พายุกระหน่ำชัยภูมิ ต้นไม้ล้มทับบ้านประชาชน พังยับ 20 หลัง

พายุกระหน่ำชัยภูมิ ทำต้นไม้ล้มทับทับถนน – บ้านเรือนประชาชน เสียหาย กว่า 20 หลัง เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย

พายุฝนที่พัดถล่มในเขตพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาในพื้นที่รอยต่อ 2 ตำบล ของ อ.หนองบัวระเหว และ 1 ตำบล ของ อ.บำเหน็จณรงค์ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทั้งจากเทศบาลตำบลโคกสะอาด และ เทศบาลตำบลหนองบัวระเหว ต้องเร่งช่วยกันประสานเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าให้ช่วยตัดไฟเป็นการชั่วคราวก่อน หลังฝนตกทำต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้าขาด และล้มขวางทางถนนสาย 225 ชัยภูมิ-นครสวรรค์ ช่วงทางผ่านรอยต่อ 2 ตำบล เป็นระยะทางยาวอีกกว่า 2 กม. และมีบ้านเรือนประชาชนถูกต้นไม้ล้มทับได้รับความเสียหายอีกเป็นจำนวนมากกว่า 20 หลังคาเรือน นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ของประชาชนถูกต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับได้รับความเสียหายในหมู่ 3 ของบ้านโคกสะอาด ต.โคกสะอาด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานได้ช่วยกันสำรวจความเสียหายช่วยเหลือประชาชนทั้งคืนจนช่วงสายที่ผ่านมา จึงสามารถช่วยเคลียร์พื้นที่ได้ตามปกติ

ขณะที่ กลางดึกที่ผ่านมาในเขตพื้นที่บ้านกุดตลาด ตำบลหัวทะเล อ.บำเหน็จณรงค์ ลมพายุฝน ได้พัดกระหน่ำจนทำให้ต้นไม้ใหญ่หักล้มขวางถนนทับเส้นทางจำนวน 2 จุด คือถนนสายสุรนารายณ์ และ สาย 205 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ อบต.หัวทะเล ตำรวจ และกู้ภัยฮุก 31 ได้เร่งตัดต้นไม้ที่ล้มข้างทางถนนดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันสามารถใช้งานถนนเส้นดังกล่าวได้แล้ว ส่วนบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจและจะเร่งประสานทางอำเภอและจังหวัดชัยภูมิเพื่อช่วยหาแนวทางเยียวยาให้ความช่วยเหลือต่อไป

พ่อร้องกองปราบลูกสาวหาย 2 ปี หลังพบอยู่กินกับชาวอิสราเอลผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ

พ่อร้องกองปราบลูกสาวหายขาดการติดต่อ หลังพบอยู่กินกับชาวอิสราเอลผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพโบกปูน เชื่อไม่มีชีวิตอยู่แล้ว หวังเห็นเพียงศพ

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ นำนายอนันต์ แสงอุไร บิดาของนางสาวนันทิยา แสงอุไร ซึ่งหายตัวและขาดการติดต่อไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับกองบังคับการปราบปราม ให้ช่วยติดตามหาลูกสาว ซึ่งเป็นภรรยาของ นายซีมอน เบตัน ชาวอิสราเอล ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพและโบกปูนอดีตนายตำรวจอิสราเอลที่จังหวัดนนทบุรี ก่อนถูกจับกุมตัวเมื่อปี 2559

นายอนันต์ กล่าวว่า ตั้งแต่ที่ไปแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง ตั้งแต่ปีที่แล้ว ยังไม่มีความคืบหน้า และตำรวจได้อายัดเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ซึ่งมีหลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งตำรวจอ้างว่า ต้องมีผู้เชี่ยวชาญของอิสราเอลมาช่วยถอดรหัสแปลภาษาเพราะเป็นภาษาอิสราเอลทั้งหมด แต่เวลาผ่านมาจนถึงขณะนี้ก็ไม่มีความคืบหน้า ส่วนตัวไม่มีความหวังว่าลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ เพราะเวลาล่วงเลยมากว่า 2 ปี แล้ว

ส่วนเบาะแสสุดท้าย คือ การพูดคุยกับลูกสาว เมื่อปี 2558 ที่มายืมอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพ ซึ่งขณะนั้น ลูกสาวถูกนายซีมอนจับโกนศรีษะ และบอกว่าถูกบังคับให้เข้าลัทธิลัทธิหนึ่ง ตั้งแต่นั้นก็ขาดการติดต่อ จึงได้สอบถามไปหานายซีมอน ได้รับคำตอบหลายครั้งไม่ตรงกัน เช่น ลูกสาวป่วยเป็นมะเร็งเสียชีวิต และถูกจับกุมตัวที่ สปป.ลาว ประกอบกับ ที่ผ่านมา ทราบว่านายซีมอนเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ จึงเชื่อว่าลูกสาวไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่มีความหวังว่าจะเจอศพเพียงเท่านั้น

