ชายวัย 55 พาลูกสาวเดินตากแดดเข้าแจ้งความ ตามหาเมียเด็ก หลังทิ้งไปกับหนุ่มในเฟซบุ๊ก

ชายวัย 55 พาลูกสาว 1 คน และ ลูกเลี้ยง 1 คน เดินตากแดดเข้าแจ้งความ ตามหาเมียเด็ก หลังทิ้งไปกับหนุ่มในเฟซบุ๊ก จนต้องแบกรับภาระ

วันนี้ (4 ก.ย. 60) มีรายงานว่า ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีพบชายวัยกลางคน เข็นรถเข็นเด็กโดยมีเด็กหญิง 2 คน อายุประมาณ 1 ขวบ และ 2 ขวบเศษ เดินตากแดด มีอาการเคร่งเครียด บนถนนเลียบคลองแอนสองสาม หมู่ที่ 6 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงเดินทางเข้าตรวจสอบ

ทั้งนี้ จุดเกิดเเหตุพบ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 55 ปี อยู่ในสภาพเนื้อตัวชุ่มเหยื่อ ใกล้กันพบรถเข็นเด็กทารกสีดำลายแดง โดยที่บนรถมีเด็กหญิงวัย 1 ขวบ กำลังน่ารักนอนอยู่บนรถ อีกคนอายุ 2 ขวบเศษ กำลังเดินตาม ที่รถเข็นมีขนมขบเคี้ยวและน้ำดื่มแขวนอยู่เพื่อเป็นเสบียง

นายเอ เปิดเผยว่า ตนเองได้เดินเท้าระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากบ้านพักพร้อมกับพาลูกสาวและลูกเลี้ยง ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง เพื่อให้ช่วยติดตามหาตัว นางสาวเจนจิรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ผู้เป็นแม่ของเด็กหญิงวัยขวบเศษ ที่หายตัวออกจากบ้านพักที่ ม.6 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ไปเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ก่อน หลังติดพันกับหนุ่มที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก โดยทิ้งเด็กหญิงที่เป็นลูกเลี้ยงไว้กับตนเองเพื่อให้ดูแล และไม่สามารถติดต่อได้ ประกอบกับตนเองมีความเครียดที่ไม่มีเงินในการดูแลลูกทั้งสองคนจึงต้องเดินทางมาเพื่อให้ช่วยติดตามค้นหา นางสาวเจนจิรา และข้อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยประสานหน่วยงานส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลเด็กทั้งสองคน

นอกจากนี้ เมื่อปีที่แล้วตนได้กลับไปอยู่บ้านที่ จ.อุตรดิตถ์ โดยได้พาลูกสาววัย 2 ขวบเศษไปด้วย เนื่องจากภรรยาทิ้งตนเองไปมีครอบครัวใหม่ กระทั่งไปพบกับนางสาวเจนจิรา และทราบว่าได้เลิกรากับสามีพร้อมทั้งมีลูกเล็กติด 1 คน แต่ก็ได้ตกลงปลงใจที่จะอยู่กินเป็นครอบครัวเดียวกัน จึงพากันกลับมาอยู่ที่บ้านพัก ที่ จ.ปทุมธานี ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ช่วงแรก ๆ ตนเองให้เมียสาวเป็นแม่บ้าน ดูแลลูกทั้งสองคน ส่วนตนเองออกไปรับจ้างขับรถแท็กซี่เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว แต่ระยะหลังพบว่าเมียสาวมักจะเล่นเฟซบุ๊กแบบไม่ห่างจากมือ จนจับได้ว่าเมียสาวคุยกับชายอื่นและหนีออกจากบ้านไป ตนเองจึงต้องรับภาระเลี้ยงลูกทั้งสองคน และต้องหยุดขับรถแท็กซี่กระทั่งเงินที่มีอยู่ก็หมดไป เวลาผ่านไปไม่กี่วันภรรยาสาวก็กลับมาพร้อมบอกว่ามีปัญหากับชายหนุ่มและจะประพฤติตัวดี ตนเองจึงให้อภัยกระทั่งอยู่ได้สักพักเมียก็หายจากบ้านไปอีกครั้งและไม่กลับมาจนต้องแบกรับภาระและไม่สามารถออกไปหาเงินในการขับรถแท็กซี่ได้ จึงต้องมาแจ้งความกับตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ

