พล.อ.อนุงพษ์แจง ปมเซ็นอนุมัติยกป่าให้ กระทิงแดงสร้างโรงงาน

พล.อ. อนุพงษ์ ยันทำไปตามขั้นตอน ปมเซ็นอนุมัติบริษัทลูกกระทิงแดงใช้ป่าชุมชนตั้งโรงงาน สั่งกรมที่ดินตรวจสอบแล้ว ถ้าผิดจริงสามารถยกเลิกได้

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (11 ก.ย. 60) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีการเซ็นอนุมัติยกพื้นที่ป่าสาธารณะในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ให้กับกลุ่มบริษัทกระทิงแดงเพื่อสร้างโรงงาน จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เพราะถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มเอกชน ว่า (อ่านข่าว : ศรีสุวรรณ เล็งยื่นสอบ พล.อ.อนุพงษ์ เซ็นยกป่าให้ กระทิงแดง สร้างโรงงาน)

ยืนยันการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอน แต่เมื่อเกิดปัญหาตนได้ให้กรมที่ดินไปตรวจสอบแล้ว หากพบว่าไม่ถูกต้องจริงก็สามารถยกเลิกได้ ก็ต้องอยู่ในกฎหมาย ตอนที่ผ่านองค์การส่วนท้องถิ่นก็มีการติดประกาศ 30 วัน ตอนที่ทำประชาคมก็ทำมาแล้ว และปิดประกาศ 30 วันตามกำหนด แต่เอาตามกฎหมาย  ถ้าเขาทำผิดเงื่อนไขเราก็ยกเลิกได้

พ่อ-แม่ น้ำมนต์ยืนยัน! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการกระทำผิดของลูก

พ่อ-แม่ของสาวน้ำมนต์ ผู้ต้องหาหลอกลวงเจ้าบ่าวแต่งงาน-หอบเงินสินสอดหนี พบตำรวจที่กองบัญชาการปราบปรามแสดงความบริสุทธิ์ใจ

วันนี้ (12 ก.ย. 60 ) เมื่อเวลา 08.45 น.ที่กองบัญชาการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญเลี้ยง บัวใหญ่ และนางสำรอง บัวใหญ่ พ่อแม่ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือ น้ำมนต์ ที่หลอกลวงเจ้าบ่าวแต่งงาน ก่อนหอบเงินสินสอดหนี เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป กองปราบปราม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานหลอกลวงดังกล่าว

โดยนายบุญเลี้ยง กล่าวว่า ตนเดินทางมายืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของ น.ส.จริยาภรณ์ หรือน้ำมนต์ บัวใหญ่เลยแม้แต่น้อย ส่วนในเรื่องที่มีภาพตนปรากฎในงานแต่งนั้น ตนเคยไปงานแต่งของลูกสาวทั้งหมด 4 ครั้ง ก็เป็นส่วนที่ฝ่ายเจ้าบ่าวได้เชิญตน โดยที่ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย และตนไม่เคยไปเรียกร้องค่าสินสอดเลยแม้แต่น้อย ซึ่งตนก็มาเพื่อเป็นสักขีพยานในฐานะบิดามารดาเท่านั้น ในส่วนของที่ตนต้องไปงานแต่งของน้ำมนต์ในหลายๆครั้งนั้น ตนก็คิดว่าลูกสาวโตแล้ว เมื่อมีการรักใคร แล้วรู้ว่าจะอยู่กันไม่รอดก็มีการเลิกลากันไป ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป. กล่าวว่า วันนี้คุณพ่อคุณแม่ของน้องน้ำมนต์เข้ามาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ว่าไม่ส่วนรู้เห็นถึงความผิดที่เกิดขึ้น จากการสวบสวนยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องรอสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ทางผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ก็สั่งมาว่าต้องให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด ทั้งผู้ถูกกล่าวหา และคนอื่นที่เกี่ยวข้องก็ต้องได้รับความเป็นธรรมด้วย

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นหลังการสอบสวนหากได้พยานหลักฐานเพิ่ม ก็จะส่งไปที่สภ.ประตูน้ำจุฬา ส่วนกรณีความผิดเกี่ยวกับเงินที่ฝากเข้าทำงานที่เทศบาล เบื้องต้นไม่ได้นำมารวมกับข้อหานี้ เพราะเป็นอำนาจทางชั้นศาลแล้ว ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จ ทั้งสองเดินขึ้นไปที่ชั้น1 พอนั่งที่โซฟาหน้าห้องสอบ คุณพ่อก็มีอาการหอบ หมดแรงคล้ายเป็นลม คุณแม่บอกว่าคุณพ่อเป็นโรคความดันสูง ใช้เวลาสักพักก่อนจะดีขึ้น

เตือนนักดื่มระวัง!! ตั้งวงกินเหล้าเสียงดัง ผิดกฎหมาย โดนปรับได้

ทนายดังโพสต์เกร็ดความรู้ด้านกฎหมาย เผยตั้งวงดื่มสุราดึกดื่น ส่งเสียงดังก่อความรำคาญ  มีความผิดทางอาญา ถูกจับ-ปรับได้  

วานนี้ (11 ก.ย. 60) นายรัชพล ศิริสาคร ทนายคนดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ สายตรงกฎหมาย เผยเกร็ดความรู้ด้านกฎหมาย เตือนการตั้งวงเหล้า ดึกๆ ดื่นๆ  แถมส่งเสียงดัง จนข้างบ้านเดือดร้อนรำคาญถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ถูกจับปรับได้ โดยมีข้อความระบุว่า

การตั้งวงเหล้า ดึกๆ ดื่นๆ ไม่เลิกรา บางวงมีกีตาร์ ทำให้ข้างบ้านเดือดร้อนรำคาญ จะมีความผิดตามกฎหมายใดบ้าง ในเรื่องนี้มีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 มีหลักว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท

มาตรา 370 ผู้ใดส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึง โดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท คือถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อนรำคาญ หรือทำเสียงดังโดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ก็เข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายดังกล่าว มีโทษสูงสุดปรับ 5 พันบาท กรณีนี้เป็นคดีอาญา แจ้ง ตำรวจ ดำเนินคดีได้เลย ส่วนในทางปฏิบัติ ก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริงครับ