ผ่านมา 7 วัน ยังไร้วี่แววโจรบุกเดี่ยวชิงเงินแบงค์ธนชาติ

ตำรวจยังไร้วี่แววโจรใช้ปืนบุกเดี่ยวชิงเงินแบงค์ธนชาติ ยันไม่นิ่งดูดาย ลงพื้นที่สืบสวนต่อเนื่อง

พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ภิญโญ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ภายในธนาคารธนชาต สาขาบางโคล่ ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ หลังศาลออกหมายจับ นายวัฒนา ภูจริต หรือตั๊ก อายุ 30 ปี อาชีพช่างซ่อมบำรุงทั่วไป ผู้ต้องหาก่อเหตุดังกล่าวไปแล้ว

โดยระบุว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการเร่งรัดติดตามจับกุมตัว แต่ยังไม่มีเบาะแสเพิ่มเติม โดยผู้ต้องหายังไม่ได้ติดต่อคนรู้จักหรือญาติพี่น้องแต่อย่างใด และยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าผู้ต้องหายังอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือหลบหนีออกต่างจังหวัดไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการลงพื้นที่เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหากมีเบาะแสขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เผยคลิป​โจรใจเย็น งัดตู้เติมเงินใช้เวลานานกว่า 15 นาที

โจรใจเย็น งัดตู้เติมเงินใช้เวลานานกว่า 15 นาที ได้เงินไปประมาณ 4,000 บาท

วันที่ 14 ก.ย. ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ อุดมรักษ์ รองสว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธย่า จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบ ตู้เติมเงินโทรศัพท์แบบหยอดเหรียญที่ถูกคนร้ายงัด บริเวณหน้า สิทธิพร อพาร์ทเม้นท์ ม.3 ต.คลองสวนพลูอ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จากการตรวจสอบพบว่า ตู้เติมเงินโทรศัพท์แบบหยอดเหรียญ ฝาตู้เปิดอ้าออก ที่ฝาตู้มีรอยฉีกขาด ถุงเงินในตู้ซึ่งมีเงินประมาณ 4,000 บาท ถูกคนร้ายเอาไป

ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเข้ามาก่อเหตุช่วงเวลาประมาณ 03.00 น.คนร้ายอายุประมาณ 25-30 ปี สวมใส่หมวกกันน็อคสีขาวสวมเสื้อแจ็คเก็ตคลายของพนักงานโรงงาน ขับขี่รถ จยย.มาจอด จังหวะนั้น มีคนกำลังเติมเงินอยู่ คนร้ายจึงนั่งรถอยู่บนรถจยย.พอคนเติมเงินเสร็จ คนร้ายได้ลงจากรถ ตรงเข้ามาที่ตู้เติม เงินพยายามงัดตู้หลายครั้ง แล้วเดินกลับไปกลับมาที่รถจยย. เพราะเกรงว่าจะมีคนเห็น จนครั้งสุดท้ายคนร้าย ทั้งงัดตู้ทั้งโยกทั้งทุบจนสามารถเปิดฝาตู้ได้ แล้วหยิบเอาถุงเงินซึ่งอยู่ในตู้ หลบหนีไป ใช้เวลานานกว่า 15 นาที

สอบสวนนายลือชา เกตุวงษ์ อายุ 43 ปี ผู้ดูแลหอพัก ทราบว่า ปกติที่หอพักจะมีคนเข้าออกตลอดเวลา จนเมื่อช่วงเช้ามืดตนออกไปทำธุระพบว่าตู้ถูกงัดแล้ว ภายในมีเงินประมาณ 4,000 กว่าบาท

“ครูเงาะ” เซ็งคดี “ครูอ้อย” ไม่คืบหน้า โอดอยากให้เรื่องจบ

“ครูเงาะ รสสุคนธ์” เซ็งคดีถูก “ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต” ฟ้องร้องยังไม่คืบหน้า โอดอยากให้เรื่องจบเร็วๆ

หลังจาก “ครูเงาะ รสสุคนธ์” ถูก “ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต” ฟ้องร้องข้อหาข่มขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้านบาท จนเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา “ครูเงาะ” พร้อมทนายความหอบหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ่อทอง จ.ชลบุรี ตามหมายเรียกของเจ้าหน้าที่เข้ารับทราบ 4 ข้อหา ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์, รีดทรัพย์, หมิ่นประมาท และนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ “ครูเงาะ” ต้องไปชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความบริสุทธิ์ใจ

แต่ดูเหมือนคดีจะยืดเยื้อและหาข้อสรุปไม่ได้ จนส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของ “ครูเงาะ” เพราะต้องเสียเวลาเดินทางไปเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งล่าสุด เจ้าตัวก็ออกมาเปิดใจแบบเซ็งๆ ว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า หลังจากที่ได้เข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกกลับไปอีกครั้งเพื่อที่ตนจะได้เอาหลักฐานไปชี้แจงเพิ่มเติม เพราะวันนั้นที่ไปก็เหมือนแค่ว่าไปแสดงตัวให้เห็นว่าตนมาแล้ว ไม่ได้หนีไปไหน

โดยเท่าที่ได้พูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรที่กังวลใจ ทุกอย่างโอเคหมด อีกอย่างวันนั้นที่ไปก็ไม่ได้เห็นหลักฐานของอีกฝ่ายที่กล่าวอ้าง เลยยืดเยื้อทำให้ตนรู้สึกเซ็งอยู่เหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรส่วนตัวเข้าใจว่า อาจจะเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ไม่ให้คู่กรณีดูหลักฐาน เพราะมันอาจจะต้องมีขั้นตอนไปถึงอัยการหรือว่าศาลในความคิดส่วนตัว

ส่วนกับคู่กรณี “ครูอ้อย” ตนก็ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุย และไม่คิดที่จะติดต่อไป ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายดีกว่า หากจะไกล่เกลี่ยก็ยินดี เมื่ออีกฝ่ายตกลง เพราะจะได้อธิบายในส่วนที่เข้าใจผิด และอยากจะให้เรื่องนี้จบเร็วๆ ไม่อยากให้ค้างคาแบบนี้