เบื้องต้นได้มีการประสานไปที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ปทุมธานี เพื่อหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องไว้และอยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว เพื่อทำเอกสารในการรับตัวเด็กมาอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ปทุมธานี เป็นการชั่วคราว

กองสลากร้อง ปอท. เอาผิดเด็กตัดแปะหวยหลอกย่า ถูกรางวัล 30 ล้าน

ตัวแทนฝ่ายกฎหมาย กองสลากกินแบ่งรัฐบาล หอบหลักฐาน ร้อง ปอท. เอาผิดเด็กตัดแปะหวย หลอกย่า จ่อเรียกสอบ

จากกรณีที่โลกออนไลน์ แชร์ภาพ นางหลวน ทะนันชัย ชาว อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 5 ใบ รับเงินรางวัล 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาพที่เยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี ปลอมแต่งภาพตัวเลขสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น

ล่าสุด พ.ต.อ.สุธีร์ มัลลิกะมาลย์ ผกก. (สอบสวน) บก.ปอท. เปิดเผยว่า ตัวแทนฝ่ายกฎหมายกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ เนื่องจากมีความกังวลว่าเรื่องดังกล่าวจะกระทบความเชื่อมั่นในระบบการพิมพ์ของกองสลาก ทำให้กองสลากฯ ได้รับความเสียหาย จึงต้องการให้ ปอท. สืบสวนสอบสวน ตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำความผิดหรือไม่

ซึ่งจากหลักฐานที่กองสลากนำมาเข้าข่ายความผิดทาง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่อย่างไรก็ตาม เจตนาของเด็กที่ปลอมแปลงขึ้นเพื่อหยอกล้อญาติและส่งเข้าไปในกลุ่มไลน์ครอบครัว แต่ภาพที่หลุดออกมาและสร้างความเสียหายแก่กองสลากฯ นั้น จะต้องขอเวลาในการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง เพราะต้องเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบถามถึงเจตนาว่าจงใจเผยแพร่ภาพสลากฯปลอม ลงสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือไม่ หากทราบอยู่แล้วว่าเป็นภาพปลอมถือว่าเจตนาทำผิด จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ อยากฝากเตือนประชาชน จะโพสต์สิ่งใดให้พิจารณา และใช้สติก่อน เพื่อจะได้ไม่ผิดกฎหมายพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

ผบ.ตร. ขอดูก่อนเรียกสอบ ‘พล.อ.พัลลภ’ รู้คนพา ‘ยิ่งลักษณ์’ หนี

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอดูก่อนเรียกสอบ “พล.อ.พัลลภ” ปูดรู้คนพา “ยิ่งลักษณ์” หลบหนี พร้อมดูแลความเรียบร้อย 27 ก.ย. นี้

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง การติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า จนถึงขณะนี้ยอมรับว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ใด การประสานทางลับก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์ และไม่สามารถตอบได้ว่าในวันที่ 27 กันยายน นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดีจำนำข้าวหรือไม่ เป็นเรื่องที่ตอบยาก แต่ตำรวจก็มีการเตรียมความพร้อมในการดูแลความเรียบร้อยอยู่แล้ว เพราะอดีตนายกรัฐมนตรีอาจจะมาก็ได้ ทั้งนี้ หากสื่อมวลชนหรือประชาชนมีเบาะแสก็แจ้งมาได้

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจยังคงสืบหาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างต่อเนื่อง และจากการสอบถามประเทศต่างๆ ไปก็ยังไม่มีใครพบ ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ทั้งนี้ สั่งการให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ไปตรวจสอบรถฟอร์จูนเนอร์ ที่มีการระบุว่าอาจเป็นรถที่พาหลบหนีแล้ว ขณะที่ ได้พยายามสอบถามไปยังทหาร ตำรวจ ที่สนิทสนมเป็นเครือญาติกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อหาเบาะแส พยายามสืบหาทุกช่องทาง

สำหรับ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ออกมาระบุว่าทราบข้อมูลนั้น ก็ต้องพิจารณาก่อนว่าจะเชิญมาให้ข้อมูลหรือไม่