หนุ่มสุดงง! ทำบัตรประชาชนหาย เป็นหนี้ทันที 6 แสน แถมยังโดนแจ้งความ

หนุ่มสุดงง! ทำบัตรประชาชนหาย เป็นหนี้ทันที 6 แสน แถมยังโดนแจ้งความ ข้อหาฉ้อโกงเงิน

วันนี้(6 ก.ย. 60) นางอรัญญา ไชยวุฒิ อายุ 45 ปี และนายอธิปัตย์ ไชยวุฒิ อายุ 19 ปี บุตรชาย ชาวบ้าน ใน ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา นำหลักฐานบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจภูธรหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ รวมถึงเอกสารหลักฐานหมายเรียก และเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องต่อสื่อมวลชน หลังจากที่นายพชร กุลเศรษฐโสภณ ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความต่อ สภ.หล่มสัก ให้ดำเนินคดีกับนายอธิปัตย์ บุตรชาย ในข้อหา ฉ้อโกงเงินจำนวนกว่า 6 แสนบาท

นางอรัญญา ผู้เป็นแม่ เล่าว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ เดือนตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา น้องอธิปัตย์ ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนหาย และได้มีการแจ้งทำบัตรใหม่แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา นายพชรฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกจำนวน 2 นาย ได้เดินทางมาพบบอกว่า นายอธิปัตย์ ไชยวุฒิ บุตรชายของตนเองได้ฉ้อโกงเงินไปจำนวนกว่า 6 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินค่าซื้อขายมะขามที่โอนเข้าบัญชีธนาคารที่ระบุชื่อของบุตรชายเป็นเจ้าของบัญชี แต่กลับไม่ได้มะขามตามที่ตกลงไว้ และได้เข้าแจ้งความที่ สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งตนเองและสามีรวมถึงลูกเมื่อทราบข่าวก็ตกใจอย่างมาก เพราะไม่มีทางเป็นไปได้เลยว่าลูกชายจะทำธุรกิจ เพราะยังเป็นนักศึกษา และอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น

ต่อมาตนเองและสามีได้หาหลักฐานยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก ทั้งเอกสารทางราชการที่ลูกชายไปทำหรือติดต่อราชการในช่วงเวลานั้น รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดต่างๆ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ซึ่งต่อมาทางตำรวจได้มีการออกมาเรียกรวม 2 ครั้ง เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเข้าให้ปากคำพร้อมนำหลักฐานยืนยัน

โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า วันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 10.30 น. ได้มีการใช้บัตรประชาชนของนายอธิปัตย์ฯ เปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพสาขาเด่นชัย จ.แพร่ ซึ่งหลังจากได้มีการโอนเงินจำนวนกว่า 6 แสนบาทค่ามะขามเข้าบัญชีแล้ว จากนั้นเวลา 12.16 น.ก็ได้มีการถอดเงินที่ห้างเทสโก้โลตัสสาขาแพร่ไปจำนวนกว่า 6 แสนบาทออกไปจากบัญชีจนหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการนำภาพขณะเข้าไปในธนาคารให้ดูด้วย ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ไปแล้ว ว่าไม่ใช่ภาพบุตรชายของตนเอง

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการออกหมายจับบุคคลตามภาพแล้ว แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นบุตรชายของตนเอง ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ ทางเจ้าหน้าที่ ได้มีการเรียกตัวบุตรชายไปเข้าให้ปากคำอีกครั้ง ซึ่งตนเองในฐานะผู้เป็นแม่ ก็เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าร้องต่อสื่อมวลชน เพื่อเป็นสื่อกลางในการขอความเป็นธรรมผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้กับลูกชายตนเองด้วย

นอกจากนี้ ยังขอฝากเตือนให้ประชาชนทั่วไปเป็นอุทาหรณ์ ว่าต้องเก็บบัตรประชาชนไว้ให้ดี และเมื่อทำบัตรหายก็ควรจะมีมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งในการเซฟตี้การนำบัตรไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือก่อให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของบัตร เหมือนลูกชายตนเอง นอกจากนี้นางอรัญญาฯ ยังระบุว่า ที่ผ่านมาได้มีการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับลูกนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ด้วยโดยอ้างว่าฉ้อโกงเงินไปราว 4 แสนบาทซึ่งคล้ายๆกับบัตรชายของตนเอง

ครม.อนุมัติงบอุดหนุน เด็กแรกเกิด ถึง 3 ขวบคนละ 600 บาท/เดือน

ครม. สนองนโยบายกระทรวงพัฒนาสังคมฯ อนุมัติงบกลางกว่า 804 ล้านบาท เพื่อเลี้ยงดู เด็กแรกเกิด ถึง 3 ขวบ คนละ 600 บาท ต่อเดือน

