ประเทศมุสลิมหลายแห่งกดดันรัฐบาลเมียนมา กรณีเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ที่ทำให้ชาวโรฮีนจาอพยพไปยังบังกลาเทศราว 125,000 คน
รัฐบาลเมียนมาภายใต้การนำของนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากประเทศมุสลิมหลายแห่ง ทั้งบังกลาเทศ อินโดนีเซีย และปากีสถาน เพื่อให้ยุติความรุนแรงในรัฐยะไข่ ซึ่งทำให้ชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาอพยพไปยังบังกลาเทศเกือบ 125,000 คน
เมื่อวันจันทร์ นางเรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ได้เข้าพบกับนางซูจี และพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่กรุงเนปิดอว์ เพื่อเรียกร้องให้เมียนมายุติเหตุนองเลือด
นางมาร์ซูดี ระบุว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงจะต้องยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม พร้อมวางแผนพัฒนาความช่วยเหลือทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
นอกจากนี้ นางมาร์ซูดีมีกำหนดเยือนกรุงธากาของบังกลาเทศเมื่อวานนี้ โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุรุนแรงรอบใหม่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหประชาชาติประเมินว่า มีชาวโรฮีนจาอพยพเข้าไปยังบังกลาเทศแล้วเกือบ 125,000 คน
เจ้าหน้าที่บังกลาเทศเผยว่า เจ้าหน้าที่ที่ประจำการชายแดนพยายามผลักดันชาวโรฮีนจาที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายกลับไป นอกจากนี้ ทางการยังมีแนวคิดที่จะพัฒนาเกาะที่แยกโดดเดี่ยวในบริเวณอ่าวเบงกอล เพื่อเป็นที่อยู่ของชาวโรฮีนจาหลายหมื่นคนที่อพยพหนีความรุนแรงจากเมียนมา เพราะค่ายอพยพใกล้จะเต็มแล้ว
ด้านนายคาวาจา มูฮัมหมัด อาซิฟ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน แสดงความกังวลอย่างมากต่อเหตุรุนแรงต่อชาวโรฮีนจาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเตือนให้องค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC ออกมาจัดการเรื่องนี้โดยเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ปัญหายุติ
ขณะที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียที่เดินทางเยือนเมียนมาเมื่อวานนี้ ก็มีกำหนดจะหารือกับประธานาธิบดีถิ่น จอว์ ในหลายประเด็น รวมถึงเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่
นางสาววิเวียน ตัน โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ระบุว่า ตัวเลขผู้อพยพชาวโรฮีนจามีความน่ากังวล และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
