สิ้นแล้ว ‘หลวงปู่สนธิ์’ พระเถระ 6 แผ่นดิน รวมสิริอายุ 108 ปี

สิ้นแล้ว ‘หลวงปู่สนธิ์’ เจ้าอาวาสวัดอรัญญานาโพธิ์ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พระเถระ 6 แผ่นดิน รวมสิริอายุ 108 ปี 86 พรรษา

หลวงปู่สนธิ์ เขมิโย เจ้าอาวาสวัดอรัญญานาโพธิ์ หมู่ 8 ต.โพนสว่าง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม  พระเกจิอาจารย์สายกัมมัฏฐานชื่อดังของภาคอีสาน ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ ในเวลา 10.10 น. ด้วยโรคชรา ณ โรงพยาบาลศรีสงคราม รวมสิริอายุ 107 ปี ย่างเข้า 108 ปี พรรษา 86 หลังจากเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการลื่นหกล้มในห้องน้ำเมื่อช่วงกลางปี 60

ทั้งนี้ หลังข่าวการละสังขารของท่านแพร่สะพัดออกไป สร้างความเศร้าโศกเสียใจแก่ลูกศิษย์ทั่วประเทศ หนึ่งในศิษย์ผู้ใกล้ชิดคือ นายศุภชัย หรือครูแก้ว โพธิ์สุ อดีต รมช.เกษตรฯ รีบทิ้งภารกิจทุกอย่างไปกราบสรีระของหลวงปู่ด้วยน้ำตาคลอเบ้าภายในห้องพิเศษหมายเลข 5 ทันที ก่อนจะออกจากห้องดังกล่าวมาเปิดเผยแก่ผู้สื่อข่าวว่า เวลา 15.30 น. ของวันนี้ (5 ก.ย. 60) ลูกศิษย์จะเคลื่อนสรีระของหลวงปู่ไปยังวัดอรัญญานาโพธิ์ จากนั้นวันที่ 6 ก.ย. นี้ มีกำหนดการสรงน้ำศพ ในเวลา 13.00 น. เป็นต้นไป คาดว่าจะมีศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมจำนวนมาก โดยหลวงปู่ท่านสั่งไว้ก่อนมรณภาพว่า หากละสังขารแล้วอย่าจัดงานพิธีใหญ่โต ให้ทำการฌาปนกิจภายใน 7 วัน แต่ต้องรอหารือกับลูกศิษย์ที่กำลังเดินทางมากราบสรีระของหลวงปู่ก่อน ว่าจะประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพท่านกันอย่างไร

สหรับ หลวงปู่สนธิ์ เขมมิโย นามเดิมของท่าน ชื่อ สนธิ์  โคตะบิน เกิดวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2453 ปลายรัชกาลที่ 5 ภูมิลำเนาบ้านนาโพธิ์ ต.โพนสว่าง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม อายุ 108 ปี 86 พรรษา เป็นพระเถระ 6 แผ่นดิน อุปสมบทเมื่อ วันที่ 21 เมษายน 2474  เป็นศิษย์สายธรรม หลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโณ ผู้สร้างพระธาตุท่าอุเทน  อ.ท่าอุเทน พระพุทธบาทบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรฯ และพระพุทธบาทโพนสัน สปป.ลาว พออายุได้ 60-70 ปี ท่านจึงได้เดินทางกลับบ้านเกิด และได้ก่อตั้งวัดอรัญญานาโพธิ์ขึ้น แต่ท่านก็ไม่ได้ก่อสร้างถาวรวัตถุมากมาย ท่านสร้างเพียงกุฏิสงฆ์ 5 หลัง ศาลาหอสวดมนต์ 1 หลัง ถาวรวัตถุส่วนใหญ่สร้างหลังจากที่ท่านอายุครบ 100 ปี หลวงปู่สนธิ์เป็นพระที่มีความสมถะ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เวลาเดินธุดงค์วัตรจะไม่สวมรองเท้า เวลาบิณฑบาตก็จะรับแต่พอฉันในแต่ละมื้อเท่านั้น ไม่มีทรัพย์สินมีค่าติดตัว

ศาลพิพากษา คุก 6 เดือน พล.อ.อ. หมิ่น ‘มัลลิกา’

ศาลพิพากษาคุก 1 ปี พล.อ.อ.หมิ่นประมาท มัลลิกา คำสารภาพ ทำให้ลดโทษกึ่งหนึ่ง 6 เดือน รออาญา 2 ปี

วันนี้(5 ก.ย.) เวลา 15.00 น. ที่ศาลอาญารัชดา ศาลพิพากษา พล.อ.อ.หรือนายยุทธพร ภู่ไพบูลย์ คดีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ 2560 มาตรา 14 (4) ฐานนำเข้าสือลามก ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ2หมื่น จำเลย รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเป็น 6 เดือน จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อนสมควรรอการลงอาญา จำเลยมีกำหนด 2 ปี

จากการที่นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ฟ้อง 3 คดี หลังจากขั้นการสืบพยาน ได้ดำเนินการเจรจาซึ่งพลอากาศเอกยุทธพร ยอมรับสารภาพต่อหน้าศาลในการกระทำความผิดดังกล่าว ซึ่งภายหลังได้ตรวจสอบแล้วว่าบุคคลตามภาพที่ส่งนั้นไม่ใช่ตัวนางมัลลิกาจึงขอโทษในคดีหมิ่นประมาทฯ ลงชื่อ พล.อ.อ.ยุทธพร ภู่ไพบูลย์ พร้อมทั้งได้มีการทำเอกสารเซ็นต์ชื่อกำกับ ก่อนจะมีการอ่านคำพิพากษาในคดีพรบ.คอมฯตามมา

‘ศรีวราห์’ เผยรอฝ่ายมั่นคง แจ้งความเอาผิด คนช่วย ‘ยิ่งลักษณ์’ หนี

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” แย้มรอฝ่ายความมั่นคงแจ้งความกองปราบ ดำเนินคดีผู้ต้องหา ช่วย “ยิ่งลักษณ์” หลบหนี

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้า การติดตามหาเบาะแสนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยกล่าวยืนยันว่าคดีมีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 80 เริ่มประติดประต่อแผนประทุษกรรมของผู้ต้องหาได้มากขึ้น

อีกทั้งข้อมูลทางการข่าวของตำรวจและทหารฝ่ายความมั่นคง ก็สอดคล้องกัน ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่า มีเป้าที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆได้ เนื่องจากอำนาจในการสืบสวนในคดีนี้ ยังคงเป็นของฝ่ายความมั่นคง ส่วนตำรวจมีหน้าที่ในการสนับสนุนสืบสวนรวบรวมข้อมูลเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้ฝ่ายความมั่นคง ส่งตัวแทนมาร้องทุกข์กับตำรวจก่อน จึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ แต่ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่นั้น ไม่สามารถให้คำตอบได้ เพราะต้องให้ฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้ตัดสินใจเอง อีกทั้งการประเมินยังต้องคำนึงถึงภาพรวมว่าจะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่อย่างไร