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบอนุมัติเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นกว่า 804 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ถึง 3 ขวบ รายละ 600 บาทต่อเดือน เพื่อสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมและเป็นหลักประกันสิทธิขั้นพื้นฐานให้เด็กแรกเกิดได้รับการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แจ้งว่าได้รับการจัดสรรงบประมาณ 1,113 ล้านบาท แต่มีไม่เพียงพอต่อการดำเนินการ ทำให้ต้องของบประมาณเพิ่มเติมในครั้งนี้ โดยคาดว่าตั้งแต่เดือน พฤษภาคม-กันยายน นี้ จะมีเด็กมาลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ถึง 3 ขวบ ประมาณ 351,000 ราย

ขณะเดียวกัน ในอนาคตจะนำการจ่ายเงินให้กับเด็กแรกเกิดเข้าร่วมในการจัดสรรการช่วยเหลือตามแนวทางประชารัฐสวัสดิการอีกด้วย

กว่างราคาแพง ขายได้ตัวละ 700 บาท พ่อค้าเผย รับสูงสุดวันละหมื่น

ชายวัย 58 นำกว่างวางขายริมถนนบางตัวราคาแพงถึงตัวละ 700 บาท เผยยอดขายสูงสุดวันละหมื่นบาท

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 60 บริเวณริมถนนสายลำปาง-แม่ทะ หน้าโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตอารี ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ได้มีนายสริฐพงค์ มาเทพ อายุ 58 ปี บ้านหนองห้า ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง หรือคนในวงการคนชอบกว่าง เรียกชื่อลุงตึ๋ง ติดป้ายว่า “นักสู้แห่งล้านนา ลุ่มแม่น้ำวัง”  นำกว่าง อุปกรณ์เกี่ยวกับกว่าง เช่น เชือกมัดกว่าง ไม้สำหรับรองน้ำอ้อยเพื่อให้กว่างกิน และอ้อย มาตั้งวางขาย มีคนที่ชื่นชอบกว่าง มาแวะดูซื้อกันอย่างต่อเนื่อง

ลุงตึ๋ง เล่าว่า มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาทำเฟอร์นิเจอร์ ทุก ๆ ปี ช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน จะหยุดรับงานไว้ก่อน ขับรถยนต์ตระเวนหาซื้อกว่างตามชนบท เช่นอำเภอแม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งมีพื้นที่ป่ามาก นำมาตั้งวางขายจุดดังกล่าว ทำติดต่อกันมาหลายสิบปี ด้วยความชอบกว่างมาตั้งแต่เด็ก และฤดูของกว่างจะมีแค่ช่วงสามเดือนเท่านั้น โดยทุก ๆ วันในช่วงเช้าจะขับรถยนต์ไปซื้อกว่างจากชาวบ้าน ที่เป็นลูกค้าประจำ เตรียมหากว่างตามต้นไม้ในป่า ตามชายทุ่ง หรือต้นไม้ที่กว่างหลังจากออกจากดินมาแล้ว จะบินไปเกาะ เช่นต้นข่อย เครือเถาวัลย์ เป็นต้น เตรียมเอาไว้ให้

โดยจะคัดเลือกกว่างที่ตัวใหญ่ สวยงาม เน้นเขาของตัวกว่าง ที่ใหญ่และปลายแหลม และบางตัวจะมีสีแดงเข้ม ซึ่งเป็นลักษณะของกว่างที่ชนเก่ง มีความแข็งแรง และที่สำคัญจะมีราคาแพง นำมาวางขายราคาแพงถึงตัวละ 700 บาท ส่วนตัวเล็กและไม่สวยราคาก็จะถูกลง ราคาตั้งแต่ตัวละ 100 บาท ไปจนถึง 600 บาท ตนเองเริ่มตั้งขายกว่าง มาได้ประมาณ 10 วัน มีลูกค้าขาประจำ แวะเวียนมาซื้อกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยแล้วได้เงินจากการขายกว่างตกวันละ 6,000-7,000 บาท บางวันได้เงินประมาณหนึ่งหมื่นบาท แต่ต้นทุนจากการซื้อกว่างจากชาวบ้าน ก็มีราคาแพง ส่วนหนึ่งเพิ่งเริ่มฤดูของกว่าง จึงทำให้มีราคาแพง และยังฝากบอกหากใครที่ชื่นชอบกว่าง สามารถโทรศัพท์สอบถาม ลุงตึ๋ง คนชอบกว่าง โทร093-242 2640