เตือน ‘พายุทกซูรี’ ทำภาคเหนือ-อีสาน ฝนตกหนัก กทม. 60%

กรมอุตุฯ เตือน “พายุทกซูรี” ภาคเหนือ และภาคอีสาน ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วงวันที่ 15-17 ก.ย. 60

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 14-18 ก.ย. 60

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พายุโซนร้อน “ทกซูรี (DOKSURI)” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านอ่าวตังเกี๋ย และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของเมืองฮานอย บริเวณประเทศเวียดนามในวันที่ 15 ก.ย. 60 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือในช่วงวันที่ 15-17 ก.ย. 60 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตอนบนควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง

ขณะที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม

ทำกันได้! โจรขโมยทองคุณยาย เกือบ 1 แสนบาท ขณะปลูกต้นดวงเรือง

โจรขโมยทอง แหวนเพชร และ มือถือ ยายชาวอุดรธานี รวมมูลค่า เกือบ 1 แสนบาท 

ร.ต.อ.วรวิทย์ ซุยลา รองสารวัตร สอบสวน สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายเข้ามาทำการลักทรัพย์ คุณยาย 2 ราย บริเวณทางเข้าวัดป่าหนองไฮ จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบ ผู้เสียหายรายแรก คือ นางบุญชม  อายุ 62 ปี  ทรัพย์สินที่หายไป มีตะกร้าพลาสติกสีเขียว ข้างในมีสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น พร้อมเหลี่ยมทองพระนเรศวร น้ำหนัก 50 สตางค์ , แหวนเพชร 1 วง , แหวนทองครึ่งสลึง ,โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง , กระเป๋าสตางค์สีขาว ข้างในมีเงินสด 500 บาท รวมมูลค่า 96,200 บาท  ส่วน รายที่สอง นางอ้วน อายุ 66 ปี  ทรัพย์สินที่ถูกคนร้ายขโมยไป โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กระเป๋าสตางค์ สีดำ ข้างใน มีเงินสด 150 บาท มูลค่า 650 บาท

จากการสอบสวน ผู้เสียหาย ทั้งสองคน ให้การว่า ได้มาทำบุญที่วัดแห่งนี้เกือบทุกวัน และชวนกันมาปลูกต้นดาวเรือง ที่ทางเข้าวัด ในขณะนั่งหันหลังปลูกต้นไม้อยู่นั้น ได้วางทรัพย์สินเอาไว้ข้างตัว แล้วมีชายคนร้ายเข้ามาขโมยทรัพย์สินดังกล่าวไป พอรู้สึกตัวอีกที เห็นคนร้าย ได้วิ่งเข้าไปในป่าอ้อยข้างทาง ห่างจากจุดที่พวกตนปลูกต้นไม้ไปประมาณ 20 เมตร

ด้าน ร.ต.อ.วรวิทย์ เปิดเผยว่า รูปพรรณของคนร้าย เป็นชายวัยรุ่น สวมเสื้อยืดสีฟ้า โดยจะให้ตำรวจสืบสวน ทำการตรวจสอบประวัติ เพื่อเป็นเบาะแส ในการติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อึ้ง! ช่างบูรณะโบราณสถาน ‘ถ้ำเขาหลวง’ ไร้มาตรฐาน

นักประวัติศาสตร์เมืองเพชร อึ้ง! กรมศิลป์ฯสั่งงานช่างบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวงไร้มาตรฐาน

ศาสตราภิชานล้อม เพ็งแก้ว นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีเมืองเพชรเปิดเผยว่า ตนเองในฐานะกรรมการดูแลตรวจสอบการบูรณะโบราณสถานในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งได้ติดตามการบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวง ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชุดดังกล่าว พบว่ามีการทำการบูรณะซ่อมแซม โดยไร้มาตรฐานในการทำงานของทั้งผู้รับเหมา และการควบคุมงานของสำนักศิลปากรที่ 1 จ.ราชบุรี โดยพบว่าทั้งการลงรักและปิดทอง องค์พระพุทธรูปภายในถ้ำ ใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานทั้งสิ้น แต่ทางฝ่ายผู้ควบคุมงานก็ยังปล่อยให้มีการดำเนินการไปจนกระทั่งกลุ่มได้ออกมาทักท้วง และเรียกร้องให้ตรวจสอบรวมทั้งให้นำสัญญาจ้าง และทีโออาร์ออกมาแสดง ซึ่งก็ถูกปกปิดมาโดยตลอด

นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า กรณีหินปากปล่องถ้ำเขาหลวงถล่มที่เข้าใจกันว่า เกิดจากภัยธรรมชาติฝนตกหนักติดต่อหลายวัน ด้วยว่าไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงทั้งหมด เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพชรบุรีได้ดำเนินการใช้เครื่องจักรหนัก ขุดเจาะชั้นหินด้านนอกถ้ำเขาหลวง เพื่อติดตั้งเสาไฟฟ้าจำนวน 16 ต้น เนื่องจากสภาพหินถ้ำเขาหลวงมีลักษณะเป็นหินปูนแตกหักได้ง่าย เมื่อมีแรงสั่นเทือนย่อมส่งผลให้ก้อนหินบนยอดปากปล่องถ้ำแตกหักพังถล่มลงมา

ทั้งนี้ มติที่ประชุมอนุญาต ให้ผู้รับจ้างดำเนินงานบูรณะซ่อมแซมองค์พระพุทธรูปเก่า ที่ยังไม่แล้วเสร็จ ด้วยวิธีการอนุรักษ์ตามแบบโบราณ อีกทั้ง นายพงษ์รัตน์ ภิรมรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ยังได้สั่งการให้ทางผู้ควบคุมงาน ไปทำรายงานมาในเรื่องความผิดพลาดดังกล่าวด้วย