ขณะที่ นายรณณรงค์ ยอมรับว่าคดีนี้ ผู้ต้องหามีประวัติไม่ธรรมดา เคยพัวพันกับคดีฆ่าหั่นศพมาแล้วหลายศพ อีกทั้งลูกสาวของนายอนันต์ก็หายตัวไปนานกว่า 2 ปี ซึ่งจนถึงขณะนี้ไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับเบาะแส จึงต้องขอให้กองปราบปรามเข้ามาดูแลคดีนี้

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 2 กองปราบปราม อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดคดีที่ผู้เสียหาย สภ.บางบัวทอง รวมถึงหลักฐานสำคัญที่อ้างว่าอยู่ในการอายัดของตำรวจ ซึ่งจากการตรวจสอบล่าสุด หลักฐานดังกล่าวถูกส่งให้ศาลพิจารณาเป็นหลักฐานในคดีและจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คเพื่อดูข้อมูลได้

มท.1 ยินดีให้ตรวจสอบทุจริตจัดซื้อเรือเหาะ

พล.อ.อนุพงษ์ สนับสนุนการร้องเรียนตรวจสอบทุจริตจัดซื้อ เรือเหาะ แจงกล้อง 5 ตัว ยังใช้การได้ แนะทุกฝ่ายศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน ตั้ง คกก.สอบข้าราชการปมป่าชุมชนห้วยเม็ก

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีที่กองทัพบก ปลดระวางการใช้งานเรือเหาะตรวจการณ์ เนื่องจากหมดอายุใช้งาน และถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงงบประมาณจัดซื้อที่สูง และประสิทธิภาพการใช้งานที่ไม่คุ้มค่า ว่า ไม่ทราบใครเป็นผู้ประเมินประสิทธิภาพของเรือเหาะ แต่ย้ำมูลค่าจัดซื้อรวม 350 ล้านบาท แบ่งเป็นราคาตัวกล้อง 250 ล้านบาท จำนวน 5 ตัว

ซึ่งขณะนี้ตัวกล้องยังสามารถใช้การได้ดี ติดไว้กับแท่น ฮ. 3 ลำ ส่วนอีก 2 กล้อง ติดอยู่ที่เรือเหาะ ซึ่งยังใช้การได้ ขณะที่ตัวเรือเหาะและโรงเก็บ ราคาอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งการประมินคุณภาพใช้การได้หรือไม่อยู่ที่กองทัพบก รวมไปถึงอาจมีการพิจารณาเรื่องการทุจริต ซึ่งเป็นอีกเรื่องหากมีการร้องเรียน

ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นด้วยหากมีการร้องเรียนให้มีการตรวจสอบทุจริต เพราะจะได้ไม่นำมาวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่มีข้อมูล อีกทั้งได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้ว จึงบอกไม่ได้ถึงการปรับเปลี่ยนสภาพการใช้งานของเรือเหาะตรวจการณ์จะทำได้ในรูปแบบใดบ้าง เพราะช่วงของการจัดซื้อ ไม่ได้เป็นผู้พิจารณาโดยตรง ฉะนั้นจะต้องตรวจผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม อยากเรียกร้องทุกฝ่ายศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เพราะหากเข้าใจผิดในช่วงเริ่มต้น ก็เข้าใจโครงการจัดซื้อนี้ผิดไปด้วย และอย่าใช้ความรู้ประเมินความคุ้มค่า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังกล่าวถึงความคืบหน้าตรวจสอบ กรณีการอนุญาตให้ บริษัทในเครือกระทิงแดงเช่าที่ดินป่าห้วยเม็ก ในพื้นที่ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ว่า ล่าสุดได้รับรายงาน จาก คณะกรรมการกรมที่ดิน ที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยเฉพาะขั้นตอนสำคัญในการสอบถามความคิดเห็นประชาชน ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ที่เรียกว่าการทำประชาคม

ซึ่งเบื้องต้น พบว่า มีประชาชนที่ใช้ประโยชน์มาลงชื่อคัดค้าน แต่ในเอกสารจากอำเภอ ที่ส่งขึ้นมาถึงจังหวัด กรมที่ดิน และกระทรวงมหาดไทย กลับสรุปว่าไม่มีปัญหา จึงไม่น่าจะถูกต้องเพราะเป็นข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง ดังนั้นในขั้นตอนต่อไป จะต้องให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งหากพบว่าขั้นตอนดำเนินการชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ก็ยืนยันตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติให้ใช้ แต่ถ้าไม่ถูกต้อง เรื่องนี้ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ ทั้ง วินัย และอาญา ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนที่ออกมา

ส่วนการยกเลิกให้ใช้พื้นที่ป่าห้วยเม็กนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เมื่อดูจากข้อมูลการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ในชั้นนี้หากมีประชาชน ในฐานะผู้ใช้ประโยชน์ ไปคัดค้านต่อนายอำเภอ ก็สามารถตั้งเรื่องดำเนินการได้ ก่อนเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยกเลิกตามอำนาจโดยไม่ต้องเสนอขึ้นมาที่กระทรวงมหาดไทย รวมถึงกรณีผู้ได้รับอนุญาตปรับพื้นที่จนเกินสภาพก็สามารถยกเลิกได้เช่นกัน