึ้นประมาณ 1.13-2.05 บาท กาแฟเพิ่มขึ้นประมาณ 1.35บาท และน้ำผักผลไม้เพิ่มขึ้น 6-54 สตางค์

อย่างไรก็ตาม การปรับใช้อัตราภาษีใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้วันนี้ สินค้าส่วนใหญ่ที่จำหน่ายจึงยังเป็นสต็อกเดิม ที่มีตราอากรก่อนวันที่ 16 กันยายน 2560 จึงอยากเตือนผู้ค้าอย่าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยอ้างว่าเป็นการปรับขึ้นตามอัตราภาษีใหม่ที่ยังคับใช้วันนี้ เนื่องจากทางกรมสรรพสามิต ได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในการลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งหากพบกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วย ราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวจาก INN

ยกเลิกใบตม.6 มีผลแล้ว ด้านนายกฯ ชี้ช่วยลดแออัด

นายกรัฐมนตรี มั่นใจ ยกเลิกใบ ตม.6 เพราะมีระบบจัดเก็บข้อมูลดีแล้ว รับ จนท.เพิ่ม 300 อัตรา ขยายพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาความแออัด ยัน ต่างชาติจำเป็นต้องทำเพื่อความมั่นคง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระบุถึงการยกเลิกกรอก ใบ ตม.6 หรือ แบบรายการบุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรไทย สำหรับผู้เดินทางชาวไทย ตามคำสั่ง หัวหน้า คสช.ที่ 42/2560 เรื่อง แก้ไขกฎหมายคนเข้าเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางสัญชาติไทย ว่า

ปัจจุบันการจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีสัญชาติไทยมีความเป็นระบบแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องยื่นใบ ตม.6 อีก ซึ่งจะเป็นการช่วยอำนวยความสะดวก ลดความแออัดบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในการบริหารจัดการงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ผู้เดินทางชาวต่างชาติยังคงต้องยื่นใบ ตม.6 อยู่ เพื่อประโยชน์ในด้านความมั่นคงและการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากประกาศนี้ออกไป ประชาชนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจ

อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้หน่วยงานที่ปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เดินทางทั้งชาวไทยและต่างประเทศยอมรับและประทับใจ

นอกจากนี้ พล.ท.สรรเสริญ ยังเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพัฒนาประสิทธิภาพการตรวจคนเข้าเมืองที่ว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มเติม 300 อัตรา เพื่อเสริมให้กับท่าอากาศยานทั่วประเทศ ส่วนบริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ ได้ขยายพื้นที่ และจุดตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้โดยสารชาวไทยหันไปใช้บริการตู้ตรวจสอบพาสปอร์ตอัตโนมัติภายในท่าอากาศยานมากขึ้น โดยศึกษาวิธีการใช้จากรายละเอียดที่ติดตั้งไว้ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อช่วยประหยัดเวลา และลดภาระของเจ้าหน้าที่ที่ต้องให้บริการผู้โดยสารจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังได้จัดหาบุคคลภายนอก (Outsource) มาเสริมการทำงานเพิ่มเติมอีกด้วย

ข่าวจาก INN