ทนายสงกานต์นำกลุ่มเหยื่อถูก ‘น้ำมนต์’ หลอกให้ปากคำตร.

ทนายสงกานต์ นำผู้เสียหายเหยื่อ “น้ำมนต์” ลวงชาย 14 คนแต่งงานก่อนเชิดเงินหนี เข้าให้ปากคำตำรวจกองปราบปราม – เชื่อพ่อแม่เอี่ยวทำผิด

นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ นำกลุ่มผู้เสียหายที่ถูก น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือ น้ำมนต์ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงหลอกลวงชาย 14 คนแต่งงานแล้วเชิดทรัพย์สินหลบหนีไป ที่ยังไม่ได้เข้าให้การกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม มาให้การในฐานะพยาน เพื่อยืนยันพฤติกรรมการกระทำผิดของผู้ต้องหา พร้อมระบุว่า ยังมีผู้เสียหายอีกหลายคนที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เข้าให้ปากคำ

โดยจะทยอยเข้ามาร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อยืนยันพฤติการณ์กระทำผิดของผู้ต้องหา และยืนยันว่า จากการรวบรวมข้อมูลของผู้เสียหายแต่ละราย ขณะที่ น้ำมนต์ก่อเหตุ จะมีพ่อแม่ของน้ำมนต์เข้ามาเกี่ยวข้องเกือบทุกครั้ง ส่วนใหญ่เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้เชื่อว่าคดีนี้ พ่อและแม่ของน้ำมนต์น่าจะมีส่วนร่วมในการกระทำผิด และทำกันเป็นขบวนการ

ที่มา… INN

แตกตื่น! พายุงวงช้าง โผล่กลางทะเลหน้าหาดอ่าวนาง

พายุงวงช้างโผล่กลางทะเลหน้าหาดอ่าวนาง จ.กระบี่  สร้างความตื่นเต้นแก่นักท่องเที่ยว เกิดขึ้นนานประมาณ 20 นาที ก่อนสลายตัว   

11 ก.ย.60  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกออกไลน์ได้มีการแชร์คลิบวีดีโอ ปรากฏการณ์ พายุงวงช้างที่เกิดขึ้นที่บริเวณ กลางทะเลหน้าหาดอ่าวนาง  ต.อ่างนาง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังจังหวัดกระบี่    โดย ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์   ชื่อ Warakorn  E23JBQ    ได้แชร์คลิปวีดีโอลงในกลุ่ม เพื่อนๆ ซึ่งเป็นคลิปวีดีโอ ความยาว 15วินาที เป็นภาพพายุงวงช้างที่ปรากฏขึ้นบริเวณกลางทะเล   พร้อมข้อความว่า”พายุงวงช้างที่อ่าวนางครับ ไม่เป็นอันตรายอะไรนะครับ ส่งมาให้ดูเฉยเฉยนะครับ เกิดขึ้นไม่นาน พายุแบบนี้ส่วนใหญ่จะไม่ขึ้นมาบนชายฝั่ง”

ทั้งนี้จุดที่เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวอยู่ห่างจาก  ฝั่งประมาณ5กิโลเมตร  ห่างจากเกาะปอดะประมาณ 1กม.  ขณะเกลียวพายุด้านล่างได้ดูดน้ำทะเลขึ้นไปบนท้องฟ้ามองเห็นเป็นเกลียวเป็นสีดำทะมึน สูงในถึงก่อนเมฆ มองเห็นได้ย่างชัดเจน จากระยะไกล  สร้างความตื่นเต้นแก่ผู้ที่ได้ชมเป็นอย่างมากและและวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆนานา เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก

สอบถามนายนายวรากร   ชำนาญภูมิ   เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยประชาสันติสุขกระบี่ผู้ที่โพสต์คลิปดังกล่าว  เล่าว่า ปรากฎการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้น เมื่อช่วงเวลาประมาณ 14.00 วันนี้ (11ก.ย.) ขณะที่ตนและเพื่อนชื่อ บิ๊ก  กำลังเดินเล่นอยู่ที่หน้าหาดอ่าวนาง ทันใดนั้นก็หันไปเห็นพายุงวงช้าง กำลังเคลื่อนตัวจากกลางทะเล เข้ามาทางฝั่งชายหาดอ่าวนาง จากนั้นตนได้ให้เพื่อนที่ชื่อบิ๊ก ได้หยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟน  ออกมาบันทึกภาพไว้  ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้ประมาณ 20นาที ก่อนที่จะค่อยๆหายไป ท่ามกลางความตื่นเต้นของนักท่องเที่ยวที่อยู่หน้าหาด ต่างหยิบโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก

นายวรากรกล่าวอีกว่า ปรากฏการณ์พายุงวงช้างมักเกิดขึ้นบ่อยในช่วงหน้าฝน และช่วงเปลี่ยนฤดู บางครั้งก็บันทึกภาพภาพได้ทัน บางครั้งก็บันทึกไม่ทัน เพราะบางครั้งเกิดขึ้นช่วงเวลาสั้นๆ  5-10นาที เท่านั้น  ซึ่งในปีนี้ตนได้เห็นด้วยตาตัวเองมาแล้ว3-4ครั้ง   ส่วนใหญ่เกิดในทะเล แต่ก็ไม่ปรากฏว่าเกิดอันตราย หรือสร้างความเสียหายแต่อย่างใด

คนร้ายใช้แก๊สเจาะตู้เอทีเอ็ม แต่แก๊สหมดก่อนอดได้เงิน

คนร้ายใช้แก๊สเจาะตู้เอทีเอ็ม แต่แก๊สหมดก่อนอดได้เงิน ตำรวจเร่งแกะรอยภาพวงจรปิดหาเบาะแส คาดมีไม่ต่ำกว่า 1 คน

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารไทยพาณิชย์ ใกล้ฟู้ดเซ็นเตอร์ ภายในตลาดสดแม่เหียะ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้แก๊สเจาะตู้เอทีเอ็มเพื่อขโมยเงินในตู้เซฟที่อยู่ภายในตู้ โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานต่างๆ รวมทั้งตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายบริเวณตู้เซฟ และร่ม ซึ่งคนร้ายนำมาบังไว้ขณะก่อเหตุ

ขณะที่ พ.ต.อ.อภิวัชร ไชยศรีสุทธิ์ ผ้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งมีตู้เอทีเอ็มของธนาคารต่างๆเรียงกันอยู่จำนวน 4 ตัว ส่วนตัวของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ถูกงัดอยู่ด้านในสุด โดยคนร้ายได้ใช้แก๊สเจาะประตู้ด้านหลังของตู้เอทีเอ็ม ก่อนจะพยายามใช้แก๊สเจาะตู้เซฟ แต่เนื่องจากตู้เซฟค่อนข้างหนาและแก๊สอาจจะหมดก่อนจึงไม่สามารถเจาะเซฟได้ ทำให้เงินภายในตู้ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาทยังอยู่ครบ

ต่อมา พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของตู้เอทีเอ็มธนาคาร รวมทั้งจุดใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย โดยคาดว่าคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1คน และมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี โดยเลือกตู้เอทีเอ็มที่อยู่ด้านในสุดซึ่งลับตาคน โดยช่วงเวลาเกิดเหตุประมาณตี 3 ขณะที่ลักษณะการก่อเหตุโดยใช้แก๊สเจาะตู้นั้นในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติการก่อเหตุเกี่ยวกับการงัดแงะตู้เอทีเอ็ม หรือปล้นรถขนเงินในพื้นที่เพื่อหาเบาะแส

ขณะเดียวกันจะมีการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องรอบด้านเพิ่มเติม โดยเฉพาะตู้ที่เกิดเหตุนั้นทราบว่า เจ้าหน้าที่เพิ่งนำเงินเข้ามาเติมเมื่อวานนี้ ( 9 กันยายน) ทั้งนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดกวดขัน และลงพื้นที่ในช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงมากขึ้นเพื่อลดปัญหาอาชญากรรม เพราะช่วงนี้ศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัว

นายอฐิฐาน ธรรมยุติสัตย์ อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลตู้เอทีเอ็ม (บริษัท แซมโก้) ของธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบคนร้ายได้ใช้แก๊สตัดประตูตู้จนลูกบิดกุญแจขาด จากนั้นคนร้ายได้ใช้แก๊สเป่ารูกุญแจของตู้เชฟที่อยู่ภายใน แต่ไม่สามารถเปิดตู้เอทีเอ็มได้ เนื่องจากตู้เซฟมีความหนา และคาดว่าแก๊สของคนร้ายจะหมดไปก่อน

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าคนร้ายมีความรู้เรื่องตู้เอทีเอ็ม และยังรู้ความเคลื่อนไหวด้วยว่าเจ้าหน้าที่เพิ่งมาเติมเงินในตู้